Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2518 (เลขอ้างอิง 49219)

พ.ศ. 2518 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ขายฝากห้องพิพาทโดยไม่มีกำหนดเวลาไถ่ โจทก์จึงมีสิทธิขอไถ่ได้ภายในกำหนด 10 ปี และที่โจทก์ให้ทนายความมีหนังสือแจ้งให้จำเลยซึ่งเป็นผู้ซื้อฝากไปที่ว่าการอำเภอตามวันเวลาที่กำหนดเพื่อไถ่ถอนการขายฝาก ส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียน จำเลยได้รับแล้ว แม้จะคืนหนังสือนั้นไปก็ฟังว่าจำเลยได้ทราบการขอไถ่ และถือว่าโจทก์ใช้สิทธิไถ่คืนโดยชอบแล้ว การที่จำเลยผู้ซื้อฝากให้โจทก์ผู้ขายฝากเช่าห้องพิพาทและต่อมาไม่ยอมให้โจทก์ไถ่คืน โจทก์ย่อมไม่ต้องรับผิดในค่าเสียหาย ที่ไม่ยอมออกจากห้องพิพาทที่เช่านั้นนับแต่วันที่โจทก์ใช้สิทธิไถ่คืนโดยชอบแล้ว

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสองสำนวนนี้ศาลชั้นต้นรวมพิพากษาสำนวนแรก

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้ขายฝากห้องแถวไม้ไว้กับจำเลยโดยไม่มีกำหนดเวลาไถ่ โจทก์ติดต่อขอไถ่กับจำเลยหลายครั้งจำเลยบิดพลิ้ว จึงขอให้ศาลบังคับจำเลยให้รับการไถ่ถอนการขายฝากจากโจทก์ หากจำเลยไม่ปฏิบัติ ให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลเป็นการแสดงเจตนาของจำเลยจำเลยให้การว่า การขายฝากรายนี้มีกำหนดเวลาไถ่ 3 ปี ครบกำหนดแล้วจำเลยไม่มีเงินไถ่ และได้ขายห้องพิพาทให้จำเลยแล้ว ขอให้ยกฟ้องสำนวนหลัง

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเช่าห้องแถวตามฟ้องสำนวนแรกจากโจทก์มีกำหนดเวลา 3 ปี ค่าเช่าเดือนละ 800 บาท จำเลยไม่เคยชำระค่าเช่าเลย ขอให้ศาลขับไล่จำเลยออกจากห้องเช่า และชำระค่าเช่าที่ค้างเป็นเงิน 27,200 บาท กับค่าเสียหายคิดถึงวันฟ้องเป็นเงิน 106 บาท และค่าเสียหายในอัตราเดือนละ 800 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยจะออกไปจากห้องพิพาทจำเลยให้การว่า ไม่เคยเช่าห้องพิพาทจากโจทก์ หากมีสัญญาเช่าก็เป็นสัญญาปลอม โจทก์ไม่มีกรรมสิทธิ์ในห้องพิพาท จึงไม่มีอำนาจฟ้องขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นเรียกนายพันธุ์ว่าโจทก์ เรียกนางมาลีว่าจำเลยศาลชั้นต้นฟังว่าโจทก์จำเลยทำสัญญาขายฝากห้องพิพาทกันมีกำหนด 3 ปี โจทก์ใช้สิทธิไถ่คืนเมื่อล่วงเลยเวลาแล้ว จึงหมดสิทธิ์ไถ่คืน

จำเลยมีอำนาจให้เช่าห้องพิพาท และโจทก์ได้ทำสัญญาเช่าห้องพิพาทไว้กับจำเลย โจทก์ค้างค่าเช่าจริง พิพากษายกฟ้องสำนวนแรกส่วนสำนวนหลังให้ขับไล่โจทก์และบริวารออกจากห้องพิพาท กับให้ชำระค่าเช่าและค่าเสียหายแก่จำเลยเดือนละ 800 บาท ตั้งแต่วันทำสัญญาเช่าจนกว่าจะออกจากห้องพิพาทโจทก์อุทธรณ์ทั้งสองสำนวนศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นให้จำเลยรับการไถ่คืนการขายฝากจากโจทก์ หากจำเลยไม่ปฏิบัติตาม ให้ถือคำพิพากษาของศาลเป็นการแสดงเจตนาของจำเลย กับให้โจทก์ชำระค่าเช่าห้องพิพาทแก่จำเลยเดือนละ800 บาท ตั้งแต่วันทำสัญญาเช่าจนถึงวันที่จำเลยผิดนัดไม่ไปรับการไถ่คืนการขายฝากจำเลยฎีกาทั้งสองสำนวนศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า การขายฝากรายนี้ไม่มีกำหนดเวลาไถ่โจทก์มีสิทธิขอไถ่ได้ภายใน 10 ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 494(1)ได้ความว่าโจทก์ให้นายพรชัยทนายความมีหนังสือแจ้งให้จำเลยไปที่ว่าการอำเภอกันทรลักษณ์ในวันที่ 22 มิถุนายน 2514 เวลา 10 นาฬิกา เพื่อไถ่ถอนการขายฝาก

หนังสือนี้ส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนและจำเลยได้รับแล้ว แม้ต่อมาจำเลยจะคืนหนังสือนั้นไป ก็ต้องฟังว่าจำเลยได้ทราบการขอไถ่ทรัพย์จากโจทก์แล้ว และถือว่าโจทก์ได้ใช้สิทธิไถ่คืนห้องพิพาทโดยชอบแล้ว โจทก์เช่าห้องพิพาทจากจำเลยและจำเลยได้บอกเลิกสัญญาเช่าต่อโจทก์ตั้งแต่วันที่ 18 มกราคม 2514 แล้ว ฉะนั้นนับแต่เวลาดังกล่าวนี้เป็นต้นไป จำเลยจะมีสิทธิฟ้องเรียกได้แต่เฉพาะค่าเสียหายที่โจทก์อยู่ในห้องพิพาทโดยละเมิดเท่านั้น คดีจึงมีปัญหาที่ศาลฎีกาจะต้องวินิจฉัยตามข้อฎีกาของจำเลยเพียงว่า หลังจากวันที่ 22 มิถุนายน 2514 ซึ่งเป็นวันที่โจทก์ใช้สิทธิไถ่คืนห้องพิพาทโดยชอบแล้วนั้น จำเลยมีสิทธิเรียกค่าเสียหายจากโจทก์ได้หรือไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้วหากจำเลยยอมรับไถ่ ห้องพิพาทก็จะกลับคืนมาเป็นของโจทก์ ๆ ย่อมมีสิทธิจะอยู่ในห้องพิพาทได้การที่ห้องพิพาทยังไม่เป็นของโจทก์ก็เพราะจำเลยเป็นฝ่ายผิดนัดโจทก์มิได้ทำละเมิดต่อจำเลย จึงไม่ต้องใช้ค่าเสียหายให้จำเลยศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อุดม ทันด่วน · พิชัย รชตะนันทน์ · ชุ่ม สุนทรธัย
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้