Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 495/2519

พ.ศ. 2519 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ผู้ที่จะเป็นคู่ความในคดีได้จะต้องเป็นบุคคลซึ่งได้แก่บุคคลธรรมดาและนิติบุคคล สำหรับคณะบุคคลเป็นเพียงกลุ่มบุคคล ไม่ใช่บุคคลธรรมดาและไม่ใช่นิติบุคคล จึงไม่อาจเป็นคู่ความในคดี

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.พ. มาตรา 1 ป.รัษฎากร มาตรา 6 ป.วิ.พ. มาตรา 55 ป.พ.พ. มาตรา 15 ป.พ.พ. มาตรา 68 ป.รัษฎากร มาตรา 77

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 2 ถึงจำเลยที่ 8 กับพวกประกอบการค้าที่ดินในนามบริษัทกรุงเทพฯ กรีฑา จำกัด ซึ่งไม่ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล จึงเป็นการประกอบการค้าโดยคณะบุคคลกรุงเทพฯ กรีฑา จำเลยที่ 1 ซึ่งมิใช่นิติบุคคล มีจำเลยที่ 2เป็นผู้จัดการจำเลยที่ 1 ประกอบการค้าโดยมิได้จดทะเบียนการค้า และไม่ได้เสียภาษีการค้า เจ้าพนักงานประเมินของโจทก์จึงให้จำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2ผู้จัดการชี้แจงและแสดงบัญชีหลักฐานการค้า ปรากฏว่าในรอบระยะเวลาบัญชีปี พ.ศ. 2506 ถึง 2513 จำเลยที่ 1 จะต้องเสียภาษีการค้า ภาษีบำรุงเทศบาล เบี้ยปรับ และเงินเพิ่มรวม 9,347,300 บาท 72 สตางค์ จำเลยที่ 1โดยจำเลยที่ 2 อุทธรณ์คัดค้านการประเมิน คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์วินิจฉัยให้จำเลยชำระภาษีเป็นเงิน 4,641,633 บาท 88 สตางค์ แต่จำเลยไม่ยอมชำระขอให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 8 ร่วมกันชำระหนี้ภาษีอากรดังกล่าวพร้อมด้วยดอกเบี้ยศาลชั้นต้นสั่งรับฟ้องเฉพาะจำเลยที่ 2 ถึงจำเลยที่ 8 ส่วนจำเลยที่ 1สั่งไม่รับฟ้อง อ้างว่ามิได้เป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย ไม่อาจเป็นคู่ความในคดีได้โจทก์อุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าว

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ผู้ที่จะเป็นคู่ความในคดี กล่าวคือเป็นผู้ยื่นคำฟ้องหรือถูกฟ้องต่อศาลได้นั้น จะต้องเป็นบุคคลดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 1(11) ว่า "คู่ความ หมายความว่า บุคคลผู้ยื่นคำฟ้องหรือถูกฟ้องต่อศาล ฯลฯ" และคำว่าบุคคลนั้น ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ได้แก่บุคคลธรรมดาและนิติบุคคล สำหรับคณะบุคคลกรุงเทพฯกรีฑา จำเลยที่ 1 นั้นมิใช่บุคคลธรรมดา เพราะเป็นเพียงคณะบุคคลหรือกลุ่มบุคคลเท่านั้น และคณะบุคคลกรุงเทพฯ กรีฑา จำเลยที่ 1 ก็มิใช่นิติบุคคลเพราะโจทก์ยอมรับในคำฟ้องอยู่แล้ว เมื่อจำเลยที่ 1 มิใช่บุคคลไม่อาจเป็นคู่ความในคดีได้ โจทก์จึงไม่สามารถฟ้องจำเลยที่ 1 ให้รับผิดได้ที่โจทก์ฎีกาว่า

คำว่าบุคคลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมีความหมายกว้างขวางกว่าคำว่าบุคคลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์โดยอ้างประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 42 ถึงมาตรา 44 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1734 ถึงมาตรา 1744 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 82 ถึงมาตรา 87 บทบัญญัติว่าด้วยห้างหุ้นส่วนและบริษัทตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ตลอดจนอ้างคำพิพากษาฎีกาว่าตำแหน่งหน้าที่ต่าง ๆ ก็เป็นคู่ความได้นั้นเห็นว่าไม่ตรงกับรูปเรื่องในคดีนี้เพราะบทบัญญัติดังกล่าวนั้นมิใช่บทบัญญัติว่าด้วยบุคคลโดยตรง หรือที่บัญญัติเกี่ยวด้วยนิติบุคคลเช่นบทบัญญัติว่าด้วยห้างหุ้นส่วนบริษัทก็บัญญัติไว้ชัดเจนในมาตรา 1015 ว่าห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทจะเป็นนิติบุคคลได้จะต้องจดทะเบียนตามกฎหมายเสียก่อน และคำพิพากษาฎีกาที่โจทก์อ้างว่าตำแหน่งหน้าที่ต่าง

ๆก็เป็นคู่ความได้นั้น ก็เป็นเรื่องตัวบุคคลที่ดำรงตำแหน่งต่างหากที่เป็นคู่ความได้ ฎีกาของโจทก์ดังกล่าวจึงฟังไม่ขึ้น ส่วนที่โจทก์อ้างพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาความแพ่ง (ร.ส.127) พ.ศ. 2451 มาตรา 23 ให้ฟ้องนามสมญาหรือยี่ห้อของหุ้นส่วนได้นั้น เห็นว่าพระราชบัญญัติดังกล่าวได้ถูกยกเลิกไปแล้วโดยมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง พุทธศักราช 2477 ฎีกาของโจทก์ข้อนี้ฟังมิได้อีกเช่นกันศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่รับฟ้องของโจทก์เกี่ยวกับจำเลยที่ 1 นั้น ศาลฎีกาเห็นชอบด้วยพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
บัญญัติ สุชีวะ · สวัสดิ์ สุขศรีวงษ์ · พิสัณห์ ลีตเวทย์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2082/2543

การแก้ไขคำฟ้องตาม ป.วิ.พ. มาตรา 179 จะต้องเป็นการแก้ไขข้อหาข้ออ้างที่มีต่อจำเลยอันกล่าวไว้ในคำฟ้อง ที่เสนอต่อศาลแต่แรกโดยการเพิ่มหรือลดทุนทรัพย์หรือราคาทรัพย์สินที่พิพาทในฟ้องเดิมหรือสละข้อหาในฟ้องเดิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5630/2533

ผู้ที่จะเป็นคู่ความได้ต้องเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลหรือนิติบุคคลตามกฎหมายพิเศษ แม้กรมกำลังพลทหารบก จำเลยที่ 3กรมการแพทย์ทหารบก จำเลยที่ 4 และโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า จำเลยที่ 5จะเป็นหน่วยงานในสังกัดข…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11043/2553

จำเลยทั้งสองฟ้องแย้งขอให้โจทก์ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความค่าเสียหายที่เกิดแก่รถบรรทุกของจำเลยที่ 2 จากการกระทำละเมิดของโจทก์เท่านั้น จำเลยที่ 1 มิได้ฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนความเสียหายในส่วนของจำเลยที…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5366/2552

แม้ภาษีมูลค่าเพิ่มจะเป็นภาษีอากรประเมินตามมาตรา 77 แห่งประมวลรัษฎากร แต่การที่โจทก์มีหนังสือขอให้จำเลยคืนเงินภาษีมูลค่าเพิ่มที่จำเลยใช้สิทธิขอคืนและได้รับไปก่อนการตรวจปฏิบัติการเพื่อคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3932/2549

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 1 (3) ฟ้องแย้งเป็นคำฟ้องอย่างหนึ่ง ดังนั้น การบรรยายฟ้องจะต้องปฏิบัติตามมาตรา 172 วรรคสอง กล่าวคือ ต้องแสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาและคำขอบังคับ ทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้