Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4955/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นรับฎีกาภายหลังระยะเวลาที่จะยื่นฎีกาได้สิ้นสุดลงแล้ว ดังนี้ จำเลยมีสิทธิจะขอขยายระยะเวลายื่นฎีกาได้เฉพาะกรณีที่มีเหตุสุดวิสัยเท่านั้น แต่พฤติการณ์ตามคำร้องของจำเลยที่อ้างว่า จำเลยไม่เข้าใจขั้นตอนต่าง ๆ ในการต่อสู้คดีว่าจำเลยมีสิทธิที่จะยื่นฎีกาภายใน 1 เดือน นับแต่วันที่อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ทนายจำเลยเพิ่งทราบว่าศาลชั้นต้นได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาฎีกาแล้วจำเลยไม่มีเจตนาที่จะไม่ยื่นฎีกาภายในกำหนดระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดนั้น ไม่ใช่กรณีที่มีเหตุสุดวิสัย จึงไม่เข้าเกณฑ์ที่จำเลยจะขอขยายระยะเวลาได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยมีมอร์ฟีน โคเคอีน และฝิ่นไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายในวาระเดียวกัน แม้วัตถุแห่งการกระทำความผิดจะต่างชนิดกัน แต่ต่างเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 2การกระทำของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียว จำเลยมีอาวุธปืนลูกซองพร้อมกระสุนปืนลูกซองและกระสุนปืนขนาด .32 ไว้ในครอบครองเป็นกรรมเดียวกัน แต่ศาลล่างทั้งสองวางโทษ 2 กระทง จึงไม่ชอบ แม้จำเลยมิได้อุทธรณ์และฎีกาปัญหาข้อนี้แต่ปัญหานี้เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกาจึงวางโทษเสียใหม่ให้ถูกต้อง.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.อ. มาตรา 90 ป.อ. มาตรา 91 ป.วิ.พ. มาตรา 23 ป.วิ.อ. มาตรา 15 ป.วิ.อ. มาตรา 195 ป.วิ.อ. มาตรา 225 ประกาศใช้กฎอัยการศึกของคณะปฏิวัติ พ.ศ.2522 มาตรา 69 พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 72

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกร่วมกันมีมอร์ฟีนสารบริสุทธิ์5,128.021 กรัม โคเคอีนสารบริสุทธิ์ 604 กรัม และฝิ่นสารบริสุทธิ์384.979 กรัม ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและร่วมกันมีอาวุธปืนลูกซองยาวขนาดเบอร์ 12 จำนวน 1 กระบอก ไม่มีเครื่องหมายทะเบียนของเจ้าพนักงานประทับ มีกระสุนปืนลูกซองขนาดเบอร์ 12 จำนวน 8 นัดกระสุนปืนขนาด .32 จำนวน 8 นัด โดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่ กระสุนปืนเล็กกลขนาด .223 จำนวน 3 นัดกระสุนปืนคาร์ไบน์ ขนาด .32 จำนวน 4 นัด อันเป็นเครื่องกระสุนปืนประเภท ชนิด และขนาดซึ่งนายทะเบียนจะออกไปอนุญาตให้ไม่ได้ ไว้ในครอบครองของจำเลยโดยฝ่าฝืนกฎหมาย ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 17, 69, 102 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 2)

พ.ศ. 2528 มาตรา 2, 4, 6, 10พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 55, 72, 78 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2522 มาตรา 6, 8 คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 44 ลงวันที่ 21 ตุลาคม 2519ข้อ 6 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91 และริบของกลางจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้องลงโทษฐานมีมอร์ฟีน โคเคอีน และฝิ่น คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์เกินกว่าหนึ่งร้อยกรัมขึ้นไปโดยไม่ได้รับอนุญาตจำคุก 5 ปี ฐานมีอาวุธปืนลูกซองและเครื่องกระสุนปืนลูกซองจำนวน 8 นัด

ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 1 ปี ฐานมีเครื่องกระสุนปืนขนาด .32จำนวน 8 นัด ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ปรับ 200 บาทฐานมีเครื่องกระสุนปืนคาร์ไบน์จำนวน 4 นัด ซึ่งเป็นเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกไปอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครอง จำคุก 2 ปีรวมลงโทษจำคุกจำเลยไว้มีกำหนด 8 ปี ปรับ 200 บาท ไม่ชำระค่าปรับจัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ริบของกลางโจทก์และจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 7(2), 17 วรรคสอง และ 69 วรรคสี่ที่แก้ไขแล้ว นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์และจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้จำเลยฟังเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2533 จำเลยยื่นฎีกาในวันที่12 มีนาคม 2533 พร้อมคำร้องในวันเดียวกันขออนุญาตยื่นฎีกาเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาอ้างว่า

จำเลยเป็นชาวเขาไม่สามารถอ่านเขียนภาษาไทยได้และศาลชั้นต้นเปิดตัวจำเลยจากเรือนจำมาฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์โดยไม่ได้หมายนัดแจ้งวันฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้ทนายจำเลยทราบ เมื่อจำเลยฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แล้วไม่สามารถติดต่อกับทนายจำเลยได้ ญาติพี่น้องก็ไม่มีผู้ใดทราบเรื่อง จำเลยไม่เข้าใจขั้นตอนต่าง ๆ ในการต่อสู้คดีว่า จำเลยมีสิทธิที่จะยื่นฎีกาภายใน 1 เดือน นับแต่วันที่อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ทนายจำเลยเพิ่งทราบว่าศาลชั้นต้นได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2533 โดยดูจากสำเนาฎีกาของโจทก์ที่ญาติจำเลยนำมามอบให้เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2533 จำเลยไม่มีเจตนาที่จะไม่ยื่นฎีกาภายในกำหนดระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมขอได้โปรดให้มีการไต่สวนคำร้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องของจำเลยดังกล่าวแล้วสั่งว่า พฤติการณ์ฟังได้ว่าการที่จำเลยยื่นฎีกาพ้นกำหนดเป็นเพราะเหตุสุดวิสัย จึงอนุญาตให้จำเลยฎีกาตามคำร้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นรับฎีกาภายหลังระยะเวลาที่จะยื่นฎีกาได้สิ้นสุดลงแล้ว ดังนี้จำเลยมีสิทธิจะขอขยายระยะเวลายื่นฎีกาได้เฉพาะกรณีที่มีเหตุสุดวิสัยเท่านั้น แต่พฤติการณ์ตามคำร้องของจำเลยดังกล่าวข้างต้นนั้นไม่ใช่กรณีที่มีเหตุสุดวิสัย จึงไม่เข้าเกณฑ์ที่จำเลยจะขอขยายระยะเวลาได้ ทั้งนี้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 23 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้จำเลยฎีกาจึงไม่ชอบ ศาลฏีกาไม่รับวินิจฉัยส่วนปัญหาตามฎีกาโจทก์ที่ว่า การกระทำความผิดของจำเลยที่มีมอร์ฟีนโคเคอีนและฝิ่นไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายตามฟ้องต่างกรรมกันหรือไม่ โจทก์ฎีกาว่าการกระทำความผิดต่างกรรมกัน

เพราะวัตถุแห่งการกระทำความผิดต่างชนิดกันจึงต้องลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดแต่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ต่างลงโทษจำเลยเพียงกระทงเดียวจึงไม่ชอบเห็นว่า เมื่อโจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยมีวัตถุแห่งการกระทำความผิดดังกล่าวไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายในวาระเดียวกันเช่นนี้ แม้วัตถุแห่งการกระทำความผิดจะต่างชนิดกัน แต่ก็ต่างเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 2 ด้วยกัน การกระทำของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียว ไม่ใช่ต่างกรรมกันดังที่โจทก์ฎีกา ดังนั้นที่ศาลล่างทั้งสองต่างวางโทษจำเลยเพียงกระทงเดียว ให้จำคุกจำเลย 5 ปี จึงชอบแล้ว

อนึ่ง

ศาลฎีกาเห็นว่าความผิดของจำเลยฐานมีอาวุธปืนลูกซองพร้อมกระสุนปืนลูกซองและกระสุนปืนขนาด .32 ตามฟ้องไว้ในครอบครองเป็นกรรมเดียวกันแต่ศาลชั้นต้นวางโทษมา 2 กระทง คือ ฐานมีอาวุธปืนลูกซองและกระสุนปืนลูกซอง จำคุก 1 ปี ฐานมีกระสุนปืนขนาด .32 ปรับ 200 บาทและศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จึงไม่ชอบ แม้จำเลยจะมิได้อุทธรณ์และฎีกาปัญหาข้อนี้ แต่ปัญหานี้เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกาจึงวางโทษเสียใหม่ให้ถูกต้อง โดยวางโทษเฉพาะความผิดฐานมีอาวุธปืนลูกซองและกระสุนปืนซอง ตามที่ศาลชั้นต้นวางไว้เพียงกระทงเดียว ทั้งศาลชั้นต้นปรับบทโดยไม่ได้ระบุวรรค จึงเห็นสมควรระบุวรรคให้ถูกต้องพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืนพ.ศ. 2490 มาตรา 72 วรรคแรก โดยไม่ลงโทษปรับ 200 บาทแก่จำเลยนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
นาม ยิ้มแย้ม · ไพฑูรย์ เนติโพธิ์ · โสภณ จันเทรมะ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 80/2545

ความผิดฐานมีอาวุธปืนไม่มีทะเบียนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาตกับความผิดฐานมีอาวุธปืนมีทะเบียนของผู้อื่นซึ่งได้รับใบอนุญาตให้มีและใช้ตามกฎหมายไว้ในครอบครองเป็นความผิดกรรมเดียวกัน ต้องลงโทษตามพระราช…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4088/2545

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯมาตรา 4,55,78 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288,80,83 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันมีลูกระเบิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1398/2530

จำเลยหลอกลวงขอซื้อข้าวเปลือกจากโจทก์ร่วมโดยอ้างว่าตน มีเงินพอชำระค่าข้าวเปลือกได้ โจทก์ร่วมหลงเชื่อจึงมอบข้าวเปลือกที่ขายให้จำเลยไปในวันนั้น ต่อมาวันรุ่งขึ้นจำเลยออกเช็คโดยมีเจตนาจะไม่ให้มีการใช้เงินต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 911/2566

จำเลยที่ 1 ฎีกาทำนองว่า จำเลยที่ 1 ไม่ได้กระทำความผิดตามฟ้อง อันเป็นการขัดแย้งกับคำให้การรับสารภาพของจำเลยที่ 1 จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 2 ต้องห้ามมิให้ฎี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4398/2565

ความผิดฐานร่วมกันเล่นการพนัน ฐานร่วมกันฝ่าฝืนข้อกำหนดที่ออกตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 และฐานร่วมกันกระทำการอันเป็นการเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อ จำเลยทั้งยี่สิบสามมีเจตนาเล่นการพน…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้