Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4984/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้จำเลยจะถูกแยกฟ้องในความผิดฐานรับของโจรทรัพย์ของผู้เสียหายหลายคนเป็นหลายสำนวน แต่จำเลยรับทรัพย์สินนั้นไว้คราวเดียวกันจึงเป็นความผิดกรรมเดียว แม้โจทก์จะแยกฟ้องจำเลยเป็นหลายสำนวนแต่เมื่อจำเลยถูกศาลพิพากษาลงโทษฐานรับของโจรในคดีก่อนแล้ว สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ในคดีนี้ย่อมระงับไป.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 335,357 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 5)พ.ศ. 2525 มาตรา 11 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา(ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2512 มาตรา 6 และให้นับโทษจำเลยในคดีนี้ต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญา หมายเลขดำที่ 2896/2530 หมายเลขแดงที่4081/2530 และคดีอาญาหมายเลขดำที่ 3105/2530 หมายเลขแดงที่145/2531 ของศาลชั้นต้นด้วยจำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 357 ให้จำคุก 1 ปี 6 เดือน

จำเลยให้การรับสารภาพชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 1 ปี ให้นับโทษจำเลยในคดีนี้ต่อจากโทษจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่2896/2530 หมายเลขแดงที่ 4081/2530 และคดีอาญาหมายเลขดำที่3105/2530 หมายเลขแดงที่ 145/2531 ของศาลชั้นต้นด้วย ข้อหาอื่นให้ยกจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้ศาลอุทธรณ์ยังมิได้วินิจฉัยว่าจำเลยรับเอาทรัพย์ของผู้เสียหายแต่ละรายไว้ในคราวเดียวกัน และคดีนี้เป็นฟ้องซ้ำกับคดีดังกล่าวดังที่จำเลยอุทธรณ์หรือไม่ ข้อเท็จจริงจึงยังไม่เพียงพอที่จะวินิจฉัยว่าคดีนี้เป็นฟ้องซ้ำกับคดีดังกล่าวหรือไม่

ศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยข้อเท็จจริงไปเลย ได้ความจากคำเบิกความของร้อยตำรวจเอกบดินทร์ ประชากิตติกุล พยานโจทก์ผู้จับกุมจำเลยว่า ร้อยตำรวจเอกบดินทร์จับกุมผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์หรือรับของโจรได้ 3 คน เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2530 ผู้ต้องหาดังกล่าวให้การรับสารภาพว่าได้ร่วมกันลักทรัพย์ของผู้เสียหายแล้วนำทรัพย์ที่ลักมาได้ไปขายให้จำเลยคดีนี้ จึงให้ผู้ต้องหาคนหนึ่งในจำนวนผู้ต้องหาดังกล่าวพาไปที่บ้านจำเลยในวันเดียวกันพบทรัพย์สินจำนวน 13 รายการ ซึ่งจำเลยยอมรับว่าซื้อจากผู้ต้องหาดังกล่าวจริง ปรากฏตามสำเนาภาพถ่ายบันทึกการจับกุมเอกสารหมายป.ล.1 ศาลฎีกาได้ตรวจดูทรัพย์ของกลางทั้ง 13 รายการดังกล่าวแล้วปรากฏว่ามีทรัพย์ของกลางคดีนี้

รวม 10 รายการ ตามบัญชีทรัพย์ท้ายฟ้องรวมอยู่ด้วย ส่วนทรัพย์ของกลางที่เหลืออีก 3 รายการ เป็นทรัพย์ของผู้เสียหายคนอื่นที่จำเลยรับไว้ในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อดังกล่าว และโจทก์มิได้นำสืบให้ปรากฏข้อเท็จจริงว่า จำเลยได้รับทรัพย์ของกลางตามเอกสารหมาย ป.ล.1 ไว้ต่างวาระกันข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่าจำเลยได้รับทรัพย์ของกลางตามเอกสารหมายป.ล.1 ทั้ง 13 รายการไว้ในคราวเดียวกันแต่โจทก์ได้แยกฟ้องจำเลยในข้อหาลักทรัพย์หรือรับของโจรทรัพย์ 13 รายการออกมาเป็นแต่ละสำนวนตามจำนวนผู้เสียหาย ดังนั้นเมื่อศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดฐานรับของโจรในคดีดังกล่าวไปแล้ว โจทก์จึงไม่มีสิทธิจะนำคดีมาฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานรับของโจรเป็นคดีนี้อีก เพราะเป็นความผิดกรรมเดียวกันกับคดีดังกล่าว และสิทธิที่โจทก์จะนำคดีมาฟ้องจำเลยสำหรับความผิดนั้น เป็นอันระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(4)..."

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เสียง ตรีวิมล · บุญศรี กอบบุญ · สมศักดิ์ วิธุรัติ
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5069/2562

สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปเมื่อมีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดซึ่งได้ฟ้องตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (4) นั้น นอกจากจำเลยจะต้องเป็นบุคคลคนเดียวกันและศาลมีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดที่ได้ฟ้องแล้ว คด…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 16405/2555

จำเลยที่ 1 ถูกศาลในคดีก่อนพิพากษาลงโทษฐานแจ้งความเท็จแก่เจ้าพนักงานตาม ป.อ. มาตรา 137 ปรากฏว่าวัน เวลา และการกระทำอันเป็นมูลเหตุแห่งความผิดที่จำเลยที่ 1 ถูกฟ้องในคดีก่อนกับคดีนี้ เป็นวัน เวลา และการกร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4335/2554

การที่จำเลยกับพวกร่วมกันหลอกลวงสั่งซื้อสินค้าผ้าจากโจทก์ร่วมนั้น เป็นการดำเนินการอย่างเป็นขั้นตอนตามแผนการที่วางไว้ตั้งแต่ต้น โดยการหลอกลวงให้โจทก์ร่วมไว้วางใจเพื่อจะได้ฉ้อโกงสินค้าเป็นจำนวนมากโดยอาศั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6900/2553

จำเลยถูกเจ้าพนักงานตำรวจนครบาลสำราญราษฎร์จับกุมขณะขับรถยนต์พร้อมยึดได้เมทแอมเฟตามีน 100 เม็ด จำเลยยอมรับว่ายังมีเมทแอมเฟตามีนอีกบางส่วนเก็บไว้ที่บ้านด้วย เจ้าพนักงานตำรวจจึงนำจำเลยไปตรวจค้นที่บ้านพักซ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1163/2549

จำเลยที่ 1 ถึงแก่ความตายระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (1) จึงให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 1 ออกเสียจากสารบบความของศาลฎีกา จำเลยที่ 2 ร่วมกับพวกมีอีเฟดรี…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้