Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4986/2539

พ.ศ. 2539 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์บรรยายฟ้องว่าที่ดินโจทก์ซึ่งซื้อมาจากเจ้าของเดิมอยู่ติดกับที่ดินจำเลยและมีที่ดินแปลงอื่นปิดล้อมไม่มีทางออกสู่ทางสาธารณะระหว่างที่ดินโจทก์กับทางสาธารณะมีที่ดินจำเลยคั่นอยู่และมีทางพิพาทจากที่ดินโจทก์ผ่านที่ดินจำเลยไปออกสู่ทางสาธารณะก่อนโจทก์ซื้อที่ดินเจ้าของเดิมได้ใช้ทางพิพาทเข้าออกที่ดินโจทก์สู่ทางสาธารณะโดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาให้เป็นทางภารจำยอมติดต่อกันมาเกินกว่า10ปีทางพิพาทจึงเป็นทางจำเป็นและตกเป็นทางภารจำยอมแก่ที่ดินโจทก์และเมื่อโจทก์เป็นเจ้าของที่ดินดังกล่าวก็ได้ใช้ทางพิพาทออกสู่ทางสาธารณะติดต่อกันตลอดมาต่อมาจำเลยนำเสาปูนมาปักกั้นทางพิพาทจึงขอให้จำเลยเปิดทางพิพาทเช่นนี้จะเห็นได้ว่าตามคำบรรยายฟ้องของโจทก์ดังกล่าวทางพิพาทอาจเป็นทางจำเป็นหรือทางภารจำยอมซึ่งต้องแล้วแต่ข้อเท็จจริงที่ได้ความในทางพิจารณาว่าที่ดินจำเลยและที่ดินแปลงอื่นปิดล้อมไม่มีทางออกสู่ทางสาธารณะหรือเจ้าของเดิมก็ได้ใช้ทางพิพาทติดต่อกันก่อนขายให้โจทก์เป็นเวลานานเกินกว่า10ปีแล้วทางพิพาทจึงตกเป็นภารจำยอมแก่ที่ดินโจทก์โดยอายุความจำเลยจึงไม่มีสิทธิมาปิดกั้นทางพิพาทคำฟ้องโจทก์ดังกล่าวจึงแสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาของโจทก์และคำขอบังคับทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาเช่นว่านั้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา172วรรคสองแล้วฟ้องโจทก์จึงไม่เคลือบคลุม จำเลยเพียงแต่ยื่นคำแถลงต่อศาลชั้นต้นว่าไม่เห็นด้วยกับคำสั่งศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาทเพียง2ประเด็นขอให้ศาลมีคำสั่งกำหนดประเด็นข้อพิพาทเพิ่มอีก1ข้อคือ"บริเวณที่ดินที่เป็นทางพิพาทตามฟ้องเป็นของจำเลยหรือไม่"หากศาลไม่อนุญาตขอถือเอาคำแถลงนี้เป็นคำโต้แย้งคำสั่งศาลศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า"ไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงประเด็นที่กำหนดไว้เดิมจึงไม่อนุญาติ"จำเลยก็หาได้โต้แย้งคำสั่งศาลในเรื่องนี้อีกแต่อย่างใดไม่ฉะนั้นจะถือเอาคำแถลงของจำเลยฉบับนั้นเป็นคำโต้แย้งไม่ได้จำเลยจึงอุทธรณ์ในปัญหานี้ไม่ได้เพราะเป็นการต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา226(2)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาว่าทางกว้าง 3 เมตร ยาวจากที่ดินตาม น.ส.3 เลขที่ 12 ของโจทก์ถึงถนนเข้าหมู่บ้านในกรอกตามฟ้องเป็นทางภารจำยอมและทางจำเป็นแก่ที่ดินตาม น.ส.3เลขที่ 12 และ 36 หมู่ที่ 5 ตำบลฉลอง อำเภอเมืองภูเก็ต กับให้จำเลยรื้อถอนเสาปูนทั้ง 2 ต้น ออกจากทางพิพาทและห้ามจำเลยปิดกั้นทางดังกล่าวอีกต่อไปจำเลยให้การว่า

โจทก์บรรยายฟ้องว่าทางพิพาทเจ้าของเดิมของที่ดินโจทก์ใช้เป็นทางเข้าออกสู่ทางสาธารณะเกินกว่า10 ปี โดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาให้เป็นทางภารจำยอม และโจทก์ได้สิทธิในทางภารจำยอมโดยอายุความแล้วและทางดังกล่าวเป็นทางจำเป็นที่โจทก์ใช้เป็นทางเข้าออกสู่ทางสาธารณะเนื่องจากที่ดินโจทก์ถูกปิดล้อม ฟ้องโจทก์จึงเคลือบคลุม บริเวณทางพิพาทไม่เคยเป็นทางเดินหรือทางเกวียนมาก่อน ทั้งเจ้าของเดิมของที่ดินโจทก์ก็ไม่เคยใช้เป็นทางเข้าออกสู่ทางสาธารณะโดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาให้เป็นทางภารจำยอมเกินกว่า 10 ปี เพียงแต่เดินผ่านโดยถือวิสาสะเท่านั้นโจทก์ซื้อที่ดินทั้ง 2 แปลง เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2532 โจทก์และบริวารก็ได้ถือวิสาสะเดินผ่านทางพิพาทเช่นกัน และไม่เคยใช้รถยนต์เป็นทางเข้าออก

ทางพิพาทจึงไม่ตกเป็นทางภารจำยอมแก่ที่ดินโจทก์มีทางออกสู่ทางสาธารณะโดยผ่านที่ดินนายอัมพร โกยสมบูรณ์ซึ่งเป็นระยะทางที่สั้นกว่า ที่โจทก์ฟ้องจำเลยให้เปิดทางพิพาทก็เพื่อประโยชน์ของโจทก์ในการที่จะขายที่ดินแก่บุคคลภายนอกที่จำเลยนำเสาปูน 2 ต้น ปักไว้บริเวณที่ดินจำเลยเป็นการใช้สิทธิอันชอบธรรมไม่เป็นการละเมิดสิทธิของโจทก์ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ทางพิพาทกว้าง 3 เมตร ยาวตลอดแนวที่ดินตามแนวทางสีชมพูในแผนที่วิวาทเอกสารหมาย จ.4 ตามโฉนดเลขที่ 43328 ตำบลฉลอง อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ตตกเป็นทางภารจำยอมแก่ที่ดินโฉนด เลขที่ 39804 ตำบลฉลองอำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต และให้จำเลยรื้อถอนเสาปูน 2 ต้นออกจากทางภารจำยอม

ห้ามจำเลยกระทำการใด ๆ อันเป็นเหตุให้ทางดังกล่าวลดหรือเสื่อมความสะดวก คำขออื่นให้ยกจำเลย อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ ภาค 3 พิพากษายืนจำเลย ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาประการแรกตามฎีกาของจำเลยมีว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องว่าที่ดินโจทก์ซึ่งซื้อมาจากเจ้าของเดิมอยู่ติดกับที่ดินจำเลยและมีที่ดินแปลงอื่นปิดล้อมไม่มีทางออกสู่ทางสาธารณะ ระหว่างที่ดินโจทก์กับทางสาธารณะมีที่ดินจำเลยคั่นอยู่และมีทางพิพาทจากที่ดินโจทก์ผ่านที่ดินจำเลยไปออกสู่ทางสาธารณะ ก่อนโจทก์ซื้อที่ดินเจ้าของเดิมได้ใช้ทางพิพาทเข้าออกที่ดินโจทก์สู่ทางสาธารณะโดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาให้เป็นทางภารจำยอมติดต่อกันมาเกินกว่า10 ปี

ทางพิพาทจึงเป็นทางจำเป็นและตกเป็นทางภารจำยอมแก่ที่ดินโจทก์ และเมื่อโจทก์เป็นเจ้าของที่ดินดังกล่าวก็ได้ใช้ทางพิพาทออกสู่ทางสาธารณะติดต่อกันตลอดมา ต่อมาจำเลยนำเสาปูนมาปักกั้นทางพิพาท จึงขอให้จำเลยเปิดทางพิพาท เช่นนี้จะเห็นได้ว่าตามคำบรรยายฟ้องของโจทก์ดังกล่าว ทางพิพาทอาจเป็นทางจำเป็นหรือทางภารจำยอม ซึ่งต้องแล้วแต่ข้อเท็จจริงที่ได้ความในทางพิจารณาว่าที่ดินโจทก์ถูกที่ดินจำเลยและที่ดินแปลงอื่นปิดล้อมไม่มีทางออกสู่ทางสาธารณะหรือเจ้าของเดิมก็ได้ใช้ทางพิพาทติดต่อกันก่อนขายให้โจทก์เป็นเวลานานเกินกว่า 10 ปีแล้ว ทางพิพาทจึงตกเป็นภารจำยอมแก่ที่ดินโจทก์โดยอายุความ จำเลยจึงไม่มีสิทธิมาปิดกั้นทางพิพาทคำฟ้องโจทก์ดังกล่าวจึงแสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาของโจทก์และคำขอบังคับ ทั้งขออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาเช่นว่านั้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 172 วรรคสองแล้ว ฟ้องโจทก์จึงไม่เคลือบคลุมปัญหาประการที่สองตามฎีกาของจำเลยมีว่า ทางพิพาทเป็นทางภารจำยอมโดยอายุความหรือไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงฟังได้ว่าทางพิพาทเป็นทางภารจำยอมแก่ที่ดินโจทก์ปัญหาประการที่สามตามฎีกาของจำเลยมีว่า ทางภารจำยอมควรกว้างเท่าใด เห็นว่า โจทก์และนายออบ พยานโจทก์เบิกความว่าทางพิพาท กว้าง 3 เมตร นอกจากนี้นายวิโรจน์ และนายโยหรอืภิญโญพยานจำเลยต่างก็เบิกความว่า เคยนำรถยนต์แล่นเข้าไปในทางพิพาทประกอบกับตามภาพถ่ายหมาย จ.9 และ จ.10 ทางพิพาทรถยนต์สามารถแล่นผ่านได้ทั้งการปักเสาปูนกั้นทางพิพาทก็เพื่อป้องกันมิให้โจทก์นำรถยนต์เข้าไปในที่ดินโจทก์ จึงฟังได้ว่าทางพิพาทสามารถนำรถยนต์แล่นเข้าออกได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นกำหนดให้ทางพิพาทกว้าง 3 เมตร นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยส่วนปัญหาข้อสุดท้ายที่จำเลยฎีกาว่า

ศาลชั้นต้นยกคำแถลงของจำเลยที่แถลงขอให้กำหนดประเด็นข้อพิพาทเพิ่มเติมนั้น เห็นว่าจำเลยเพียงแต่ยื่นคำแถลงต่อศาลชั้นต้นเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2534 ว่าไม่เห็นด้วยกับคำสั่งศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาทเพียง 2 ประเด็น ขอให้ศาลมีคำสั่งกำหนดประเด็นข้อพิพาทเพิ่มอีก 1 ข้อ คือ "บริเวณที่ดินที่เป็นทางพิพาทตามฟ้องเป็นของจำเลยหรือไม่" หากศาลไม่อนุญาต ขอถือเอาคำแถลงนี้เป็นคำโต้แย้งคำสั่งศาล ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในวันที่ 20 มีนาคม 2534ว่า "ไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงประเด็นที่กำหนดไว้เดิม จึงไม่อนุญาต"จำเลยก็หาได้โต้แย้งคำสั่งศาลในเรื่องนี้อีกแต่อย่างใดไม่ ฉะนั้นจะถือเอาคำแถลงของจำเลยฉบับลงวันที่ 20 มีนาคม 2534 เป็นคำโต้แย้งไม่ได้ จำเลยจึงอุทธรณ์ในปัญหานี้ไม่ได้เพราะเป็นการต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226(2)

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ดุสิต เพชรปลูก · ดพรุพงศ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา · ทวีชัย เจริญบัณฑิต
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5508/2545

โจทก์บรรยายฟ้องว่าคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายกำหนดวันให้โจทก์เริ่มการหีบอ้อยผลิตน้ำตาลทรายโดยไม่พิจารณาความพร้อมของโรงงานน้ำตาลทราย ชาวไร่อ้อย และความหวานของอ้อย แต่มิได้บรรยายฟ้องกล่าวอ้างถึงวันประกา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3796/2540

คดีนี้จำเลยให้การต่อสู้ว่า จำเลยได้ลงชี่อสั่งจ่ายเช็คพิพาทชำระหนี้ค่าเช่าซื้อแก่โจทก์โดยไม่ได้กรอกข้อความ แต่ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาทเพียงข้อเดียวว่า จำเลยต้องรับผิดชำระเงินตามเช็คพิพาทแก่โจทก์ห…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6459/2538

โจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 19629 ,19630, 19631 แขวงลาดยาว (บางซื่อฝั่งเหนือ) เขตบางเขน(บางซื่อ) กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างโดยประมูลซื้อจากการขายทอดตลาดและจดทะเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5955/2538

โจทก์บรรยายฟ้องโดยแจ้งชัดว่าจำเลยที่2และที่3ได้ว่าจ้างโจทก์ในนามของจำเลยที่1ให้ซ่อมเครื่องปั๊มของจำเลยที่1ให้จำเลยทั้งสามร่วมรับผิดต่อโจทก์ส่วนที่คำขอท้ายฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองให้ร่วมกันรับผิดต่อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2825/2537

จำเลยทั้งสองยื่นคำแถลงต่อศาลชั้นต้นว่า คำสั่งของศาลชั้นต้นที่กำหนดหน้าที่นำสืบไม่ถูกต้อง ขอให้ทำการชี้สองสถานและกำหนดหน้าที่นำสืบใหม่ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาต จำเลยทั้งสองไม่โต้แย้งคำสั่ง ศาลชั้นต้…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้