Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 50/2478

พ.ศ. 2478 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ให้ทำสัญญาให้โดยขู่ว่าถ้าไม่ทำจะฟ้องเรียกเงินตามสัญญากู้ดังนี้หาทำให้นิติกรรมนั้นตกเป็นโมฆียะไม่ เอาดอกเบี้ยค้างชำระซึ่งเป็นส่วนที่เกินอัตราในกฎหมายมาทำเป็นสัญญาต้นเงินกู้สัญญานั้นย่อมตกเป็นโมฆะ วิธีพิจารณาแพ่ง พะยาน น่าที่นำสืบ สืบหักล้างเอกสารสัญญาขอนำสืบว่าสัญญากู้ที่ทำนั้นเป็นสัญญาฝ่าฝืนกฎหมายโดยเอาดอกเบี้ยที่ค้างชำระอันเกินอัตราในกฎหมายมาทำเป็นต้นเงินกู้ดังนี้ คู่ความย่อมนำสืบได้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทำสัญญากู้เงินโจทก์ไปรวม ๕ ครั้ง จึงขอให้บังคับจำเลยใช้ต้นเงินแลดอกเบี้ยรวม ๖๙๔๗ บาท ๙๓ สตางค์ จำเลยต่อสู้ว่าได้กู้เงินโจทก์ไปคราวเดียวเพียง ๑๐๐๐ บาท โดยคิดดอกเบี้ยชั่งละ ๔ บาทต่อเดือน จำเลยได้ชำระดอกเบี้ยให้แล้วชั่งละ ๑ บาทต่อเดือน ส่วนที่ค้างอยู่อีกชั่งละ ๓ บาทต่อเดือนนั้นโจทก์ได้ขู่เข็ญให้จำเลยทำต้นเงินกู้เป็นคราว ๆ บางคราวก็ทำสัญญาใหม่รวมกับต้นเงินด้วยฉะนั้นดอกเบี้ยที่เกินกำหนดกฎหมายที่ให้จำเลยทำเป็นต้นเงินกู้นั้นต้องนับว่าเป็นโมฆะ จึงขอชำระต้นเงินเพียง ๑๐๐ บาท ศาลเดิมงดสืบพะยานแล้วพิพากษาให้จำเลยใช้เงินแก่โจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าข้อที่จำเลยต่อสู้ว่าถูกโจทก์ข่มขู่ว่าถ้าไม่ยอมทำสัญญาให้จะต้องถูกฟ้องเรียกเงินกู้นั้น ตามประมวลแพ่ง ม.๑๒๗ หาทำให้นิติกรรมตกเป็นโมฆียะไม่ แลเห็นว่าตามประมวลแพ่ง ม.๖๕๔ ห้ามมิให้คิดดอกเบี้ยเกินร้อยละ ๑๕ ต่อปี ฉะนั้นถ้าหากว่าความเป็นจริงดังจำเลยต่อสู้ว่าโจทก์ให้จำเลยทำสัญญากู้เงินในจำนวนเงินดอกเบี้ยที่ค้างชำระซึ่งเป็นดอกเบี้ยเกินกำหนดในกฎหมายแล้วก็นับว่าสัญญากู้เช่นนี้เป็นการฝ่าฝืนกฎหมายย่อมตกเป็นโมฆะ แลคู่ความย่อมนำสืบถึงความข้อนี้ได้ เพราะเป็นการสืบหักล้างเอกสารสัญญา

ผลคำพิพากษา

จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ที่สั่งให้ศาลเดิมสืบพะยานโจทก์จำเลยต่อไปแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปความ ่

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
กฤต · นล · อิศร
ศาลล่าง
ศาลชั้นต้น - พระรามปัญญาศาลอุทธรณ์ -
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้