คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่าทางพิพาทเป็นทางสาธารณะอันจำเลยมีภารจำยอมตามกฎหมายโดยโจทก์และบุคคลอื่นใช้เดินไปมาช้านานประมาณ 30 ปีเศษแล้วจำเลยกั้นรั้วปิดทางเดินรายนี้เสีย จึงขอให้ศาลพิพากษาว่าทางรายนี้เป็นทางหลวงหรือทางสาธารณะอันจำเลยมีภารจำยอมตามกฎหมายและบังคับให้จำเลยเปิดทางนี้ให้โจทก์เดินไปมาสะดวกอย่างเดิมศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้จำเลยเปิดทางเดินพิพาทจำเลยฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า ทางพิพาทนี้มิใช่ทางหลวงแต่ตกเป็นทางอันมีภารจำยอมแก่ที่ดินของโจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1387, 1401 และ 1382 การที่จำเลยเปิดทางเดินให้ใหม่เป็นการเปลี่ยนย้ายนั้น ได้ความว่า เป็นการทำให้ความสะดวกของโจทก์ผู้เป็นเจ้าของสามยทรัพย์ลดน้อยลง เป็นการขัดต่อมาตรา 1392 จำเลยทำดังนั้นไม่ได้
ผลคำพิพากษา
จึงพิพากษายืน