Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5018/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลทหารกรุงเทพวินิจฉัยคดีส่วนอาญาที่จำเลยถูกฟ้องว่าพยานหลักฐานของโจทก์เท่าที่นำสืบมานั้นทำให้เกิดความสงสัยว่าจำเลยเป็นคนขับรถยนต์โดยสารคันเกิดเหตุหรือไม่ เห็นควรยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้แก่จำเลย จึงพิพากษายกฟ้องโดยไม่ได้ชี้ขาดว่าจำเลยเป็นคนขับรถยนต์โดยสารคันเกิดเหตุหรือไม่ ถ้าหากฟังได้ว่าจำเลยเป็นคนขับ ก็จะต้องชี้ขาดอีกด้วยว่าจำเลยได้กระทำโดยประมาทหรือไม่ เมื่อโจทก์ซึ่งเป็นผู้เสียหายฟ้องทางแพ่งเรียกค่าเสียหายฐานละเมิดจากจำเลย จึงมีสิทธินำพยานหลักฐานเข้าสืบให้ฟังได้ว่าจำเลยเป็นคนขับรถยนต์โดยสารคันเกิดเหตุได้.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ทั้งสองสำนวนฟ้องว่า โจทก์ที่ 2 เป็นบุตรของโจทก์ที่ 1ซึ่งเกิดจากนายปราโมทย์ มนชน โจทก์ที่ 3 เป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์เก๋งคันเกิดเหตุ จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ร่วมกันประกอบกิจการเดินรถยนต์โดยสาร จำเลยที่ 4 เป็นลูกจ้างขับรถยนต์โดยสารคันเกิดเหตุของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ไปในทางการที่จ้างจากกรุงเทพมหานครไปจังหวัดสงขลาด้วยความประมาทปราศจากความระมัดระวังแล่นล้ำเส้นกึ่งก ลางถนนเป็นเหตุให้ชนรถยนต์เก๋งคันเกิดเหตุที่นายปราโมทย์ ขับนายปราโมทย์ ถึงแก่ความตาย โจทก์ที่ 1 ที่ 2 ได้รับบาดเจ็บ รถยนต์เก๋งคันเกิดเหตุเสียหายจนไม่สามารถซ่อมได้ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 555,108.75 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของเงินจำนวน 519,400 บาทนับจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ที่ 1 ที่ 2 และบังคับให้จำเลยที่ 1 ที่ 4 ร่วมกันชำระเงินจำนวน 94,277.50 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของเงินจำนวน 87,700 บาทนับจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ที่ 3จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ให้การว่า

จำเลยที่ 1 มิใช่เจ้าของรถยนต์โดยสารคันเกิดเหตุ จำเลยที่ 4 เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 1แต่มิใช่ผู้ขับรถยนต์โดยสารคันดังกล่าวในขณะเกิดเหตุ จำเลยที่ 2ไม่ใช่ผู้ปกครองและไม่ได้ร่วมกิจการเดินรถยนต์โดยสารคันเกิดเหตุจำเลยที่ 2 ไม่ใช่ผู้ครอบครองและไม่ได้ร่วมกิจการเดินรถยนต์โดยสารคันเกิดเหตุ จำเลยที่ 4 ไม่ใช่ลูกจ้างของจำเลยที่ 2 ค่าเสียหายของโจทก์ที่ 1 ที่ 2 ไม่เกิน 3,000 บาท โจทก์ที่ 2 มิใช่บุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ตายจึงไม่มีสิทธิเรียกค่าขาดไร้อุปการะรถยนต์เก๋งคันเกิดเหตุเสียหายไม่มากหากซ่อมให้อยู่ในสภาพดีค่าซ่อมไม่เกิน 20,000 บาท โจทก์ที่ 3 นำรถยนต์เก๋งคันดังกล่าวออกขายโดยไม่สุจริต ไม่อาจสวมสิทธิเรียกร้องเอาจากจำเลยที่ 1 ที่ 4 ได้ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ที่ 4 ร่วมกันชำระเงินจำนวน66,000 บาท แก่โจทก์ที่ 1 จำนวน 3,000 บาท แก่โจทก์ที่ 2 พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันละเมิดวันที่ 19พฤศจิกายน 2522 จนกว่าจะชำระเสร็จและให้ร่วมกันชำระเงินจำนวน87,000 บาท แก่โจทก์ที่ 3 พร้อมดอกเบี้ยอัตราเดียวกันนับตั้งแต่16 พฤษภาคม 52523 จนกว่าจะชำระเสร็จโจทก์ที่ 1 ที่ 2 และจำเลยที่ 1 ที่ 4 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 ที่ 4 ร่วมกันชำระเงิน 125,800 บาท แก่โจทก์ที่ 1 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 1 ที่ 4 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

ปัญหาตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ 4 ว่าคดีนี้เป็นคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ในการพิพากษาคดีส่วนแพ่งศาลจำต้องถือเอาข้อเท็จจริงตามที่ปรา กฎในคำพิพากษาคดีส่วนอาญาเมื่อคำพิพากษาคดีส่วนอาญา ศาลสงสัยตามสมควรว่าจำเลยที่ 4 เป็นคนขับรถยนต์โดยสารคันเกิดเหตุหรือไม่ จึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้เป็นผลดีแก่จำเลยที่ 4 พิพากษายกฟ้อง ถือได้ว่าศาลวินิจฉัยแล้วว่าจำเลยที่ 4 ไม่ได้กระทำความผิดหรือไม่ได้ละเมิดศาลที่วินิจฉัยในคดีส่วนแพ่งจะรับฟังข้อเท็จจริงตามโจทก์นำสืบว่า จำเลยที่ 4 กระทำความผิดหรือทำละเมิดย่อมไม่ได้นั้น เห็นว่า คดีอาญาศาลทหารกรุงเทพ (ศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์) วินิจฉัยว่า พยานหลักฐานของโจทก์เท่าที่นำสืบมานั้นทำให้เกิดความสงสัยว่า จำเลยเป็นคนขับรถยนต์โดยสารคันเกิดเหตุหรือไม่เห็นควรยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้แก่จำเลย

ผลคำพิพากษา

จึงพิพากษายกฟ้อง ดังนี้ ศาลที่พิพากษาคดีส่วนอาญาดังกล่าวไม่ได้ชี้ขาดว่าจำเลยที่ 4 ในคดีนี้เป็นคนขับรถยนต์โดยสารคันเกิดเหตุหรือไม่ ถ้าหากฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 4 ในคดีนี้เป็นคนขับรถยนต์โดยสารคันเกิดเหตุ ก็จะต้องชี้ขาดอีกด้วยว่าจำเลยที่ 4 ในคดีนี้ได้กระทำโดยประมาทหรือไม่ เมื่อโจทก์ที่ 1ที่ 2 ซึ่งเป็นผู้เสียหายฟ้องทางแพ่งเป็นคดีนี้เรียกค่าเสียหายฐานละเมิดจากจำเลยที่ 4 โจทก์ที่ 1 ที่ 2 จึงมีสิทธินำพยานหลักฐานเข้าสืบให้ฟังได้ว่าจำเลยที่ 4 เป็นคนขับรถยนต์โดยสารคันเกิดเหตุได้พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไพฑูรย์ เนติโพธิ์ · เจริญ นิลเอสงฆ์ · โสภณ จันเทรมะ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8722/2561

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาท ต่อมาจำเลยทั้งสามบุกรุกเข้าไปล้อมรั้วและรื้อบ้านของโจทก์ซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินพิพาท โจทก์ห้ามปรามแล้วแต่จำเลยทั้งสามไม่ฟัง ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2142/2559

ในคดีอาญาที่ ว. ผู้เอาประกันภัยรถยนต์จากโจทก์ถูกฟ้อง ซึ่งศาลชั้นต้นมีคำพิพากษายกฟ้องโจทก์ โดยฟังว่าการที่รถของ ว. ชนกับรถของ ศ. มิใช่เป็นเพราะความประมาทของ ว. และคดีดังกล่าวถึงที่สุดแล้ว ถือได้ว่าพนัก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6502/2558

จำเลยที่ 1 ทำสัญญาประกันภัยรถยนต์กระบะหมายเลขทะเบียน ผท 6565 ชลบุรีไว้กับจำเลยที่ 2 ผู้รับประกันภัย ในวันเกิดเหตุ จำเลยที่ 1 ขับรถคันดังกล่าวไปตามถนนสายอ่างศิลามุ่งหน้าไปตลาดอ่างศิลาซึ่งเป็นถนนมีช่องเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6131/2558

คดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญานั้น การนำข้อเท็จจริงจากคำพิพากษาส่วนอาญามารับฟังในคดีส่วนแพ่งตาม ป.วิ.อ. มาตรา 46 จะต้องประกอบด้วยหลักเกณฑ์ 3 ประการ คือ คำพิพากษาคดีอาญาต้องถึงที่สุด ข้อเท็จจริงนั้นเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6679/2557

คดีนี้เป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา จึงต้องรับฟังข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคดีส่วนอาญาว่า ผู้ตายกับพวกและจำเลยที่ 1 กับพวกต่างสมัครใจเข้าเสี่ยงภัยยอมรับอันตรายหรือความเสียหายที่อาจเกิดจากการวิวาท…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้