Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5021/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยรับโอนโจทก์จากหน่วยงานอื่นมาเป็นลูกจ้าง โดยจะให้โจทก์ได้รับอัตราเงินเดือนในขั้นใกล้เคียงที่ต่ำกว่าแต่ไม่เกินอัตราขั้นสูงสุดของแต่ละตำแหน่ง ส่วนเงินจำนวนที่ขาดไปนั้นจำเลยจะจ่ายให้เท่าที่เคยได้รับมาก่อน ซึ่งเรียกว่า "เงินเพิ่มพิเศษ" โดยมีหลักเกณฑ์ว่าจะจ่ายให้เป็นการชั่วคราวในระยะเวลาเพียง 6 เดือนโจทก์ตกลงยินยอมตามนั้น ความยินยอมของโจทก์จึงเป็นข้อตกลงที่มีผลผูกพันโจทก์จำเลยโดยชอบด้วยกฎหมายเมื่อครบ 6 เดือนแล้วภายหลังจากนั้นโจทก์ย่อมไม่มีสิทธิได้รับเงินเพิ่มพิเศษจากจำเลยอีก

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 10 พ.ร.บ.การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย พ.ศ.2521 มาตรา 60

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เดิมโจทก์เป็นลูกจ้างของกระทรวงกลาโหมในสังกัดโรงกลั่นน้ำมันบางจาก ต่อมาวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๒๘ จำเลยรับโอนโจทก์มาเป็นลูกจ้างของจำเลยโดยตกลงจะให้ค่าจ้างรวมทั้งสิทธิและประโยชน์ต่าง ๆ เท่าที่เคยได้รับอยู่เดิมซึ่งโจทก์ได้รับเงินเพิ่มพิเศษอยู่เดือนละ ๕๑๘ บาท แต่เมื่อรับโอนโจทก์มาแล้วจำเลยได้ตัดเงินเพิ่มพิเศษดังกล่าวไม่จ่ายให้ตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๒๘ ถึงวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๒๙ คิดเป็นเงินรวม ๗,๒๕๒ บาท ขอให้บังคับจำเลยจ่ายเงินเพิ่มพิเศษเป็นเงิน ๗,๒๕๒ บาท ให้แก่โจทก์

จำเลยให้การว่า จำเลยได้รับโอนโจทก์มาเป็นลูกจ้างของจำเลยตามพระราชบัญญัติการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๒๑ มาตรา ๖๐ เนื่องจากจำเลยมีบัญชีอัตราเงินเดือนค่าจ้างของพนักงานมีอัตราชั้น ๔ เดือนละ ๙,๓๒๐ บาทและชั้น ๕ เดือนละ ๙,๙๔๐ บาท แต่โจทก์ได้รับเงินเดือนและเงินเพิ่มพิเศษเป็นเงิน ๙,๘๓๘ บาท ซึ่งไม่อยู่ในโครงสร้างบัญชีอัตราเงินเดือนของจำเลย จำเลยจึงได้ออกคำชี้แจ้งเรื่องการรับโอนบุคลากรจากโรงกลั่นน้ำมันทหารว่า สำหรับเงินที่ขาดจะจ่ายให้เรียกว่า "เงินเพิ่มพิเศษ" เป็นการชั่วคราวเฉพาะในช่วง ๖ เดือนแรกนับตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๒๘ เป็นต้นไป หลังจากนั้นจะบรรจุแต่งตั้งและให้ได้รับเงินเดือนตามโครงสร้างตำแหน่งและอัตราเงินเดือนรวมทั้งมีสิทธิได้เลื่อนเงินเดือนประจำปีตามหลักเกณฑ์ปกติของการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยต่อไป

โจทก์ได้ตกลงยอมรับตามประกาศดังกล่าว ดังนั้น จำเลยจึงจ่ายเงินเดือนให้โจทก์ตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๒๘ เดือนละ ๙,๓๒๐ บาท และเงินเพิ่มพิเศษอีกเดือนละ ๕๑๘ บาท รวมเป็นเงิน ๙,๘๓๘ บาท ตามที่โจทก์เคยได้รับและเป็นไปตามความในมาตรา ๖๐ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๒๑ เมื่อโจทก์ได้รับเงินเดือนขึ้นจากเดือนละ ๙,๗๒๐ บาท เป็นเดือนละ๙,๙๔๐ บาท ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๒๘ เป็นต้นไป ตามคำสั่งที่ ๗๐๔/๒๕๒๘ จำเลยก็ยังคงให้โจทก์ได้รับเงินเพิ่มพิเศษดังกล่าวเนื่องจากโจทก์ยังปฏิบัติงานอยู่ที่บริษัทบางจากปิโตรเลียม จำกัด ต่อมาเมื่อโจทก์ย้ายไปปฏิบัติงานประจำที่กองวิชาการ จังหวัดระยอง ตามคำสั่งที่ ๘๒/๒๕๒๙ ลงวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๙ ซึ่งระบุไว้โดยแจ้งชัดว่าไม่ได้รับเงินเพิ่มพิเศษ แต่เพื่อประโยชน์ของโจทก์จำเลยก็ได้จ่ายเงินเพิ่มพิเศษในเดือนกุมภาพันธฺ ๒๕๒๙ ให้แก่โจทก์ด้วย ดังนั้นนับแต่เดือนมีนาคม ๒๕๒๙ เป็นต้นไปโจทก์ก็หมดสิทธิที่จะได้รับเงินเพิ่มพิเศษนี้ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า โจทก์อุทธรณ์ข้อแรกว่า เมื่อจำเลยรับโอนโจทก์มาเป็นลูกจ้างของจำเลยโดยพระราชบัญญัติการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๒๑ มาตรา ๖๐ ซึ่งกำหนดให้จำเลยได้รับเงินเดือนหรือค่าจ้างรวมทั้งสิทธิและประโยชน์ต่าง ๆ เท่าที่เคยได้รับอยู่เดิม จำเลยจึงให้โจทก์ได้รับเงินเดือน ๆ ละ ๙,๓๒๐ บาท และเงินเพิ่มพิเศษอีกเดือนละ ๕๑๘ บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น ๙,๘๓๘ บาท เงินเพิ่มพิเศษนี้จึงเป็นส่วนหนึ่งของค่าจ้าง การที่จำเลยไม่จ่ายเงินเพิ่มพิเศษให้โจทก์จึงเป็นการลดค่าจ้างอันเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างที่ไม่เป็นคุณต่อโจทก์โดยโจทก์มิได้ตกลงด้วย จำเลยไม่มีสิทธิกระทำได้

ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อจำเลยรับโอนโจทก์มาเป็นลูกจ้างของจำเลยแล้วประมาณ ๑ เดือน จำเลยได้ออกคำชี้แจงเรื่องการรับโอนบุคลากรจากโรงกลั่นน้ำมันทหาร ลงวันที่ ๒ พฤษภาคม ๒๕๒๘ จากคำชี้แจงฉบับนี้แสดงให้เป็นเจตนาของจำเลยที่แสดงแก่ลูกจ้างของจำเลยที่รับโอนมาจากหน่วยงานอื่น ซึ่งรวมถึงโจทก์ซึ่งก่อนหน้านี้เป็นลูกจ้างของโรงกลั่นน้ำมันทหารกรมการพลังงานทหาร กระทรวงกลาโหมด้วนั้นว่า เมื่อรับโอนมาแล้ว จำเลยจะให้ลูกจ้างได้รับอัตราเงินเดือนในชั้นใกล้เคียงที่ต่ำกว่าแต่ไม่เกินอัตราชั้นสูงสุดของแต่ละตำแหน่งส่วนเงินจำนวนที่ขาดไปนั้นจำเลยจะจ่ายให้เท่าที่เคยได้รับมาก่อนโดยกำหนดให้เรียกว่า "เงินเพิ่มพิเศษ" โดยมีหลักเกณฑ์การจ่ายไว้ว่า

จะจ่ายให้เป็นการชั่วคราวในช่วงระยะเวลาเพียง ๖ เดือน คือ ตั้งแต่เดือนเมษายน ๒๕๒๘ ถึงเดือนกันยายน ๒๕๒๘ และโจทก์ได้ทำบันทึกต่อท้ายเอกสารหมาย จ.๔ ว่า "ข้าพเจ้ายินดีรับการบรรจุแต่งตั้งและรับอัตราเงินเดือนและเงินเพิ่มพิเศษตามคำชี้แจ้งฉบับนี้"โดยโจทก์ได้ลงลายมือชื่อไว้ซึ่งศาลแรงงานกลางรับฟังเป็นยุติว่า โจทก์ลงลายมือชื่อรับทราบโดยมิได้โต้แย้งเท่ากับโจทก์ยอมรับว่าโจทก์จะคงได้รับเงินเพิ่มพิเศษเป็นการชั่วคราวตามคำชี้แจง เมื่อฟังว่าโจทก์ได้ตกลงยินยอมขอรับเงินเพิ่มพิเศษเพียง ๖ เดือน ตามคำชี้แจงของจำเลยเอกสารหมาย จ.๔ นี้แล้ว ความยินยอมของโจทก์จึงเป็นข้อตกลงที่มีผลผูกพันโจทก์จำเลยโดยชอบด้วยกฎหมาย โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกร้องเอาเงินเพิ่มพิเศษจากจำเลยอีกได้

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มาโนช เพียรสนอง · จุนท์ จันทรวงศ์ · สีนวล คงลาภ
ศาลล่าง
ศาลแรงงานกลาง - นายชลิต จั่นประดับศาลอุทธรณ์ -
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1663/2532

การโอนโจทก์ซึ่งเป็นลูกจ้างกระทรวงกลาโหมสังกัดกรมการพลังงานทหารไปเป็นพนักงานของจำเลยตามพระราชบัญญัติการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยพ.ศ.2521มาตรา60ถือเป็นการให้ออกจากงานเดิมเพราะเหตุยุบตำแหน่งหรือเลิกจ้างโดย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1523/2566

ข้อพิพาทระหว่างโจทก์ซึ่งเป็นลูกจ้างกับจำเลยซึ่งเป็นนายจ้างประเภทสถาบันอุดมศึกเอกชนมีการคุ้มครองแรงงานไว้โดยเฉพาะตาม พ.ร.บ.สถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. 2546 มาตรา 23 กิจการของจำเลยจึงไม่อยู่ภายใต้บังคับตา…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2561 (เลขอ้างอิง 626059)

ที่จำเลยอุทธรณ์ว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความนั้น จำเลยมิได้ให้การไว้จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลแรงงานกลาง และไม่ใช่ปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ต้องห้ามอุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7945/2554

พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 13 ใช้สำหรับกรณีมีการเปลี่ยนแปลงตัวนายจ้าง ซึ่งมีผลให้นายจ้างใหม่ต้องรับสิทธิและหน้าที่อันเกี่ยวกับลูกจ้างที่มีอยู่กับนายจ้างเดิมมาด้วยทุกประการ แต่หากเป็นการโอนสิท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5481/2552

พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ฯ มาตรา 108 บังคับให้นายจ้างซึ่งมีลูกจ้างรวมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไป จัดให้มีข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน และมาตรา 110 บัญญัติเกี่ยวกับวิธีปฏิบัติในกรณีที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับเ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้