Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5022/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การแต่งตั้งผู้จัดการมรดกนั้น ศาลย่อมใช้ดุลพินิจ คำนึงถึงความเหมาะสมเพื่อประโยชน์แก่กองมรดกด้วย ถึงแม้ไม่มีผู้คัดค้านคำร้องของผู้ร้อง และผู้ร้องไม่เป็นบุคคลต้องห้ามในการเป็นผู้จัดการมรดกตาม ป.พ.พ. มาตรา 1718 ก็ตาม แต่เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงว่าผู้ร้องไม่มีความสุจริตใจในการรักษาผลประโยชน์ในทรัพย์สินให้แก่ผู้รับพินัยกรรมของเจ้ามรดก จึงไม่เหมาะสมที่จะตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกตามคำร้อง.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า นายแดงถึงแก่กรรม โดยได้มีคำสั่งในพินัยกรรม ตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดก ผู้ร้องไม่เป็นบุคคลต้องห้ามขอให้มีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งยกคำร้องผู้ร้องอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนผู้ร้องฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาว่า ผู้ร้องสมควรเป็นผู้จัดการมรดกของนางแดงสีแรืงพันธ์หรือสีเรืองพันธุ์ เจ้ามรดกหรือไม่ได้ความจากนายแร่ พิลึก ผู้เขียนพินัยกรรม และนายเช้งหรือเช้าเพิ่มกสิกร พยานในพินัยกรรม เอกสารหมาย ร.1 ว่าเมื่อวันที่ 25พฤศจิกายน 2527 นางแดงบอกนายแร่ว่ามีที่ดินอยู่ 2 แปลง ขอให้นายแร่ทำพินัยกรรมยกที่นาตาม น.ส.3ก. เอกสารหมาย ร.3 ให้นางสงกาสีเรืองพันธ์หรือสีเรืองพันธุ์

ภริยานายแกะบุตรชาย นายแร่จึงเขียนพินัยกรรมให้โดยให้ผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรม และนายเช้งหรือเช้าซึ่งอยู่ที่บ้านนายแร่ขณะนั้นเป็นพยานในพินัยกรรม เห็นว่าแม้คดีนี้ไม่มีผู้คัดค้านคำร้องของผู้ร้อง และผู้ร้องไม่เป็นบุคคลต้องห้ามในการเป็นผู้จัดการมรดกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1718 ก็ตาม แต่การแต่งตั้งผู้จัดการมรดกตามคำสั้งศาล ศาลย่อมใช้ดุลพินิจโดยคำนึงถึงความเหมาะสมเพื่อประโยชน์แก่กองมรดกด้วยข้อเท็จจริงปรากฏว่าผู้ร้องขอให้พนักงานที่ดินอำเภอบรรพตพิสัยจังหวัดนครสวรรค์ โอนที่ดินตาม น.ส.3 ก. เอกสารหมาย ร. 3 ให้ผู้ร้องก่อนวันเบิกความ วันที่ 6 มีนาคม 2532 ประมาณ 6 ถึง 7 เดือนคือประมาณเดือนสิงหาคมถึงกันยายน 2531 หลังวันที่นางแดงตายประมาณ3 ปี 6 เดือน จึงเป็นการต้องห้ามตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1717 วรรคท้าย

เพราะการรับเป็นผู้จัดการมรดกนั้นผู้จัดการมรดกจะทำภายหลัง 1 ปีนับแต่วันที่เจ้ามรดกตายไม่ได้ เว้นแต่ศาลอนุญาต ซึ่งศาลฎีกาเห็นว่าผู้ร้องไม่ได้แสดงเหตุผลและความจำเป็นที่ผู้ร้องเพิ่งขอจัดการมรดกตามพินัยกรรมและร้องขอจัดการมรดกหลังวันที่นางแดงตายนานถึง 3 ปี 6 เดือน และ 4 ปีเศ๋ตตามลำดับทั้งไม่ได้ความว่าผู้ร้องแจ้งให้นางสงกาผู้รับทรัพย์สินตามพินัยกรรมให้รับทราบเพื่อรับโอนที่ดินมรดกแต่อย่างใด แต่กลับได้ความว่า ผู้ร้องขอให้พนักงานที่ดินอำเภอบรรพตพิสัยโอนที่ดินมรดกให้ผู้ร้องเสียเองนอกจากนี้ผู้ร้องเบิกความว่าเท่าที่ผู้ร้องทราบนางแดงมีที่ดิน1 แปลง ตาม น.ส.3 ก. เอกสารหมาย ร.3 เท่านั้น ซึ่งขัดกับที่นายแร่อ้างว่านางแดงมีที่ดินอยู่ 2 แปลง แสดงว่าผู้ร้องไม่มีความสุจริตใจในการรักษาผลประโยชน์ในทรัพย์สินให้แก่ผู้รับพินัยกรรมของนางแดงเจ้ามรดก จึงไม่เหมาะสมในการเป็นผู้จัดการมรดกตามคำร้อง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนตามคำสั่งของศาลชั้นต้นให้ยกคำร้องนั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาผู้ร้องฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อากาศ บำรุงชีพ · พัลลภ พิสิษฐ์สังฆการ · อุดม เฟื่องฟุ้ง
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2557 (เลขอ้างอิง 572490)

ผู้ร้องเป็นภริยาที่จดทะเบียนสมรสตามกฎหมายของผู้ตายและมีบุตรผู้เยาว์ด้วยกันสองคนยื่นคำร้องขอให้ศาลตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกโดยไม่มีพินัยกรรมของผู้ตาย กรณีเป็นเรื่องที่ต้องบังคับตาม ป.พ.พ. มาตรา1711,…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 419/2541

ผู้ตายทำพินัยกรรมไว้ 2 ฉบับ ฉบับแรกตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดก ฉบับหลังตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดก แต่ทรัพย์มรดกตามพินัยกรรมทั้ง 2 ฉบับเป็นทรัพย์คนละส่วนกัน ตามคำร้องขอของผู้ร้องอ้างว่า ผู้ร้องเป…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 191/2541

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งผู้ร้องและผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายร่วมกัน เมื่อผู้คัดค้านมิได้อุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นในส่วนที่ตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายจึงถึงที่สุดแล้ว การที่ผู้ร้องยื่นอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2815/2536

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรม คดีมีประเด็นต้องวินิจฉัยว่าสมควรตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกหรือไม่การที่ผู้คัดค้านอ้างว่าสิทธิการเช่าอาคารตามพินัยกรรมเป็นของผู้คัดค้านและทรัพย์อื่นอั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 342/2534

ผู้ที่จะมาเป็นผู้จัดการมรดกได้นั้นไม่จำเป็นต้องเป็นผู้มีส่วนได้เสีย เพียงไม่เป็นบุคคลซึ่งต้องห้ามตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1718 แล้วก็อาจถูกร้องขอต่อศาลให้ตั้งเป็นผู้จัดการมรดกได้ เมื่อผู้ร้…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้