Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 503/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นเจ้าพนักงานท้องถิ่น มีอำนาจยื่นคำขอต่อศาลให้มีการรื้อถอนอาคารได้ตามเงื่อนไขของกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 42 และเมื่อหัวหน้าเขตผู้รับมอบอำนาจจากผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครพบว่าจำเลยต่อเติมอาคารผิดข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครโดยไม่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้ถูกต้องได้ และมีคำสั่งให้จำเลยรื้อถอนอาคารภายในเวลาที่กำหนดแล้ว ดังนี้ ข้อบัญญติกรุงเทพมหานครเป็นข้อกฎหมายที่ศาลรู้เอง เมื่อโจทก์นำสืบว่าได้ปฏิบัติตามครบทุกขั้นตอนแล้ว แม้ไม่นำสืบผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครอีกก็ไม่ทำให้อำนาจฟ้องเสียไปการฟ้องคดีให้ผู้ต่อเติมอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาตรื้อถอนอาคารตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 นั้นมิใช่เรื่องจำเลยกระทำละเมิดต่อโจทก์ และกฎหมายมิได้บัญญัติเรื่องอายุความไว้ จึงต้องใช้อายุความ10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 164 มิใช่อายุความตามมาตรา448.(ที่มา-เนติ)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนอาคารที่ก่อสร้างต่อเติมโดยมิได้รับอนุญาตไป

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนอาคารชั้นที่ 6 ออกไปโจทก์จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้จำเลยรื้อถอนพื้นคอนกรีตเสริมเหล็กส่วนที่ต่อเติมทางด้านหลังของอาคารชั้นที่ 1 ออกไปด้วย

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า 'พิเคราะห์แล้วปัญหาว่าจำเลยดัดแปลงอาคารหรือไม่นายธวัชชัย พึ่งพินิจพยานโจทก์เบิกความว่าเมื่อวันที่ 10ตุลาคม 2522 ตรวจพบว่าอาคารของจำเลยกำลังต่อเติมจากชั้นที่5 เป็นชั้นที่ 6 และได้เทพื้นคอนกรีตเสริมเหล็กด้านหลังอาคารออกไป 2 เมตรโดยไม่ได้รับอนุญาตจึงรายงานให้นายสมฤกษ์ วุทฒิปรีชาหัวหน้าเขตพระนครทราบเห็นว่าการต่อเติมอาคารจากชั้นที่ 5 เป็นชั้นที่ 6 นั้นเป็นสิ่งที่เห็นได้ง่ายเพราะอาคารเป็นของใหญ่ ทั้งอาคารนั้นเป็นอาคารที่ก่อสร้างเสร็จแล้วกำลังติดตั้งลูกกรงหรือเป็นอาคารที่กำลังก่อสร้างต่อเติมชั้นอาคารขึ้นอีกก็สังเกตได้ไม่ยากเช่นเดียวกันเมื่อพบการกระทำนายธวัชชัยก็รายงานต่อหัวหน้าเขตพระนครทันที ตามเอกสารหมาย

จ.2 นายสมฤกษ์วุทฒิปรีชาหัวหน้าเขตพระนครเบิกความสนับสนุนว่าได้รับรายงานจากนายธวัชชัยระบุถึงการกระทำของจำเลยแสดงว่าเรื่องที่นายธวัชชัยรายงานน่าจะตรงต่อความจริงเพราะหลังจากรับรายงานแล้วนายสมฤกษ์จะต้องดำเนินการตามกฎหมายหลายขั้นตอน หากรายงานนั้นไม่ตรงต่อความจริง นายสมฤกษ์อาจตรวจสอบได้ง่าย นอกจากนี้ปรากฏว่าจำเลยให้การรับสารภาพเรื่องต่อเติมอาคารศาลแขวงพระนครเหนือพิพากษาลงโทษจำเลยแล้ว แม้พยานโจทก์ที่รู้เห็นจะมีแต่นายธวัชชัยและแผนที่เอกสารหมาย จ.2 ซึ่งนายธวัชชัยทำขึ้นฝ่ายเดียวโดยไม่มีบุคคลฝ่ายจำเลยลงชื่อไว้ด้วยก็ตามก็ไม่เป็นข้อพิรุธแต่อย่างใดข้ออ้างของจำเลยว่าอาคารพิพาทเป็นอาคาร6 ชั้นสร้างเสร็จตั้งแต่เดือนกันยายน 2521 ปีพ.ศ.2522 จำเลยไม่ได้ต่อเติมอาคารเพียงแต่ติดตั้งลูกกรงชั้นที่ 6 เท่านั้นเหตุที่รับสารภาพเพราะตำรวจแนะนำนั้นไม่อาจรับฟังได้เพราะหากอาคารพิพาทได้รับอนุญาตให้สร้าง 6 ชั้นและสร้างเสร็จก่อนปีพ.ศ.2522 จำเลยน่าจะอ้างใบอนุญาตหรือหลักฐานอื่นได้แต่ก็ไม่มีแม้เอกสารหมาย

ล.1 ระบุว่าอาคารที่ซื้อขายเป็นอาคาร 6 ชั้นปลูกสร้างมาประมาณสองปีครึ่งก็เป็นเอกสารที่ทำขึ้นหลังจากเกิดเหตุคดีนี้แล้ว คู่สัญญาระบุข้อความอย่างไรก็ย่อมทำได้ทั้งฟังไม่ได้ว่าจำเลยรับสารภาพต่อศาลแขวงพระนครเหนือโดยสำคัญผิดเพราะตามเอกสารหมาย จ.1 จำเลยรับสารภาพต่อหัวหน้าเขตพระนครในทำนองเดียวกันและการติดตั้งลูกกรงปกติทั่วไปย่อมทราบกันว่าไม่น่าจะเป็นความผิดที่จะต้องเสียค่าปรับจำนวนมากจึงไม่มีเหตุผลที่จำเลยจะหลงเชื่อคำแนะนำดังอ้าง ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2522 จำเลยได้ทำการต่อเติมอาคารจากชั้นที่ 5 เป็นชั้นที่ 6 และจำเลยได้เทพื้นคอนกรีตเสริมเหล็กที่พื้นชั้นล่างด้านหลังอาคาร โดยไม่ได้รับอนุญาต

ปัญหาเรื่องอำนาจฟ้อง เห็นว่าตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคารพ.ศ.2522 มาตรา 42 ได้บัญญัติเรื่องอำนาจฟ้องให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นซึ่งหมายถึงโจทก์ด้วยมีอำนาจยื่นคำขอต่อศาลให้มีการรื้อถอนอาคารได้ตามเงื่อนไขของกฎหมาย ทั้งโจทก์นำสืบได้ว่าเมื่อพบการกระทำผิดหัวหน้าเขตพระนครผู้รับมอบอำนาจจากโจทก์ได้สั่งให้จำเลยระงับการกระทำและนำสืบว่าการกระทำของจำเลยผิดข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครข้อ 76 (3) (4) และข้อ 83 ที่ไม่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้ถูกต้องได้และหัวหน้าเขตพระนครมีคำสั่งให้จำเลยรื้อถอนอาคารภายในกำหนด 30 วันแล้วข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครเป็นข้อกฎหมายที่ศาลรับรู้เองเมื่อโจทก์นำสืบให้เห็นได้ว่าโจทก์ได้ปฏิบัติตามกฎหมายครบทุกขั้นตอนแล้ว

แม้ไม่นำสืบผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครอีก ก็ไม่ทำให้อำนาจฟ้องเสียไปโจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง ปัญหาเรื่องอายุความเห็นว่ากรณีของจำเลยไม่ใช่เรื่องจำเลยกระทำละเมิดต่อโจทก์ แต่โจทก์ก็มีอำนาจฟ้องจำเลยตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคารพ.ศ.2522 ซึ่งเป็นกฎหมายพิเศษและกฎหมายไม่ได้บัญญัติเรื่องอายุความไว้เป็นอย่างอื่น จึงต้องใช้อายุความ 10 ปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 164 มิใช่อายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 448 ฟ้องโจทก์ไม่ขาดอายุความ ปัญหาว่าการต่อเติมพื้นคอนกรีตเสริมเหล็กหลังอาคารผิดข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครหรือไม่ ปัญหานี้จำเลยฎีกาว่าพื้นคอนกรีตอยู่ติดพื้นดินไม่ใช่สูง 2.50 เมตรนั้นตามคำเบิกความของนายธวัชชัยว่าพื้นชั้นล่างเทพื้นคอนกรีตออกไปอีกประมาณ 2 เมตรตามแผนที่สังเขปท้ายฟ้องหมายเลข 2 และได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามเอกสารหมาย

จ.2 เห็นว่าตามเอกสารทั้งสองฉบับดังกล่าวระบุว่าพื้นคอนกรีตเสริมเหล็กปกคลุมทางเดินหลังและมีรูปแผนที่ขีดเส้นตั้งระบุว่า 2.50 ตามเอกสารและรูปแผนที่ดังกล่าวแสดงให้เห็นได้ชัดว่าพื้นทางเดินด้านหลังสูงจากพื้นดิน 2.50 แม้จะไม่ได้ระบุว่าเป็นความสูงก็ไม่ใช่ข้อสำคัญเป็นแผ่นภาพที่พอเข้าใจได้ข้ออ้างของจำเลยว่าเทพื้นคอนกรีตในที่อ่างลึกเมตรเศษเป็นแต่เพียงข้ออ้างลอย ๆ ฟังไม่ได้ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยเทพื้นคอนกรีตเสริมเหล็กด้านหลังอาคารสูงจากพื้นดิน 2.50 เมตรปกคลุมทางเดินทำให้มีที่ว่างด้านหลังอาคารไม่ถึง 2 เมตรเป็นการฝ่าฝืนต่อข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครข้อ 76 (4) ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยรื้อถอนอาคารส่วนนี้ด้วยชอบแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืนให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา 800 บาทแทนโจทก์'.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ส่อง สุขะปุณณพันธ์ · เสนอ ศรนิยม · ยรรยง อิทธิพงษ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7774/2540

การฟ้องเพื่อติดตามเอาคืนซึ่งทรัพย์สินตาม ป.พ.พ.มาตรา1336 เป็นการใช้อำนาจแห่งกรรมสิทธิ์ ส่วนสิทธิในเครื่องหมายการค้าเป็นทรัพย์สินทางปัญญาซึ่งเป็นสิทธิในนามธรรม การใช้สิทธิฟ้องคดีจึงต้องเป็นไปตามบทบัญญั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7314/2537

โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยที่1เป็นพนักงานของโจทก์โดยมีจำเลยที่2และที่3เป็นผู้ค้ำประกันความเสียหายของจำเลยที่1ขณะปฏิบัติหน้าที่จำเลยที่1ปฏิบัติหน้าที่โดยลำพังมิได้รับอนุญาตหรือได้รับมอบหมายจากโจทก์อันเป็น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 356/2535

โจทก์ได้ส่งคำสั่งให้จำเลยรื้อถอนอาคารที่ต่อเติมให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน และจำเลยได้รับหนังสือดังกล่าวแล้ว จำเลยมิได้ให้การปฏิเสธในข้อนี้เพียงแต่ปฏิเสธว่ามิได้รับคำสั่งให้ระงับการก่อสร้างซึ่งเป็นคนละกร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 109/2532

จำเลยทั้งสามเป็นพนักงานของโจทก์ ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ไม่ระวังรักษาข้าวเปลือกที่โจทก์รับฝากจากชาวนา เป็นเหตุให้คนร้ายลักข้าวเปลือกนั้นไป เป็นผลโดยตรงให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ต้องใช้เงินให้ธนา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 698/2530

ป.พ.พ. มาตรา 1144 ถึงมาตรา 1170 บัญญัติให้กรรมการบริษัทมีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับบริษัทไว้หลายประการ เช่น ให้กรรมการใช้ความเอื้อเฟื้อสอดส่องในอันที่จะประกอบกิจการของบริษัทอย่างผู้ค้าขายด้วยความระมัดระวัง…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้