Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5053/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ มีอำนาจทำการสืบสวนคดีอาญาและจับกุมผู้กระทำผิดกฎหมาย การที่จำเลยทราบจากผู้เสียหายว่ามีคนร้ายลักทรัพย์ผู้เสียหาย แล้วจำเลยพูดว่า เรื่องนี้พอสืบได้แต่ต้องไถ่ทรัพย์คืนโดยไม่ปรากฏว่าจำเลยได้รู้ว่าผู้ใดเป็นคนร้ายลักทรัพย์หรือรับของโจรรายนี้และยังไม่รู้ว่าทรัพย์ที่ถูกลักรายนี้ถูกเก็บรักษาไว้ ณ ที่ใด ทั้งยังไม่ได้มีการแจ้งความออกหมายจับคนร้าย จำเลยจึงไม่มีอำนาจหน้าที่จะจับกุมผู้ใดมาดำเนินคดีหรือนำทรัพย์ที่ถูกลักไปมาคืนผู้เสียหายหรือส่งมอบพนักงานสอบสวน ยังถือไม่ได้ว่าการกระทำของจำเลยเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือทุจริตตาม ป.อ. มาตรา 157.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 157,334, 335, 357 ให้คืนของกลางแก่เจ้าของ ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ 2,880 บาท แก่ผู้เสียหายจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดในข้อหาความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ลงโทษจำคุก1 ปี ข้อหาอื่นให้ยกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษฐานรับของโจรด้วยจำเลยอุทธรณ์ขอให้ยกฟ้องฐานความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ในข้อหาความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกาขอให้ลงโทาจำเลยในข้อหาความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

"โจทก์มีพยานคือตัวผู้เสียหาย เบิกความว่าในการพบจำเลยสองครั้งแรก จำเลยพูดว่าเรื่องนี้พอจะสืบทราบได้โดยต้องไถ่ทรัพย์คืนเป็นเงิน 3,000 บาท เขาไม่ยอมให้ไถ่ในราคา1,500 บาท ตามที่ผู้เสียหายขอลด แต่จะเอาตัวคนร้ายไม่ได้ ในการพบครั้งที่สามจำเลยพูดว่า ถ้าเอาเงินให้จำเลย 2,000 บาท อีกสองวันจะได้รับทรัพย์คืน และมีนายเล่ง แซ่เล้า มาเบิกความว่า ในวันที่3 พฤศจิกายน 2527 หลังจากที่รู้ว่าทรัพย์ถูกลัก นายเล่งได้พบและบอกจำเลย จำเลยพูดว่าของนี้สืบได้ไม่ยากแต่ต้องไถ่ ส่วนบันทึกถอดคำพูดของจำเลยจากเทปตาม เอกสารหมาย จ.6 ก็มีข้อความเพียงว่าจำเลยไม่รู้จักกับคนร้ายที่ลักทรัพย์รายนี้ คงรู้จักแต่คนที่มาติดต่อขอไถ่ทรัพย์คืนเท่านั้น นอกจากนี้ พันตำรวจโทจำรัส สอาดโฉมผู้บังคับบัญชาของจำเลยเบิกความเป็นพยานโจทก์ว่า หลังจากผู้เสียหายนำเทปบันทึกเสียงไปเปิดให้ฟัง ตนได้สั่งให้จำเลยสืบสวนจับกุมคนร้ายและติดตามทรัพย์ที่หายคืนด้วย แสดงว่าจำเลยยังไม่ทราบตัวคนร้ายและไม่ทราบว่าของกลางอยู่ ณ ที่ใด ดังนี้

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า จากพยานโจทก์ดังกล่าวยังไม่ได้ความว่าจำเลยได้รู้ว่าผู้ใดเป็นคนร้ายลักทรัพย์หรือรับของโจรรายนี้ และยังไม่รู้ว่าทรัพย์ที่ถูกลักรายนี้ถูกเก็บรักษาไว้ ณ ที่ใด ทั้งเมื่อคดียังไม่ได้ความว่า ได้มีการแจ้งความและออกหมายจับคนร้าย จำเลยจึงยังไม่มีอำนาจหน้าที่จะจับกุมผู้ใดมาดำเนินคดีหรือนำทรัพย์ที่ถูกลักไปมาคืนผู้เสียหายหรือส่งมอบพนักงานสอบสวน ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157ดังที่โจทก์ฟ้อง ไม่จำต้องวินิจฉัยพยานจำเลย"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
คำนึง อุไรรัตน์ · ดุสิต วราโห · ถวิล ทองสว่างรัตน์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3620/2566

ขณะเกิดเหตุโจทก์ดำรงตำแหน่งประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้องกับ การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยตามข้อบังคับการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ พ.ศ. 2557 ข้อ 1…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8491/2561

คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในข้อหาลักทรัพย์หรือรับของโจร เป็นการฟ้องให้ศาลเลือกลงโทษจำเลยในข้อหาใดข้อหาหนึ่งตามที่พิจารณาได้ความ ศาลไม่อาจลงโทษจำเลยพร้อมกันทั้งสองข้อหาได้ เมื่อข้อเท็จจริงตามที่ปรา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12091/2558

ก่อนจับกุมโจทก์ทั้งสองได้มีการจับกุม ช. กับพวกในข้อหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืน ช. ให้การว่าโจทก์ทั้งสองเป็นผู้ใช้จ้างวาน จึงมีการสอบสวน ขยายผลและจับกุมโจทก์ทั้งสองมาลงบันทึกประจำวันไว้ และตามสำเนารายงานป…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2555 (เลขอ้างอิง 544487)

วันเวลากระทำความผิดในสำนวนคดีแรกและในสำนวนคดีที่สองที่โจทก์บรรยายฟ้องทั้งในความผิดฐานลักทรัพย์และความผิดฐานรับของโจรนั้นต่างกัน โจทก์จะฟ้องรวมกันมาเป็นคดีเดียวกันหรือจะแยกฟ้องเป็นคนละคดีก็ได้ การที่โจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5694/2554

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ในความผิดฐานลักทรัพย์หรือรับของโจร เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1 ในความผิดฐานยักยอก หากโจทก์เห็นว่าคำพิพากษาศาลชั้นต้นไม่ถูกต้องเพราะการกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นควา…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้