Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5054/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 1 ใช้แขนรัดคอและใช้มีดคัทเตอร์จี้ผู้เสียหายขู่บังคับให้ผู้เสียหายส่งไม้ทีสไลด์ให้โดยมีจำเลยที่ 2 ยืนอยู่ด้วย แล้วจำเลยที่ 2 ยื้อแย่งเอาย่ามใส่หนังสือจากผู้เสียหายเมื่อจำเลยที่ 1 ได้ไม้ทีสไลด์จากผู้เสียหายแล้วแทนที่จะหลบหนีไปจำเลยทั้งสองกลับบังคับให้ผู้เสียหายเดินไปกับจำเลยทั้งสองเมื่อพบเจ้าหน้าที่ตำรวจจำเลยทั้งสองก็มิได้หลบหนี ทั้งได้คืนไม้ทีสไลด์ให้ผู้เสียหายแต่โดยดี โดยบอกว่าล้อผู้เสียหายเล่นซึ่งเป็นการผิดวิสัยของคนร้ายที่กระทำการชิงทรัพย์โดยทั่วไปที่จำเลยทั้งสองกระทำต่อผู้เสียหายก็เนื่องจากความคึกคะนองประกอบกับความมึนเมาสุราด้วยเจตนาจะกลั่นแกล้งข่มเหงน้ำใจผู้เสียหายซึ่งแต่งเครื่องแบบนักศึกษาของวิทยาลับที่จำเลยทั้งสองไม่ชอบมาก่อนหาได้มีเจตนาลักทรัพย์ไม่การกระทำของจำเลยทั้งสองจึงไม่เป็นความผิดฐานชิงทรัพย์ แต่การกระทำของจำเลยทั้งสองดังกล่าวเป็นการกระทำโดยมีอาวุธข่มขืนใจผู้เสียหายให้กระทำการตามความประสงค์ของจำเลยทั้งสองทำให้ผู้เสียหายกลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิตร่างกายเสรีภาพ หรือทรัพย์สิน การกระทำอันขู่เข็ญนี้เป็นส่วนหนึ่งของความผิดฐานชิงทรัพย์และโจทก์ได้บรรยายถึงการกระทำของจำเลยทั้งสองมาในฟ้องแล้วศาลฎีกาย่อมลงโทษจำเลยทั้งสองในความผิดฐานทำให้เสื่อมเสียเสรีภาพได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคท้าย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๙ วรรคสอง, ๓๗๑, ๙๑ ริบมีดคัทเตอร์และคืนไม้ทีสไลด์ของกลางแก่ผู้เสียหาย

จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๐๙ ให้จำคุกคนละ ๓ เดือน จำเลยที่ ๑ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๗๑ ปรับ ๘๐ บาท ริบมีดคัดเตอร์ของกลาง ส่วนไม้ทีสไลด์ให้คืนแก่ผู้เสียหายคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก โจทก์และจำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๙ วรรคสอง พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๒๕ มาตรา ๑๓ ลดมาตราส่วนโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๖ กึ่งหนึ่ง คงจำคุก ๕ ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาว่าจำเลยทั้งสองได้กระทำผิดฐานชิงทรัพย์ผู้เสียหายหรือไม่ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยที่ ๑ ได้ใช้แขนรัดคอและใช้มีดคัทเตอร์ของกลางจี้ผู้เสียหาย ขู่บังคับให้ผู้เสียหายส่งไม้ทีสไลดิ์ให้จากนั้นจึงจับไหล่ผู้เสียหายให้เดินไปด้วยกัน โดยมีจำเลยที่ ๒ เดินคุมผู้เสียหายไปแล้วจำเลยที่ ๒ ทำการยื้อแย่งเอาย่ามใส่หนังสือจากผู้เสียหาย ทั้งเมื่อจำเลยที่ ๑ ได้ไม้ทีสไลด์จากผู้เสียหายแล้วแทนที่จะรีบหลบหนีไป กลับปรากฏว่าจำเลยทั้งสองได้บังคับให้ผู้เสียหายเดินไปกับจำเลยทั้งสอง เมื่อพบเจ้าหน้าที่ตำรวจจำเลยทั้งสองก็มิได้หลบหนี กลับคืนไม้ทีสไลด์ให้ผู้เสียหายแต่โดยดี โดยบอกว่าล้อผู้เสียหายเล่น พฤติการณ์ดังกล่าวเป็นการผิดวิสัยของคนร้ายที่กระทำการชิงทรัพย์โดยทั่วไป

เมื่อคำนึงถึงข้อเท็จจริงที่ได้ความว่ามีเรื่องต่อยตีกันเป็นประจำระหว่างนักศึกษาของสถานศึกษาที่ผู้เสียหายและจำเลยทั้งสองต่างกำลังศึกษาเล่าเรียนอยู่ประกอบกับขณะเกิดเหตุจำเลยทั้งสองมีอาการมึนเมาสุราแล้ว ศาลฎีกาเชื่อว่า ที่จำเลยทั้งสองกระทำต่อผู้เสียหายก็เนื่องจากความคึกคะนอง ประกอบกับความมึนเมาสุราด้วยเจตนาจะกลั่นแกล้งข่มเหงน้ำใจผู้เสียหายซึ่งแต่งเครื่องแบบนักศึกษาของวิทยาลัยที่จำเลยทั้งสองไม่ชอบมาก่อน หาได้มีเจตนาลักทรัพย์ไม่ การกระทำของจำเลยทั้งสองจึงไม่เป็นความผิดฐานชิงทรัพย์ แต่การที่จำเลยที่ ๑ ใช้แขนรัดคอผู้เสียหายและใช้มีดจี้ขู่เข็ญบังคับผู้เสียหายให้ส่งไม้ทีสไลด์ให้ โดยมีจำเลยที่ ๒ ยืนอยู่ด้วยแล้วบังคับผู้เสียหายให้เดินไปกับจำเลยทั้งสองและจำเลยที่ ๒ ยื้อแย่งย่ามใส่หนังสือจากผู้เสียหายนั้น เป็นการกระทำโดยมีอาวุธข่มขืนใจผู้เสียหายให้กระทำการตามความประสงค์ของจำเลยทั้งสองทำให้ผู้เสียหายกลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต

ร่างกาย เสรีภาพ หรือทรัพย์สิน การกระทำอันขู่เข็ญนี้ย่อมเป็นส่วนหนึ่งของความผิดฐานชิงทรัพย์ และโจทก์ได้บรรยายถึงการกระทำของจำเลยทั้งสองดังกล่าวมาในฟ้องแล้ว ศาลฎีกาย่อมลงโทษจำเลยทั้งสองในความผิดฐานทำให้เสื่อมเสียเสรีภาพ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๐๙ วรรคสองได้ ทั้งนี้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๒ วรรคท้ายที่ศาลอุทธรณ์ลงโทษจำเลยทั้งสองในความผิดฐานชิงทรัพย์นั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังขึ้นบางส่วน

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๐๙ วรรคสอง ให้จำคุกคนละ ๖ เดือน ปรับคนละ ๒,๐๐๐ บาท จำเลยทั้งสองเป็นนักเรียนกำลังศึกษาอยู่ในระดับอาชีวศึกษา และไม่ปรากฏว่าเคยต้องโทษจำคุกมาก่อน ทั้งเกิดเหตุแล้ว ผู้เสียหายก็ไม่ติดใจเอาโทษแก่จำเลยทั้งสองเมื่อได้คำนึงถึงพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว สมควรให้โอกาสแก่จำเลยทั้งสองได้กลับตัวสักครั้งหนึ่ง โทษจำคุกจึงให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด ๒ ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ รวมโทษจำเลยที่ ๑ ฐานพาอาวุธตามคำพิพากษาศาลล่างทั้งสองแล้วปรับ ๒,๐๘๐ บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สัมฤทธิ์ ไชยศิริ · มาโนช เพียรสนอง · สีนวล คงลาภ
ศาลล่าง
ศาลอาญาธนบุรี - นายประสงค์ คุณาจิรภรณ์
ศาลอุทธรณ์ - นายสุเทพ กิจสวัสดิ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1513/2562

จำเลยขับรถจักรยานยนต์ติดตามผู้เสียหายมาถึงที่เกิดเหตุ ผู้เสียหายขับรถจักรยานยนต์ไปจอดที่ลานจอดรถในมหาวิทยาลัย น. ผู้เสียหายยังไม่ได้ลงจากรถ จำเลยเดินมาจากด้านหลังของผู้เสียหายแล้วถามผู้เสียหายว่ามีเงิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8836/2552

แม้โจทก์ไม่ได้ขอให้ลงโทษหลายกรรม แต่โจทก์ได้บรรยายฟ้องไว้แล้วว่าจำเลยกระทำความผิดฐานชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายตาม ป.อ. มาตรา 339 ไว้ซึ่งความผิดฐานลักทรัพย์เป็นส่วนหนึ่งของการกระทำหลายอย่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3608/2535

ความผิดฐานฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่มีโทษสถานเดียวคือประหารชีวิต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 เมื่อจำเลยมีความผิดฐานพยายามฆ่าเจ้าพนักงานต้องระวางโทษสองในสามส่วนของโทษดังกล่าวตามมาตรา 80 เท่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6045/2531

ก่อนเกิดเหตุคดีนี้ไม่นาน จำเลยเคยถูกนักเรียนโรงเรียนเดียวกับผู้เสียหายขู่บังคับเอาเข็มขัดไป การที่จำเลยขู่บังคับให้ผู้เสียหายถอดเข็มขัดให้ จึงเป็นเพราะความโกรธแค้นไม่มีเจตนาเป็นอย่างอื่น จำเลยมิได้ขู่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5009/2530

จำเลยให้กำลังประทุษร้ายและขู่เข็ญผู้เสียหายโดยจับมือและบีบคอขู่ไม่ให้ร้องเพื่อความสะดวกแก่การที่จะกระทำผิดในทางเพศ มิได้ประสงค์ต่อทรัพย์เมื่อผู้เสียหายหลบหนีจำเลยจึงเอาทรัพย์ของผู้เสียหายไปโดยมีเจตนาท…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้