Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5059/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ในชั้นไต่สวนมูลฟ้องคดีอาญาที่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานบุกรุก ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โจทก์มิได้ครอบครองที่ดินพิพาทในขณะฟ้องคดีนี้ตามที่บรรยายมาในฟ้อง การที่โจทก์มีคำขอให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและต้นไม้ออกจากที่ดินพิพาทและห้ามจำเลยเกี่ยวข้องกับที่ดิน พิพาทมาพร้อมกับฟ้องคดีอาญา ถือได้ว่าเป็นการฟ้องเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครอง ซึ่งโจทก์จะต้องฟ้องภายใน 1 ปี นับแต่เวลาถูกแย่งการครอบครอง เมื่อปรากฏจากคำเบิกความของโจทก์ในชั้นไต่สวนดังกล่าวว่า โจทก์ฟ้องคดีนี้เกินกว่า 1 ปี นับแต่วันถูกแย่งการครอบครอง โจทก์จึงหมดสิทธิฟ้องแม้จำเลยจะยังมิได้ให้การต่อสู้คดี ปัญหาเรื่องสิทธิฟ้องร้องของโจทก์เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลมีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยเองได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๘,๓๖๒, ๒๖๕, ๘๓ ห้ามมิให้จำเลยทั้งห้าและบริวารเข้าไปกระทำการใด ๆอันเป็นการรบกวนการครอบครองที่ดินของโจทก์ ให้จำเลยทั้งห้าร่วมกันรื้อถอนเสาไม้รั้วลวดหนาม และต้นมะพร้าว ออกจากที่ดินของโจทก์หากจำเลยทั้งห้าไม่รื้อถอนให้โจทก์เป็นผู้รื้อถอนโดยจำเลยทั้งห้าร่วมกันรับผิดออกค่าใช้จ่าย ก่อนศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้อง โจทก์ขอถอนฟ้องจำเลยที่ ๑ศาลชั้นต้นอนุญาต

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว พิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ประทับฟ้องโจทก์ในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ เฉพาะความผิดฐานบุกรุกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๕ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้เป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาโจทก์เฉพาะในส่วนคดีแพ่งเท่านั้น คงมีปัญหาในชั้นฎีกาเฉพาะคดีแพ่งในประเด็นที่ว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องคดีนี้หรือไม่ แล้ววินิจฉัยว่า ตามคำเบิกความของโจทก์ในชั้นไต่สวนมูลฟ้องจำเลยทั้งห้าได้เข้าไปบุกรุกแย่งการครอบครองที่พิพาทดังกล่าววันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๒๖ ต่อมาโจทก์อ้างว่าจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓ได้ออกไปจากที่ดินพิพาท แต่เมื่อโจทก์เข้าไปครอบครองดูแลที่ดินที่พิพาทและปลูกขนำ ขนำของโจทก์ก็ถูกถอนรื้อและเผา เมื่อโจทก์ปลูกขนำขึ้นใหม่ในเดือนสิงหาคม ๒๕๓๐ ก็ปรากฏจากสำเนารายงานประจำวันเกี่ยวกับคดี เอกสารหมาย จ.๘ ว่าจำเลยทั้งห้านำเจ้าพนักงานตำรวจไปรื้อขนำของโจทก์ออกแล้วนำไม้ไปเก็บไว้ที่สถานีตำรวจโจทก์ก็ไปแจ้งว่าโรงเรือนที่ถูกรื้อเป็นของตนเท่านั้น

แสดงให้เห็นว่าจำเลยทั้งห้ายังคงครอบครองที่พิพาทอยู่ตลอดมานับตั้งแต่เข้าไปแย่งการครอบครองที่พิพาทในเดือน ธันวาคม ๒๕๒๖ จนกระทั่งถึงปัจจุบันและขัดขวางไม่ยอมให้โจทก์เข้าไปครอบครองยิ่งกว่านั้นจำเลยทั้งห้ายังปลูกขนำในที่พิพาทด้วย ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่าโจทก์มิได้ครอบครองที่พิพาทในขณะที่ฟ้องคดีนี้ตามที่โจทก์บรรยายมาในฟ้องการที่โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งห้ารื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและต้นไม้ออกจากที่ดินพิพาท และห้ามจำเลยทั้งห้าเกี่ยวข้องกับที่ดินพิพาท จึงถือได้ว่าเป็นการฟ้องเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองซึ่งโจทก์จะต้องฟ้องภายใน ๑ ปีนับแต่เวลาถูกแย่งการครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๗๕ วรรคสอง ดังนั้น

เมื่อโจทก์มาฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๓๑ ซึ่งเป็นเวลาเกินกว่า๑ ปี นับแต่วันถูกแย่งการครอบครองโจทก์จึงหมดสิทธิฟ้อง แม้จำเลยจะยังมิได้ยื่นคำให้การต่อสู้คดี และปัญหาเรื่องสิทธิฟ้องร้องของโจทก์เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลมีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ สำหรับเรื่องที่โจทก์ฎีกาว่าเมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์และประทับฟ้องในข้อหาบุกรุก ศาลต้องรับฟ้องในส่วนแพ่งด้วยนั้น เห็นว่าศาลอุทธรณ์วินิจฉัยแต่เพียงว่าคดีโจทก์มีมูลในความผิดอาญาฐานบุกรุกเท่านั้นไม่ได้ฟังข้อเท็จจริงว่าที่พิพาท เป็นของโจทก์ ข้อเท็จจริงดังกล่าวศาลหาจำต้องรับฟังไม่

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
บุญส่ง วรรณกลาง · วิทวัส อยู่วัฒนา · ตัน เวทไว
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดภูเก็ต - นายประเสริฐ โกวิทยา
ศาลอุทธรณ์ - นายเทพฤทธิ์ ศิลปานนท์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8722/2561

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาท ต่อมาจำเลยทั้งสามบุกรุกเข้าไปล้อมรั้วและรื้อบ้านของโจทก์ซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินพิพาท โจทก์ห้ามปรามแล้วแต่จำเลยทั้งสามไม่ฟัง ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6627/2560

คดีนี้จำเลยร่วมทั้งสองให้การต่อสู้ว่า ที่ดินพิพาทเป็นของตน ประเด็นเรื่องการแย่งการครอบครองจึงไม่มี เพราะการแย่งการครอบครองจะเกิดขึ้นได้ก็แต่ในที่ดินของบุคคลอื่น ไม่ใช่ที่ดินของตนเอง ฎีกาของจำเลยและจำเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9185/2558

สิทธิในการอุทธรณ์และฎีกาในคดีส่วนแพ่งนั้นต้องพิจารณาจากทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นอุทธรณ์และฎีกา เมื่อคดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 และที่ 3 ร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่โจทก์ร่วม 10,000 บาท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8529/2554

โจทก์ฟ้องจำเลยในความผิดฐานยักยอกเนื่องจากจำเลยรับเงินค่าที่ดินส่วนเกินที่โจทก์ขายที่ดินไว้ในครอบครองแล้วเบียดบังไปเป็นของตนโดยทุจริต สิทธิเรียกร้องทางแพ่งจึงต้องอาศัยมูลความผิดทางอาญา จึงเป็นคดีแพ่งที…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8414/2552

โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้นเพียงประเด็นเดียวเรื่องอายุความ เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 4 วินิจฉัยว่าคดีไม่ขาดอายุความ แม้ว่าคำฟ้องอุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสองจะมิได้อุทธรณ์คัดค้านประเด็นพิพาทข้ออื่…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้