Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5068/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

กรณีที่จำเลยยื่นคำให้การเป็นหนังสือ หากจำเลยประสงค์จะให้ศาลวินิจฉัยปัญหาข้อใดเป็นคุณแก่ตน ก็ต้องกล่าวข้อเท็จจริงเป็นข้อต่อสู้ไว้ให้ชัดแจ้งในคำให้การเพื่อให้คดีมีประเด็นข้อพิพาทไว้ คำให้การที่ว่า "โจทก์ฟ้องคดีไม่สุจริตทั้งนี้ก่อนออกจากบริษัท จำเลยโดยความเมตตาต่อโจทก์ ได้มอบเงิน 19,000 บาท ให้โจทก์และผลประโยชน์อื่น ๆ แก่โจทก์โดยจำเลยมิจำเป็นต้องให้โจทก์แต่ประการใดแต่ทั้งนี้เพื่อเห็นแก่มนุษยธรรม" เป็นคำให้การที่ไม่มีประเด็นข้อพิพาทที่จะต้องวินิจฉัยว่าโจทก์ได้สละสิทธิเรียกร้องเงินตามฟ้องของโจทก์หรือไม่

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.พ. มาตรา 177 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างประจำของจำเลย โจทก์ลาออกจากงานเมื่อวันที่ ๘ กันยายน ๒๕๓๐ จำเลยไม่จ่ายเงินให้ตามสิทธิของโจทก์ ขอให้บังคับจำเลยจ่ายเงินชดเชยจำนวน ๑๖,๓๓๐ บาท และค่าล่วงเวลาจำนวน ๕๙,๖๔๐ บาทให้แก่โจทก์

จำเลยให้การว่า โจทก์เป็นลูกจ้างประจำของจำเลย โจทก์ไม่มีสิทธิได้รับเงินตามฟ้อง

โจทก์ฟ้องคดีไม่สุจริต ทั้งนี้ก่อนออกจากงานบริษัทจำเลยได้เมตตาต่อโจทก์โดยมอบเงินจำนวน ๑๙,๐๐๐ บาทและผลประโยชน์อื่น ๆ แก่โจทก์ โดยที่จำเลยไม่จำเป็นต้องให้โจทก์แต่ประการใดแต่ทั้งนี้เพื่อเห็นแก่มนุษยธรรมเท่านั้น ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า ตามเอกสารหมาย ล.๘ ปรากฏว่าเมื่อโจทก์ลาออกจากงานนั้น โจทก์ได้รับเงินจำนวนหนึ่งจากจำเลยไปแล้วโดยบันทึกไว้ในเอกสารดังกล่าวว่า โจทก์สละข้อเรียกร้องทั้งหมดที่โจทก์มีต่อบริษัทจำเลยทั้งสิ้น โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกร้องเงินใด ๆ จากจำเลยอีก พิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า กรณีที่จำเลยยื่นคำให้การเป็นหนังสือ หากจำเลยประสงค์จะให้ศาลวินิจฉัยปัญหาข้อใดอันเป็นคุณแก่จำเลย จำเลยต้องกล่าวข้อเท็จจริงเป็นข้อต่อสู้ให้ชัดแจ้งไว้ในคำให้การตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๗๗ ประกอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.๒๕๒๒ มาตรา ๓๑ ทั้งนี้เพื่อให้มีประเด็นข้อพิพาทไว้คำให้การของจำเลยตอนท้ายที่ว่า "โจทก์ฟ้องคดีโดยไม่สุจริต ทั้งนี้ก่อนออกจากบริษัทจำเลยโดยความเมตตาต่อโจทก์ ได้มอบเงิน ๑๙,๐๐๐ บาท และผลประโยชน์อื่น ๆ แก่โจทก์โดยจำเลยมิจำเป็นต้องให้โจทก์แต่ประการใด แต่ทั้งนี้เพื่อเห็นแก่มนุษยธรรม"

นั้น เป็นกรณีที่จำเลยให้การต่อสู้ว่า โจทก์ใช้สิทธิฟ้องคดีโดยไม่สุจริต เพราะจำเลยได้จ่ายเงินจำนวนหนึ่งและผลประโยชน์อื่นให้แก่โจทก์ไปแล้ว ทั้ง ๆ ที่จำเลยไม่มีหน้าที่ต้องจ่ายตามกฎหมาย ไม่มีข้อความใดที่แสดงให้เห็นว่าจำเลยได้ให้การต่อสู้ว่า โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกร้องเงินตามฟ้องจากจำเลยเพราะโจทก์ได้สละข้อเรียกร้องไปแล้ว ฉะนั้นคดีจึงไม่มีประเด็นข้อพิพาทที่จะต้องวินิจฉัยว่า โจทก์ได้สละสิทธิเรียกร้องเงินตามฟ้องของโจทก์หรือไม่ ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์โดยวินิจฉัยว่าโจทก์ไม่มีสิทธิเรียกร้องเพราะโจทก์ได้สละสิทธิเรียกร้องไว้ตาม เอกสารหมาย ล.๘ นั้น เป็นการวินิจฉัยนอกประเด็นข้อต่อสู้ของจำเลยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง ให้ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยตามประเด็นข้อพิพาทที่กำหนดไว้ แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุพจน์ นาถะพินธุ · มาโนช เพียรสนอง · วิศิษฏ์ ลิมานนท์
ศาลล่าง
ศาลแรงงานกลาง - นายเกียรติพงศ์ อมาตยกุลศาลอุทธรณ์ -
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5477/2558

การถอนฟ้องภายหลังจำเลยยื่นคำให้การแล้วตาม ป.วิ.พ. มาตรา 175 วรรคสอง ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31 เพียงแต่บัญญัติให้ศาลฟังจำเลยเท่านั้น มิได้บัญญัติห้ามไม่ให้ศ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3528/2557

ระยะเวลาฟ้องเพิกถอนคำสั่งของพนักงานตรวจแรงงานตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 125 วรรคหนึ่ง เป็นข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนที่ศาลมีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เองตาม ป.วิ.พ. มาตรา 1…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6506/2557

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 1 จ้างโจทก์เป็นพนักงาน ต่อมาจำเลยที่ 1 เลิกจ้างโจทก์ จำเลยที่ 1 ให้การว่าจำเลยที่ 1 จ้างโจทก์เป็นพนักงานจริง แต่มิได้เลิกจ้างหรือถอดถอนโจทก์จากการเป็นพนักงาน เห็นได้ชัดแจ้งว่าจำเล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4838/2548

คำให้การของจำเลยข้อ 1.1 และ 1.2 อ้างว่าผู้บริหารของจำเลยไม่มีอำนาจทำสัญญาจ้างโจทก์แทนจำเลย สัญญาจ้างดังกล่าวจึงไม่ผูกพันจำเลยเป็นการปฏิเสธฟ้องโจทก์ว่าโจทก์กับจำเลยไม่มีนิติสัมพันธ์ต่อกัน ส่วนคำให้การข…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2548 (เลขอ้างอิง 267490)

ตามคำฟ้องเดิมของโจทก์เป็นเรื่องที่โจทก์อ้างว่าโจทก์ไม่ได้ทำงานทุกวันเพราะจำเลยที่ 1 ไม่มีวัตถุดิบซึ่งไม่ใช่ความผิดของโจทก์ จำเลยที่ 1 มีหน้าที่ต้องจ่ายค่าจ้างในช่วงที่โจทก์ไม่ได้ทำงานด้วย ต่อมาจำเลยที…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้