Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5068/2555

พ.ศ. 2555 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยกับพวกว่าจ้างให้ ธ. นำเมทแอมเฟตามีนไปส่งที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งเห็นว่าการกระทำของจำเลยกับพวกที่มีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองก่อนที่จำเลยกับพวกจะส่งมอบเมทแอมเฟตามีนให้แก่ ธ. นั้น เป็นการกระทำความผิดฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายอันเป็นความผิดสำเร็จแล้ว โดยที่จำเลยกับพวกยังไม่ต้องส่งมอบเมทแอมเฟตามีนให้แก่ ธ. จำเลยกับพวกจึงเป็นผู้กระทำความผิดเสียเอง มิใช่เป็นผู้ก่อให้ ธ. กระทำความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายแต่อย่างใด เนื่องจากความผิดฐานเป็นผู้ใช้จะต้องยังไม่มีการกระทำความผิดเกิดขึ้น แม้โจทก์จะขอให้ลงโทษจำเลยฐานเป็นผู้ใช้ แต่เมื่อทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยกับพวกเป็นผู้กระทำความผิดเสียเอง ข้อแตกต่างดังกล่าวก็มิใช่เป็นข้อสาระสำคัญ เมื่อจำเลยเพียงแต่โต้เถียงว่าจำเลยไม่เกี่ยวข้องกับเมทแอมเฟตามีน จึงเห็นว่าจำเลยมิได้หลงข้อต่อสู้ ศาลย่อมมีอำนาจลงโทษจำเลยตามข้อเท็จจริงที่พิจารณาได้ความได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคสอง

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 84 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 15, 66

จำเลยให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษากลับ จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสอง (เดิม), 66 วรรคสอง (เดิม) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 84 วางโทษประหารชีวิต

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยเป็นผู้ใช้ให้นางธัญญากระทำความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายหรือไม่ เห็นว่า นางธัญญายืนยันถึงข้อเท็จจริงดังกล่าวมาโดยตลอดตั้งแต่ชั้นจับกุม ชั้นสอบสวนและชั้นพิจารณาโดยมีรายละเอียดเกี่ยวเนื่องครบถ้วนทุกขั้นตอน ไม่ปรากฏว่านางธัญญาเคยมีสาเหตุโกรธเคืองกับจำเลยมาก่อน ทั้งได้ความว่านางธัญญาอาศัยอยู่หมู่บ้านเดียวกันกับจำเลย หากจำเลยกับพวกไม่ได้เป็นผู้จ้างวานให้นางธัญญากระทำความผิดก็ไม่มีเหตุที่นางธัญญาจะให้การซัดทอดจำเลยเพื่อให้จำเลยต้องรับโทษ ที่จำเลยฎีกาอ้างว่า นางธัญญาเข้าใจผิดว่าจำเลยเป็นพลเมืองดีที่แจ้งจับนางธัญญา จึงเป็นเหตุให้นางธัญญาให้การใส่ร้ายจำเลยนั้น

ก็เป็นเพียงความเข้าใจและการคาดคะเนของจำเลยเพียงฝ่ายเดียวไม่มีน้ำหนักรับฟัง น่าเชื่อว่านางธัญญาเบิกความไปตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง แม้คำให้การของนางธัญญาซึ่งเป็นผู้กระทำความผิดได้พาดพิงถึงจำเลยในลักษณะเป็นการซัดทอด แต่ไม่ใช่เป็นการซัดทอดจำเลยในคดีเดียวกัน ทั้งไม่ใช่เป็นการให้การซัดทอดเพียงเพื่อให้ตนเองพ้นผิด หากแต่เป็นการให้การเล่าเรื่องราวเหตุการณ์ที่นางธัญญาได้ประสบมาจากการกระทำความผิดของตนยิ่งกว่าเป็นการปรักปรำจำเลย ซึ่งไม่มีกฎหมายห้ามมิให้รับฟังเพียงแต่ต้องรับฟังอย่างระมัดระวังเท่านั้น ซึ่งเมื่อรับฟังประกอบพยานหลักฐานอื่นของโจทก์ที่นำสืบแล้วได้ความว่าเมื่อเจ้าพนักงานตำรวจสืบสวนตามข้อเท็จจริงที่นางธัญญาให้การและมีการสเกตช์ภาพจำเลยและนายประพันธ์ตามคำบอกเล่าของนางธัญญาด้วยแล้ว

ก็ปรากฏว่าจำเลยและนายประพันธ์มีตัวตนจริง ทั้งเมื่อเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมนายประพันธ์ได้ นายประพันธ์ก็ให้การในชั้นสอบสวนยอมรับว่าร่วมกับจำเลยจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนมาตั้งแต่ปี 2542 และได้มอบเมทแอมเฟตามีน 30,000 เม็ด ให้แก่จำเลยซึ่งนายประพันธ์ทราบว่าจำเลยไปว่าจ้างนางธัญญาให้นำเมทแอมเฟตามีนไปส่งที่กรุงเทพมหานคร ตามบันทึกคำให้การของผู้ต้องหาประกอบกับเมื่อทำการตรวจสอบโทรศัพท์หมายเลข 0 5386 8159 ซึ่งนางธัญญาให้การว่า นายประพันธ์ได้ให้ไว้เพื่อใช้ในการติดต่อ ก็ปรากฏว่าเป็นหมายเลขโทรศัพท์บ้านของนายประพันธ์ในขณะเกิดเหตุ ซึ่งล้วนสอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่นางธัญญาให้การไว้ แม้โจทก์จะไม่มีประจักษ์พยานรู้เห็นขณะจำเลยส่งมอบเมทแอมเฟตามีนของกลางแก่นางธัญญาก็ตาม แต่โจทก์ก็มีนางสาวหฤทัย

เขื่อนเพชร ผู้จัดการโรงแรมบอสโซเทลเบิกความว่า จำเลยเป็นผู้ขอเปิดห้องพักโรงแรมในวันเกิดเหตุ ของศาลจังหวัดเชียงใหม่ สอดคล้องเชื่อมโยงกับคำเบิกความของนางธัญญาที่ว่าจำเลยเปิดห้องพักโรงแรมเพื่อส่งมอบเมทแอมเฟตามีนให้แก่นางธัญญา และจำเลยเบิกความเจือสมคำพยานโจทก์ยอมรับว่าเป็นผู้เปิดห้องพักโรงแรมในวันดังกล่าว พยานหลักฐานของโจทก์จึงมีน้ำหนักรับฟัง ที่จำเลยอ้างว่า นางธัญญาขอยืมบัตรประจำตัวประชาชนไปเปิดห้องพักโดยจำเลยไม่มีส่วนรู้เห็นเกี่ยวกับการกระทำความผิดของนางธัญญานั้น ก็ได้ความจากทางนำสืบของจำเลยว่านางธัญญาขออาศัยรถจำเลยเข้ามาที่อำเภอเมืองเชียงใหม่เท่านั้น ทั้งปรากฏว่านางธัญญาก็มีบัตรประจำตัวประชาชนจึงไม่มีเหตุผลใดที่นางธัญญาจะต้องยืมบัตรประจำตัวประชาชนของจำเลยและจำเลยต้องให้นางธัญญายืมบัตรประจำตัวประชาชนเพื่อเปิดห้องพักโรงแรมอีก ข้ออ้างของจำเลยในข้อนี้จึงฟังไม่ขึ้น

ส่วนที่จำเลยฎีกาว่า คำเบิกความของนางธัญญาในคดีนี้แตกต่างจากคำเบิกความของนางธัญญาในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 464/2546 ของศาลชั้นต้น ระหว่าง พนักงานอัยการจังหวัดลำพูน โจทก์ กับนายประพันธ์หรือเป็ง วรรณะศรี จำเลย นั้น เห็นว่า เป็นเพียงรายละเอียดและนางธัญญายังเบิกความยืนยันว่า จำเลยเป็นผู้ว่าจ้างตนเองขนเมทแอมเฟตามีนไปกรุงเทพมหานคร จึงไม่ถือเป็นข้อพิรุธ สำหรับฎีกาข้ออื่นของจำเลยไม่ทำให้ผลของคำพิพากษาเปลี่ยนแปลงไปจึงไม่จำต้องวินิจฉัย พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมาจึงมีน้ำหนักรับฟังเชื่อมโยงเป็นเหตุเป็นผลเป็นลำดับฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่า จำเลยกับพวกว่าจ้างให้นางธัญญานำเมทแอมเฟตามีนไปส่งที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งเห็นว่าการกระทำของจำเลยกับพวกที่มีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองก่อนที่จำเลยกับพวกจะส่งมอบเมทแอมเฟตามีนให้แก่นางธัญญานั้น เป็นการกระทำความผิดฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายอันเป็นความผิดสำเร็จแล้ว โดยที่จำเลยกับพวกยังไม่ต้องส่งมอบเมทแอมเฟตามีนให้แก่นางธัญญา

จำเลยกับพวกจึงเป็นผู้กระทำความผิดเสียเอง มิใช่เป็นผู้ก่อให้นางธัญญากระทำความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายแต่อย่างใด เนื่องจากความผิดฐานเป็นผู้ใช้จะต้องยังไม่มีการกระทำความผิดเกิดขึ้น แม้โจทก์จะขอให้ลงโทษจำเลยฐานเป็นผู้ใช้ แต่เมื่อทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยกับพวกเป็นผู้กระทำความผิดเสียเอง ข้อแตกต่างดังกล่าวก็มิใช่เป็นข้อสาระสำคัญ เมื่อจำเลยเพียงแต่โต้เถียงว่าจำเลยไม่เกี่ยวข้องกับเมทแอม เฟตามีน จึงเห็นว่าจำเลยมิได้หลงข้อต่อสู้ ศาลย่อมมีอำนาจลงโทษจำเลยตามข้อเท็จจริงที่พิจารณาได้ความได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคสอง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษาลงโทษจำเลยมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น แต่คำเบิกความของจำเลยที่ยอมรับว่าเป็นผู้เปิดห้องโรงแรมในวันเกิดเหตุซึ่งศาลนำมาใช้ประกอบการวินิจฉัยคดีนั้น เป็นการให้ความรู้แก่ศาล นับว่ามีเหตุบรรเทาโทษ สมควรลดโทษให้จำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสาม

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่ปรับบทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 84 ลดโทษให้จำเลยหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 52 (1) คงจำคุกจำเลยตลอดชีวิต นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชัยวุฒิ โลหชิตรานนท์ · ทวี ประจวบลาภ · ถมรัตน์ เลิศไพรวัน
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดลำพูน - นางสาวพนิดา รัตนะวรรธนะ
ศาลอุทธรณ์ภาค 5 - นายสรศักดิ์ ศรีพิชญาการ
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
อ.5969/2550
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
อ2451/2544
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
อ2053/2546
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้