คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยสมคบกันทำร้ายร่างกายโจทก์บาดเจ็บแล้วแกล้งจับโจทก์หาว่าลักเล่นการพนัน ทำให้เสื่อมเสียอิสระภาพขอให้ลงโทษ จำเลยปฏิเสธว่าไม่ได้กระทำผิด และว่าได้จับกุมโจทก์ตามหน้าที่อันชอบด้วยกฎหมายศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยฐานทำร้ายร่างกายกระทงเดียวนอกนั้นยกศาลอุทธรณ์ฟังว่า จำเลยจับโจทก์โดยไม่มีหมายจับและได้ไปจับในที่รโหฐานในเวลาค่ำคืน เป็นการผิดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ข้อที่ว่าไม่ได้แกล้งจับโจทก์หรือทำตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาไม่เป็นข้อแก้ตัวให้พ้นผิดไปได้ จึงให้ลงโทษฐานทำให้เสื่อมเสียอิสระภาพอีกกระทงหนึ่ง
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกาเฉพาะปัญหาข้อกฎหมายที่ศาลอุทธรณ์ลงโทษฐานทำให้เสื่อมเสียอิสระภาพว่าได้กระทำตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาควรได้รับยกเว้นอาญาศาลฎีกาเห็นว่า คดีปรากฏเพียงว่าผู้บังคับบัญชาสั่งให้จำเลยจับผู้เล่นการพนันที่หลบหนี ไม่ได้สั่งให้จับโจทก์ ใครเป็นผู้เล่นการพนันหรือไม่ จึงตกอยู่ในความรับผิดชอบของจำเลย เมื่อจำเลยเป็นผู้จับโจทก์ซึ่งมิได้เป็นผู้เล่นการพนัน จำเลยจะอ้างคำสั่งมาเป็นข้อยกเว้นโทษหาได้ไม่ ฟ้องฎีกาของจำเลยจึงฟังไม่ได้ศาลอุทธรณ์ได้ปรับจำเลยต่ำกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้เป็นผลดีแก่จำเลยแล้ว ศาลฎีกาคงพิพากษายืน