Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2554 (เลขอ้างอิง 508341)

พ.ศ. 2554 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ทั้งเจ็ดฟ้องขอให้จำเลยจ่ายค่าเสียหายอันเกิดจากการพักงานซึ่งเกิดจากการกระทำอันไม่เป็นธรรม โดยไม่ได้มีการพิจารณาและวินิจฉัยชี้ขาดโดยคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ จึงเป็นการไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์ โจทก์ทั้งเจ็ดไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยให้จ่ายค่าเสียหายอันเกิดจากคำสั่งพักงาน

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ทั้งเจ็ดสำนวนฟ้องและโจทก์ที่ 1 และที่ 6 แก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าจ้างจำนวน 67,500 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันที่ 28 พฤษภาคม 2547 ไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งเจ็ด

จำเลยให้การและแก้ไขคำให้การขอให้ยกฟ้องโจทก์ทั้งเจ็ด

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งเจ็ด

โจทก์ทั้งเจ็ดอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า จำเลยประกอบกิจการรับจ้างขนส่งสินค้า โจทก์ทั้งเจ็ดเป็นพนักงานขับรถของจำเลย โดยรับค่าตอบแทน 2 ส่วน คือ ส่วนหนึ่งเป็นเงินเดือนอีกส่วนหนึ่งเป็นค่าเที่ยวซึ่งจำเลยจะจ่ายให้โจทก์ทั้งเจ็ดต่อเมื่อโจทก์ทั้งเจ็ดขับรถและจ่ายให้ตามระยะทางที่โจทก์ทั้งเจ็ดขับรถไปส่งสินค้า ในระหว่างทำงานจำเลยมีคำสั่งพักงานโจทก์ทั้งเจ็ดชั่วคราว วันรุ่งขึ้นโจทก์ทั้งเจ็ดไปร้องต่อคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์อ้างว่าการกระทำของจำเลยที่พักงานโจทก์ทั้งเจ็ดเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมขอให้มีคำสั่งให้จำเลยรับโจทก์ทั้งเจ็ดกลับเข้าทำงานตามปกติ โดยมิได้ขอค่าเสียหายด้วยตามคำร้อง คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์มีคำสั่งว่า การที่จำเลยให้โจทก์ทั้งเจ็ดหยุดงานชั่วคราวเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมมีคำสั่งให้ยกเลิกคำสั่งหยุดงานชั่วคราวและมอบหมายให้โจทก์ทั้งเจ็ดทำงานในหน้าที่ขับรถส่งสินค้าเช่นที่เคยปฏิบัติตามคำสั่ง จำเลยจึงมีคำสั่งแจ้งให้โจทก์ทั้งเจ็ดกลับเข้าทำงานตามคำสั่ง

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ทั้งเจ็ดว่า การที่โจทก์ทั้งเจ็ดมิได้ขอค่าเสียหายในระหว่างถูกสั่งพักงานในคำร้องที่กล่าวหาจำเลยกระทำการอันไม่เป็นธรรมต่อคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์แล้ว โจทก์ทั้งเจ็ดมีสิทธิฟ้องเรียกค่าเสียหายดังกล่าวได้หรือไม่นั้น เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา 41 (4) ระบุว่า คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์มีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดคำร้องตามมาตรา 125 ว่ามีการกระทำอันไม่เป็นธรรมหรือไม่ และในกรณีที่คณะกรรมการการแรงงานสัมพันธ์ชี้ขาดว่า เป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมให้มีอำนาจสั่งให้นายจ้างรับลูกจ้างกลับเข้าทำงานหรือให้จ่ายค่าเสียหาย หรือให้ผู้ฝ่าฝืนปฏิบัติหรือไม่ปฏิบัติอย่างใดอย่างหนึ่งได้ตามที่เห็นสมควร ซึ่งคำชี้ขาดของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์

จะสามารถนำไปฟ้องศาลแรงงานได้ ดังนั้น ประเด็นข้อพิพาทที่จะฟ้องคดีต่อศาลแรงงานได้ จึงต้องเป็นประเด็นที่ได้มีการพิจารณา และวินิจฉัยชี้ขาดโดยคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์แล้ว เมื่อคดีนี้โจทก์ทั้งเจ็ดไปร้องต่อคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์เพื่อขอให้มีคำสั่งให้จำเลยรับโจทก์ทั้งเจ็ดกลับเข้าทำงานและมีคำขอเพียงให้จำเลยยกเลิกคำสั่งพักงาน และมีคำสั่งให้รับโจทก์ทั้งเจ็ดเข้าทำงานตามปกติเท่านั้น ซึ่งคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ได้วินิจฉัยชี้ขาดโดยมีคำสั่งว่า จำเลยให้โจทก์ทั้งเจ็ดหยุดงานชั่วคราวเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมจึงมีคำสั่งให้ยกเลิกคำสั่งหยุดงานชั่วคราวและให้โจทก์ทั้งเจ็ดทำงานในหน้าที่เดิมต่อไป ประเด็นข้อพิพาทที่จะฟ้องคดีต่อศาลแรงงานได้จึงมีเพียงประเด็นว่าคำสั่งพักงานโจทก์ทั้งเจ็ดเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมหรือไม่

เท่านั้น การที่โจทก์ทั้งเจ็ดฟ้องขอให้จำเลยจ่ายค่าเสียหายอันเกิดจากคำสั่งพักงาน ซึ่งเป็นการกระทำไม่เป็นธรรมนั้น จึงเป็นประเด็นข้อพิพาทที่ไม่ได้มีการพิจารณาและวินิจฉัยชี้ขาดโดยคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ก่อน อันเป็นการไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์ โจทก์ทั้งเจ็ดจึงไม่อาจฟ้องคดีขอให้จำเลยจ่ายค่าเสียหายอันเกิดจากคำสั่งพักงานได้ อุทธรณ์ของโจทก์ทั้งเจ็ดฟังไม่ขึ้น ส่วนอุทธรณ์ของโจทก์ทั้งเจ็ดข้ออื่นนั้นไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลงศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิรุฬห์ แสงเทียน · ดิเรก อิงคนินันท์ · ประเสริฐ โอนพรัตน์วิบูล
ศาลล่าง
ศาลแรงงานกลาง - นายบัณฑิต แก้วทอง
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
ร.774/2549
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ7118/2547
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ1322/2549
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกแรงงาน
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 706930)

กรณีนายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างโดยนายจ้างไม่จ่ายค่าชดเชยหรือค่าจ้างแทนการบอกกล่าวหน้าหรือเงินอย่างหนึ่งอย่างใดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ลูกจ้างมีสิทธิยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานเพื่อให้มีคำสั่ง…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 710790)

กรณีนายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างโดยนายจ้างไม่จ่ายค่าชดเชยหรือค่าจ้างแทนการบอกกล่าวหน้าหรือเงินอย่างหนึ่งอย่างใดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ลูกจ้างมีสิทธิยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานเพื่อให้มีคำสั่ง…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2549 (เลขอ้างอิง 267198)

ศาลแรงงานกลางรับฟังข้อเท็จจริงในปัญหาข้อนี้ว่า เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2543 ลูกจ้างโจทก์ 250 คน ถึง 300 คน รวมทั้งจำเลยร่วมทั้งหมดได้ชุมนุมกันหน้าบริษัทโจทก์โดยไม่เข้าทำงานเพราะไม่พอใจที่โจทก์จะงดจ่ายเง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1182/2540

ศาลแรงงานได้วินิจฉัยแล้วว่า สิทธิของจำเลยที่ 1 ได้ระงับไปเนื่องจากจำเลยที่ 1 ได้ฟ้องและประนีประนอมยอมความกับโจทก์ที่ศาลแรงงานและรับเงินจากโจทก์ไปแล้ว เมื่อสิทธิของจำเลยที่ 1 ในจำนวนค่าเสียหายตามคำสั่ง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2482/2532

พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา 41(4) ให้อำนาจคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์วินิจฉัยชี้ขาดคำร้องตามมาตรา 125 และในกรณีที่คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ชี้ขาดว่าเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรม ก็ให้มีอำนาจใ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้