คำฟ้องและคำให้การ
เดิม ท.เป็นโจทก์ฟ้องจำเลยเรียกเงินตามสัญญากู้ ต่อมา ๓ วันโจทก์ในคดีนี้ก็ฟ้องจำเลยเรียกเงินตามสัญญา กู้บ้าง จำเลยทำยอมใช้เงินให้โจทก์แล้วไม่ใช้ โจทก์จึงนำยึดทรัพย์ของจำเลย ท.ยื่นคำร้องต่อศาลว่าเขาได้ฟ้องจำเลยไว้แลคดียังอยู่ในระวางพิจารณา ขอให้ศาลงดขายทรัพย์ไว้ก่อนหรือถ้าจะขายก็ให้ศาลยึดเงินไว้เพราะจำเลยไม่มีทรัพย์อื่นอีกแล้ว ในที่สุด ท.แลโจทก์ได้ตกลงกันให้ศาลขายทรัพย์ของจำเลย ได้เงินเท่าใด ผู้ร้องจะขอเฉลี่ยในเงินรายนี้ ปรากฏว่าเมื่อศาลขายทรัพย์ได้ตัวเงินแล้วก็จ่ายให้โจทก์ไปผู้เดียว ท.ซึ่งชนะคดีจำเลยในภายหลัง จึงยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นจ่ายเงินที่จ่ายให้โจทก์ไปให้แก่ผู้ร้อง
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นเห็นว่าผู้ร้องขอเฉลี่ยภายหลังวันที่ขายทรัพย์ได้ ไม่มีสิทธิขอเฉลี่ยให้ยกคำร้อง
ศาลอุทธรณ์เห็นว่าถ้าไม่มีข้อตกลงระวางโจทก์กับผู้ร้อง ผู้ร้องขอไม่มีสิทธิขอเฉลี่ย แต่ในเรื่องนี้โจทก์ยอมให้ผู้ร้องขอเฉลี่ยได้ ผู้ร้องจึงยอมให้ศาลขายทอดตลาดทรัพย์ของจำเลยไป โจทก์กลับไม่ยอมให้เฉลี่ย
ผลคำพิพากษา
จึงพิพากษาให้ผู้ร้องเฉลี่ยได้ตามข้อตกลงที่ยินยอมกันไว้ ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์