Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 51/2524

พ.ศ. 2524 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ชั้นไต่สวนมูลฟ้องทนายจำเลยถามค้านโจทก์ซึ่งอ้างตนเองเป็นพยานถึงการที่โจทก์ซื้อรถยนต์จากจำเลยที่ 1 โจทก์ลงลายมือชื่อเป็นผู้สั่งจ่ายเช็คเอกสารหมาย ล.1 และ ล.2 โจทก์ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์คันดังกล่าวจากบริษัท ส. จำกัด และต่อมาโจทก์นำเช็คธนาคาร ท. จำกัดไปแลกเปลี่ยนกับเช็คหมาย ล.1 และ ล.2 โดยเอาเอกสารที่เกี่ยวข้องให้โจทก์ดูและโจทก์รับรองว่าถูกต้อง ดังนี้ เอกสารดังกล่าวมิใช่เป็นพยานเอกสารที่จำเลยอ้าง หากแต่เป็นเอกสารที่โจทก์เบิกความถึงและทนายจำเลยนำส่งศาลเพื่อประกอบถ้อยคำของโจทก์ให้ปรากฏรายละเอียดชัดเจนขึ้น ถือไม่ได้ว่าจำเลยนำพยานมาสืบในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง จึงไม่เป็นการต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 165 วรรคสอง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 2 ในฐานะทำการแทนจำเลยที่ 1 และในฐานะส่วนตัวได้เบิกความอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 12736/2522 ระหว่างห้างหุ้นส่วนจำกัดตลาดนัดรถยนต์พหลโยธิน โดยนายประเสริฐหุ้นส่วนผู้จัดการโจทก์ นายสุรศิษฐ จำเลย ที่ศาลแพ่งว่า "เมื่อประมาณเดือนมิถุนายน 2521 จำเลยได้สั่งจ่ายเช็คพิพาทให้โจทก์รวม 4 ฉบับ ฉบับละ 5,600 บาท ให้แก่โจทก์เพื่อชำระหนี้ค่าซื้อรถยนต์ของโจทก์" และ "โดยจำเลยเป็นผู้ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเช็คเลขที่ ก/10 1051832 ถึง ก/10 105135 ลงวันที่สั่งจ่ายวันที่ 31 กรกฎาคม 2521 วันที่ 1 สิงหาคม 2521 วันที่ 30 กันยายน 2521 และวันที่ 31 ตุลาคม 2521 ตามลำดับ ฉบับละ 5,600 บาท รวมเป็นเงิน 22,400 บาท เป็นเช็คธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด สาขาพหลโยธิน" คำเบิกความของจำเลยเป็นสำคัญในคดีดังกล่าว ซึ่งความจริงโจทก์มิได้เป็นผู้ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเช็คพิพาททั้ง 2 ฉบับให้แก่จำเลยทั้งสอง ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177 วรรคแรก

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีไม่มีมูลพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกา ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โจทก์ซื้อรถยนต์จากจำเลยที่ 1 โดยวิธีผ่อนชำระราคา และได้ลงลายมือชื่อเป็นผู้สั่งจ่ายเช็คตามเอกสารหมาย ล.1, ล.2 มอบให้แก่จำเลยที่ 1 เพื่อเป็นการชำระราคาบางส่วน ต่อมาโจทก์ขัดข้องทางการเงินจึงให้บริษัทสยามเงินทุน จำกัด เข้าช่วยเหลือด้วยการให้รถเป็นของบริษัทสยามเงินทุนจำกัด แล้วโจทก์ทำสัญญาเช่าซื้อรถคันดังกล่าวจากบริษัท ส่วนเช็คเอกสารหมาย ล.1 และ ล.2 โจทก์เปลี่ยนเช็คใหม่รวม 4 ฉบับ ให้จำเลยที่ 1 เป็นเช็คธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด สาขาพหลโยธิน โดยนายกำธร ภุชชงค์ ลงลายมือชื่อเป็นผู้สั่งจ่าย ภายหลังจำเลยที่ 1 ฟ้องโจทก์คดีนี้ต่อศาลแพ่งตามคดีหมายเลขแดงที่ 12736/2522 เรียกเงินตามเช็คทั้ง 4 ฉบับดังกล่าว ในการพิจารณาคดีจำเลยที่ 2 เบิกความว่าโจทก์เป็นผู้ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเช็คทั้ง 4 ฉบับ ซึ่งเป็นความเท็จ แต่ศาลล่างทั้งสองฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ 2 ไม่มีเจตนาที่จะเบิกความเท็จ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า การที่ทนายจำเลยถามค้านโจทก์ซึ่งอ้างตนเป็นพยานถึงการที่โจทก์ซื้อรถยนต์จากจำเลยที่ 1 โจทก์ลงลายมือชื่อเป็นผู้สั่งจ่ายเช็คเอกสารหมาย ล.1 และ ล.2 โจทก์ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์คันดังกล่าวจากบริษัทสยามเงินทุน จำกัด และต่อมาโจทก์นำเช็คธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด สาขาพหลโยธินไปแลกเปลี่ยนกับเช็คเอกสารหมาย ล.1,ล.2 โดยเอาเอกสารที่เกี่ยวข้องให้โจทก์ดูและโจทก์รับรองว่าถูกต้องนั้น ดังนี้ เอกสารดังกล่าวมิใช่เป็นพยานเอกสารที่จำเลยอ้าง หากแต่เป็นเอกสารที่โจทก์เบิกความถึงและทนายจำเลยนำส่งศาลเพื่อประกอบถ้อยคำของโจทก์ให้ปรากฏรายละเอียดชัดเจนขึ้น ถือไม่ได้ว่าจำเลยนำพยานเข้าสืบในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง จึงไม่เป็นการต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 165 วรรคสองพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อาจ ปัญญาดิลก · จังหวัด แสงแข · ไพศาล สว่างเนตร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1543/2568

ฟ้องโจทก์ทั้งสองเดิมบรรยายว่า จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกกระทำผิดหน้าที่ด้วยการเบิกถอนเงิน จากบัญชีเงินฝากที่เปิดไว้ในนามผู้จัดการมรดกเพียงรายการเดียว 2,000,000 บาท โอนเข้าบัญชีเงินฝากส่วนตัวของจำเลยโดยท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1116/2559

พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 62 วรรคหนึ่ง ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่างานที่มีการฟ้องร้องในคดีนั้นเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ และโจทก์เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานดังกล่าว เว้นแต่จำเลยจะโต้แย้งว่าไม่มีผู้ใดเป็นเจ้า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10569/2558

การฟ้องคดีอาญาต่อบริษัทจำกัดซึ่งเป็นนิติบุคคล ต้องมีกรรมการผู้อำนาจกระทำการแทนบริษัทซึ่งเป็นผู้แทนบริษัทจึงจะดำเนินคดีได้ ขณะยื่นฟ้อง ส. เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนจำเลยที่ 1 โจทก์จึงต้องนำตัว ส.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7411/2556

พ.ร.บ.ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ.2545 มาตรา 33 วรรคสอง บัญญัติว่า ในกรณีที่ผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดผู้ใดแม้จะได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดจนครบกำหนดตามมาตรา 25 แล้ว แต่ผ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7455/2554

คดีโจทก์ขาดอายุความวันที่ 6 ธันวาคม 2549 ดังนั้น แม้โจทก์จะฟ้องจำเลยทั้งสองภายในกำหนดอายุความแล้วก็ตาม แต่โจทก์จะต้องได้ตัวจำเลยทั้งสองมาศาลภายในวันสุดท้ายของกำหนดอายุความคือ ภายในวันที่ 6 ธันวาคม 254…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้