Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5102/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์ทั้งยี่สิบเอ็ดมีที่ดินรวมกันเนื้อที่300 ไร่เศษ แต่สิทธิครอบครองที่ดินซึ่งโจทก์แต่ละคนกล่าวอ้างสามารถแยกต่างหากจากกันได้ ราคาทรัพย์สินที่พิพาทในชั้นฎีกาย่อมต้องถือตามราคาที่ดินที่โจทก์แต่ละคนอ้างว่าเป็นของตนเป็นเกณฑ์ในการพิจารณาว่าต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงหรือไม่ เมื่อที่ดินที่โจทก์แต่ละคนกล่าวอ้างว่าเป็นของตนมีราคาไม่เกิน 200,000 บาทศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งยี่สิบเอ็ด โจทก์ทั้งยี่สิบเอ็ดฎีกา ราคาทรัพย์สินที่พิพาทในชั้นฎีกาของโจทก์แต่ละคนจึงไม่เกิน 200,000 บาท คดีของโจทก์แต่ละคนจึงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่ง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งยี่สิบเอ็ดมีที่ดินซึ่งเป็นที่นาเนื้อที่รวมกัน 300 ไร่เศษ ได้มาโดยการครอบครองและรับโอนการครอบครองติดต่อกันมา ไม่ขาดสาย ตั้งแต่ก่อนประกาศใช้พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497 เมื่อทางราชการประกาศให้ผู้ที่ได้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินไปแจ้งการครอบครองต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ โจทก์ทั้งยี่สิบเอ็ดได้ไปแจ้งการครอบครองถูกต้องแล้ว จำเลยที่ 1 ดำรงตำแหน่งนายอำเภอ จำเลยที่ 2ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด จำเลยที่ 3 เป็นนิติบุคคลสังกัดกระทรวงมหาดไทย มีหน้าที่ดูแลรักษาที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน เมื่อปี 2525 โจทก์ทั้งยี่สิบเอ็ดได้รับหนังสือจากจำเลยที่ 1 แจ้งว่า พวกโจทก์บุกรุกที่ดินอันเป็นสาธารณประโยชน์ทำเลเลี้ยงสัตว์ ซึ่งทางราชการได้ขึ้นทะเบียนเป็นที่สาธารณประโยชน์ทำเลเลี้ยงสัตว์ไว้เมื่อปี 2494 อันเป็นระยะเวลาหลังจากที่พวกโจทก์ได้เข้าครอบครองที่ดินแล้ว และให้พวกโจทก์ออกจากที่ดินดังกล่าวโจทก์ทั้งยี่สิบเอ็ดไม่ยอมออก

เนื่องจากการสำรวจดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงถูกจำเลยที่ 2 ดำเนินคดีอาญาข้อหาบุกรุกที่ดินอันเป็นสาธารณประโยชน์ทำเลเลี้ยงสัตว์ ทั้งจำเลยที่ 2 มีคำสั่งจำหน่ายส.ค.1 และ น.ส.3 ที่ดินแปลงที่พวกโจทก์ครอบครอง เป็นเหตุให้พวกโจทก์เสียหาย ขอให้เพิกถอนทะเบียนที่ดินสาธารณประโยชน์แปลงที่ 55 และเพิกถอนคำสั่งจำหน่าย ส.ค.1 และ น.ส.3 ของจำเลยที่ 2จำเลยทั้งสามให้การว่า ที่ดินพิพาทเป็นที่ทำเลเลี้ยงสัตว์ร่วมกันของพลเมืองอันเป็นที่สาธารณประโยชน์โดยสภาพมาก่อนปี 2478ต่อมานายอำเภอได้สำรวจและจัดทำทะเบียนเป็นที่สาธารณประโยชน์ไว้ถูกต้องตามระเบียบและกฎหมายเมื่อปี 2494 การที่โจทก์ทั้งยี่สิบเอ็ดเข้าครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทโดยการจับจองเองหรือรับโอนการครอบครองมา

ไม่ก่อให้เกิดสิทธิใด ๆ แก่โจทก์ ทั้งเป็นการบุกรุกที่สาธารณประโยชน์ การแจ้งการครอบครองรวมทั้งหลักฐานที่ได้จากการแจ้งการครอบครองของโจทก์ทั้งหมดเป็นการไม่ชอบคำสั่งจำหน่าย ส.ค.1 และ น.ส.3 สำหรับที่ดินพิพาทของจำเลยที่ 2เป็นคำสั่งที่ถูกต้องชอบด้วยกฎหมาย โจทก์ทั้งยี่สิบเอ็ดไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 3 เพราะการขึ้นทะเบียนที่สาธารณประโยชน์เป็นอำนาจหน้าที่ของนายอำเภอที่จะสำรวจและจัดทำ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งยี่สิบเอ็ดอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนโจทก์ทั้งยี่สิบเอ็ดฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248วรรคหนึ่ง ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 12)

พ.ศ. 2534มาตรา 18 ซึ่งมีผลใช้บังคับในขณะโจทก์ทั้งยี่สิบเอ็ดยื่นฎีกาบัญญัติว่า "ในคดีที่ราคาทรัพย์สินหรือจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาทหรือไม่เกินจำนวนที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกาห้ามมิให้คู่ความฎีกาในข้อเท็จจริง ฯลฯ" คดีนี้ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า ที่ดินพิพาทเป็นที่สาธารณะทำเลเลี้ยงสัตว์อันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน โจทก์ทั้งยี่สิบเอ็ดฎีกาว่า ที่ดินพิพาทเดิมเป็นที่รกร้างว่างเปล่ามาก่อนที่โจทก์ทั้งยี่สิบเอ็ดจะเข้าจับจองเป็นเจ้าของ สภาพที่ดินมิใช่เป็นที่สาธารณะที่พลเมืองใช้ร่วมกันมาก่อนไม่เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน จึงเป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ภาค 1 เป็นฎีกาในข้อเท็จจริงคดีนี้แม้โจทก์จะบรรยายฟ้องว่า

โจทก์ทั้งยี่สิบเอ็ดมีที่ดินรวมกันเนื้อที่ 300 ไร่เศษ แต่สิทธิครอบครองที่ดินซึ่งโจทก์แต่ละคนกล่าวอ้างสามารถแยกต่างหากจากกันได้ ราคาทรัพย์สินที่พิพาทในชั้นฎีกาย่อมต้องถือตามราคาที่ดินที่โจทก์แต่ละคนอ้างว่าเป็นของตนเป็นเกณฑ์ในการพิจารณาว่าต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงหรือไม่ปรากฏว่าที่ดินที่โจทก์แต่ละคนกล่าวอ้างว่าเป็นของตนมีราคาไม่เกินกว่า 200,000 บาท ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งยี่สิบเอ็ดโจทก์ทั้งยี่สิบเอ็ดฎีกา ราคาทรัพย์สินที่พิพาทในชั้นฎีกาของโจทก์แต่ละคนจึงไม่เกินกว่า 200,000 บาท คดีของโจทก์แต่ละคนจึงต้องห้ามฎีกาตามบทบัญญัติดังกล่าวข้างต้น ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยพิพากษายกฎีกาของโจทก์ทั้งยี่สิบเอ็ด

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วุฒิ คราวุฒิ · มงคล สระฏัน · อธิราช มณีภาค
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6381/2562

ค่าขาดไร้อุปการะเป็นหนี้ที่สามารถแบ่งแยกเป็นส่วนของโจทก์แต่ละคน โดยโจทก์ทั้งสองสามารถฟ้องเรียกเฉพาะส่วนของตนโดยลำพังได้ ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาจึงต้องถือตามจำนวนค่าขาดไร้อุปการะที่โจทก์แต่ละคนมีสิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4839/2562

การที่โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 เป็นการใช้สิทธิยื่นคำร้องในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ มิใช่เป็นคดีที่โจทก์ร่วมฟ้องเองโดยตรง จึงต้องถือว่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3826/2562

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดก จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่ตนเองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งหกในฐานะทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดก ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งหก จึงเป็นเรื่องที…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2262/2562

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท และขอให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 6,000 บาท นับจากวันฟ้อง จำเลยให้การว่า จำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้ที่จะได้รับการจดทะเบียนอยู่ก่อน โจทก์รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้