Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5107/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องให้ลงโทษจำเลยรวม 8 คนฐานร่วมกันผลิตภัณฑ์ม่านเหล็กบังตาโดยลอกเลียนหรือใช้กรรมวิธีตามสิทธิบัตรของโจทก์โดยไม่มีสิทธิตาม กฎหมายและร่วมกันขายหรือมีไว้เพื่อขายซึ่งผลิตภัณฑ์ดังกล่าวตามพระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ.2522 มาตรา 85, 86, 88 ในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง เมื่อโจทก์แสดงหลักฐานว่าโจทก์แต่ผู้เดียวเท่านั้นที่ได้รับสิทธิบัตรการประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ส่วนจำเลยที่ 2 เพียงแต่ยื่นคำขอรับสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ซึ่งคุ้มครองเฉพาะการออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่ออุตสาหกรรมและหัตถกรรมเท่านั้น จำเลยที่ 2 ยังไม่ได้เป็นผู้ทรงสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ตามที่ได้ยื่นคำขอไว้และการกระทำของจำเลยในคดีนี้ก็เป็นเรื่องของการประดิษฐ์ ซึ่งผลิตภัณฑ์ของจำเลยตามที่โจทก์ฟ้องและนำสืบในชั้นไต่สวนมูลฟ้องส่วนใหญ่แล้วก็มีลักษณะเป็นอย่างเดียวกับ ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตหรือใช้กรรมวิธีตามสิทธิบัตรการประดิษฐ์ของโจทก์ มีข้อแตกต่างเพียงรายละเอียดปลีกย่อยซึ่งเพียงเท่านี้ยังไม่พอที่จะให้ถือว่าการกระทำของจำเลยไม่มีมูลความผิดทางอาญาตามฟ้อง จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคล เป็นผู้ขายหรือมีไว้เพื่อขายซึ่งผลิตภัณฑ์ที่จำเลยที่ 5 นิติบุคคล ผลิตหรือประดิษฐ์ขึ้นดังกล่าว ส่วนจำเลยนอกนั้นเป็นกรรมการซึ่งหากจำเลยที่ 1 และที่ 5 กระทำความผิดตามฟ้อง ก็อาจจะเป็นผู้กระทำความผิดได้ตามมาตรา 88 ของพระราชบัญญัติดังกล่าว คดีของโจทก์จึงมีมูลความผิดตามฟ้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.อ. มาตรา 167 พ.ร.บ.สิทธิบัตร พ.ศ.2522 มาตรา 36 พ.ร.บ.สิทธิบัตร พ.ศ.2522 มาตรา 63 พ.ร.บ.สิทธิบัตร พ.ศ.2522 มาตรา 85 พ.ร.บ.สิทธิบัตร พ.ศ.2522 มาตรา 86 พ.ร.บ.สิทธิบัตร พ.ศ.2522 มาตรา 88

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นผู้ทรงสิทธิบัตรการประดิษฐ์ม่านเหล็กบังตาชนิดติดกับประตูเหล็กแบบยืดและพับได้ เลขที่ ๒๖๑ จำเลยที่ ๑ เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด โดยมีจำเลยที่ ๒,๓,๔ เป็นกรรมการดำเนินการจำเลยที่ ๕ เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด โดยมีจำเลยที่ ๖,๗,๘ เป็นกรรมการดำเนินการ จำเลยทั้งแปดโดยทุจริตได้ร่วมกันผลิตม่านเหล็กบังตาโดยลอกเลียนหรือใช้กรรมวิธีตามสิทธิบัตรของโจทก์ โดยไม่มีสิทธิตามกฎหมาย และร่วมกันขายหรือมีไว้เพื่อขายซึ่งผลิตภัณฑ์ม่านเหล็กบังตาที่ผลิตขึ้นโดยไม่มีสิทธิตามกฎหมายดังกล่าว โดยจำเลยรู้อยู่แล้วว่าเป็นผลิตภัณฑ์อันลอกหรือเลียนการประดิษฐ์ของโจทก์ ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ.๒๕๒๒ มาตรา ๘๕, ๘๖, ๘๘ และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓, ๘๓, ๘๔, ๙๑ และริบเครื่องรีดใบม่านเหล็กบังตาทุกเครื่องพร้อมอุปกรณ์ที่ใช้ผลิตใบม่านเหล็กบังตาและผลิตภัณฑ์ม่านเหล็กบังตาที่ ลอกหรือเลียนสิทธิบัตรเลขที่ ๒๖๑ ของโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว พิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาโดยศาลฎีกามีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์เพราะศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโดยอาศัยข้อกฎหมาย ไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๒๐

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าทางไต่สวนมูลฟ้องโจทก์นำสืบว่าโจทก์ได้รับสิทธิบัตรการประดิษฐ์ม่านเหล็กบังตาชนิดติดกับประตู เหล็กแบบยืดและพับได้ เลขที่ ๒๖๑ ซึ่งออกให้เมื่อวันที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๒๘ โดยมีข้อถือสิทธิว่า "ม่านเหล็กบังตาชนิดติดกับประตูเหล็กแบบยืดและพับได้โดยออกแบบม้วนขอบใบม่านเหล็กบังตาตามความยาวด้าน ข้างทั้งสองข้างเป็นรูปก้นหอย ซึ่งมีทิศทางการม้วนที่ต่างกันและขอบด้านหนึ่งจะหักเป็นมุมแผ่นใบม่านนี้จะสอดสวมเข้าด้วยกันในลักษณะสามารถยืด ออกและพับได้" ส่วนจำเลยที่ ๒ ได้ยื่นคำขอรับสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ เลขที่คำขอ ๑๐๖๙ โดยระบุข้อถือสิทธิว่า "ขอถือสิทธิในแบบผลิตภัณฑ์ซึ่งได้แก่รูปร่างลักษณะของใบม่านบังตาสำหรับประตูเหล็กยืดตามที่ปรากฏในภาพแสดง

แบบผลิตภัณฑ์" โดยได้ยื่นคำขอไว้เมื่อวันที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๒๕ จำเลยที่ ๕ ซึ่งมีจำเลยที่ ๖ ถึงที่ ๘ เป็นกรรมการได้ร่วมกันผลิตม่านเหล็กตามสิทธิบัติเลขที่ ๒๖๑ ของโจทก์และจำเลยที่ ๑ ซึ่งมีจำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๔ เป็นกรรมการได้ร่วมกันขายผลิตภัณฑ์ม่านเหล็กที่จำเลยที่ ๕ ผลิตม่านเหล็กที่จำเลยทั้งแปดร่วมกันผลิตและขายเหมือนกับม่านเหล็กตามสิทธิบัตรเลขที่ ๒๖๑ ของโจทก์ จะมีความแตกต่างกันก็ตรงที่ว่า การม้วนขอบใบม่านของโจทก์มีการหักเป็นมุมฉากก่อนที่จะม้วนเป็นก้นหอย ส่วนของจำเลยไม่มีการหักมุมก่อนที่จะม้วนเป็นวงกลม ปลายอีกข้างหนึ่งของโจทก์ม้วนเป็นรูปก้นหอย ส่วนของจำเลยม้วนเป็นวงกลมลอนและแบบบนใบม่านของโจทก์หยักขึ้นเป็นมุมแหลม ส่วนของจำเลยหยักขึ้นเป็นรูปโค้ง คดีคงมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยว่าการกระทำของจำเลยทั้งแปดมีมูลเป็นความผิดอาญาตามฟ้องโจทก์หรือไม่

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ปรากฏตามคำฟ้องของโจทก์ว่าโจทก์มุ่งประสงค์จะให้ลงโทษจำเลยทั้งแปดฐานร่วมกันผลิตผลิตภัณฑ์ม่านเหล็กบังตาหรือใช้กรรมวิธีตามสิทธิบัตรเลขที่ ๒๖๑ ของโจทก์ โดยไม่มีสิทธิตามกฎหมาย และได้ร่วมกันขายหรือมีไว้เพื่อขายซึ่งผลิตภัณฑ์ม่านเหล็กบังตาที่ผลิตหรือใช้กรรมวิธีตามสิทธิบัตรเลขที่ ๒๖๑ ของโจทก์ ตามพระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ.๒๕๒๒ มาตรา ๘๕, ๘๖, ๘๘ และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓, ๘๓, ๘๔, ๙๑ เมื่อโจทก์แสดงหลักฐานว่าโจทก์แต่ผู้เดียวเท่านั้น ที่ได้รับสิทธิบัตรการประดิษฐ์ม่านเหล็กบังตาชนิดติดกับประตูเหล็ก แบบยืดและพับได้ปรากฏตามสิทธิบัตรเลขที่ ๒๖๑ ซึ่งสิทธิบัตรการประดิษฐ์นี้ตามมาตรา ๓๖ ของพระราชบัญญัติสิทธิบัตร

พ.ศ.๒๕๒ ผู้ทรงสิทธิบัตรเท่านั้นมีสิทธิผลิตผลิตภัณฑ์หรือใช้กรรมวิธีตามสิทธิบัตร หรือขายหรือมีไว้เพื่อขายซึ่งผลิตภัณฑ์ที่ผลิตหรือใช้กรรมวิธีดังกล่าว สำหรับจำเลยที่ ๒ เพียงแต่ยื่นคำขอรับสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ซึ่งคุ้มครองเฉพาะการออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่ออุตสาหกรรมและหัตถกรรมเท่านั้นจำเลยที่ ๒ ยังมิได้เป็นผู้ทรงสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ตามที่ได้ยื่นคำขอไว้จึงยังไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ตามมาตรา ๖๓ ของพระราชบัญญัติดังกล่าว และการกระทำของจำเลยในคดีนี้ก็เป็นเรื่องของการประดิษฐ์ ซึ่งผลิตภัณฑ์ม่านเหล็กบังตาชนิดติดกับประตูเหล็กแบบยืดและพับได้ของจำเลยตามที่โจทก์ฟ้องและนำสืบในชั้นนี้ ส่วนใหญ่แล้วก็มีลักษณะเป็นอย่างเดียวกับผลิตภัณฑ์ที่ผลิตหรือใช้กรรมวิธีตามสิทธิบัตรการประดิษฐ์เลขที่ ๒๖๑ ของโจทก์

มีข้อแตกต่างเพียงรายละเอียดปลีกย่อยเช่นการม้วน ลักษณะของการม้วนลอนและแบบบนใบม่าน ข้อแตกต่างปลีกย่อยเพียงเท่านี้ยังไม่พอที่จะให้ถือว่าการกระทำของจำเลยไม่มีมูลความผิดทางอาญาตามฟ้อง จำเลยที่ ๑ เป็นนิติบุคคล เป็นผู้ขายหรือมีไว้เพื่อขายซึ่งผลิตภัณฑ์ที่จำเลยที่ ๕ นิติบุคคล ผลิตหรือประดิษฐ์ขึ้นดังกล่าวแล้ว ส่วนจำเลยนอกนั้นเป็นกรรมการซึ่งหากจำเลยที่ ๑ และที่ ๕ กระทำความผิดตามฟ้องก็อาจจะเป็นผู้กระทำความผิดได้ตามมาตรา ๘๘ ของพระราชบัญญัติดังกล่าวคดีของโจทก์จึงมีมูลความผิดตามฟ้อง

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้ประทับฟ้องของโจทก์ไว้พิจารณา

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิศิษฏ์ ลิมานนท์ · สหัส สิงหวิริยะ · พัลลภ พิสิษฐ์สังฆการ
ศาลล่าง
ศาลอาญาธนบุรี - นายปรีชา บูรณะไทย
ศาลอุทธรณ์ - นายไพฑูรย์ เนติโพธิ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6818/2549

สิทธิบัตรที่จะได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.สิทธิบัตรฯ ต้องเป็นสิทธิบัตรที่ได้ยื่นคำขอรับสิทธิบัตรต่ออธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์พร้อมทั้งเปิดเผยรายละเอียดการประดิษฐ์หรือการออกแบบผลิตภัณฑ์…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3094/2549

โจทก์เป็นผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิตามสิทธิบัตรจากผู้ทรงสิทธิบัตรและมีสิทธิแต่ผู้เดียวในการใช้แบบผลิตภัณฑ์กับผลิตภัณฑ์ตามสิทธิบัตร หรือขาย มีไว้เพื่อขาย หรือเสนอขาย หรือนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งผลิตภั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4808/2548

บริษัทที่อนุญาตให้โจทก์ใช้สิทธิไม่เคยยื่นขอจดทะเบียนสิทธิบัตรในประเทศไทย การออกแบบผลิตภัณฑ์ดังกล่าวย่อมไม่ได้รับการคุ้มครองภายใต้บทบัญญัติของ พ.ร.บ.สิทธิบัตรฯ ผู้ทรงสิทธิบัตรจึงไม่ใช่ผู้มีสิทธิที่จะได…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3770/2546

โจทก์ที่ 1 ได้ทำหนังสือมอบอำนาจให้ ช. เป็นผู้มีอำนาจในการปกป้องรวมทั้งการฟ้องคดีในศาลไทยเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิบัตรของโจทก์ที่ 1 และตามคำฟ้องก็บรรยายว่า ช. กระทำการในฐานะผู้รับมอบอำนาจจากโจทก์ที่ 1 แล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 873/2544

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนสิทธิบัตรการประดิษฐ์วัสดุรองรับแรงกระแทกบนหัวเสาเข็มที่เจ้าพนักงานออกให้แก่จำเลย โดยอ้างว่าสิทธิบัตรนั้นได้ออกไปโดยไม่ชอบ การที่จำเลยนำเจ้าพนักงานตำรวจเข้าไปยึดวัสดุรองรับแรงกระแท…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้