คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 83, 80และริบขวานของกลางจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80, 83 จำคุกคนละ 12 ปีจำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพชั้นจับกุมเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้หนึ่งในสี่ คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 9 ปีของกลางริบจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 ขณะกระทำผิดจำเลยที่ 2อายุ 18 ปี ลดมาตราส่วนโทษลงหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 76 ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 2 ปี จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 1 ปี 4 เดือน คำรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนของจำเลยที่ 1 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา
ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด1 ปี 4 เดือนนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เห็นได้ว่าจำเลยที่ 1 และที่ 2 ได้ร่วมกันทำร้ายผู้เสียหายโดยใช้ขวานฟันและเหล็กแหลมแทง แม้ผู้เสียหายจะได้รับบาดแผลที่หน้าผาก อกด้านซ้ายและคอด้านซ้ายซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญของร่างกายก็ตาม แต่บาดแผลที่ได้รับก็ไม่ร้ายแรงไม่อาจทำให้ถึงแก่ความตายได้ แสดงว่าจำเลยทั้งสองมิได้ฟันและแทงโดยแรง ทั้งยังปรากฏจากคำเบิกความของผู้เสียหายว่า พอขวานหลุดจากมือกระเด็นไปแล้วผู้เสียหายร้องให้คนช่วย จำเลยทั้งสองก็พากันวิ่งหลบหนีไปทั้ง ๆ ที่ขณะที่ผู้เสียหายถูกทำร้ายไม่มีผู้ใดจะช่วยได้นอกจากนางอุไรกับนางเจ็ง ซึ่งเป็นสตรีไม่มีอาวุธจะต่อสู้ป้องกัน
หากจำเลยทั้งสองมีเจตนาฆ่าผู้เสียหาย จำเลยที่ 1ก็มีโอกาสวิ่งกลับไปเอาขวานมาฟันและจำเลยที่ 2 ยังมีเวลาที่จะแทงผู้เสียหายให้ถึงตายได้ แต่ปรากฏว่าจำเลยทั้งสองหาได้ทำเช่นนั้นไม่สาเหตุที่ทำให้จำเลยทั้งสองกับผู้เสียหายโกรธเคืองกันก็เป็นเรื่องเล็กน้อยไม่ถึงขั้นที่จะเอาชีวิตกัน แสดงให้เห็นได้ว่า จำเลยทั้งสองมีแต่เพียงเจตนาทำร้ายผู้เสียหายเท่านั้น ไม่มีเจตนาฆ่าผู้เสียหายพิพากษายืน