Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5110/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 1 รับแจ้งการประเมินแล้ว ไม่อุทธรณ์การประเมินต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ตามที่ประมวลรัษฎากรบัญญัติไว้ การประเมินของเจ้าพนักงานประเมินที่เรียกเก็บภาษีการค้าเพิ่มจากจำเลยที่ 1 ย่อมถึงที่สุด จำเลยที่ 1 มีหน้าที่ต้องชำระหนี้ค่าภาษีอากรตามฟ้องและเมื่อการประเมินถึงที่สุดแล้ว จึงไม่มีปัญหาว่ายอดรายรับที่เจ้าพนักงานประเมินใช้ในการประเมินภาษีชอบหรือไม่ ทั้งปัญหาดังกล่าวไม่ใช่ปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนศาลภาษีอากรกลางจึงไม่มีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.พ. มาตรา 142 ป.รัษฎากร มาตรา 29 ป.รัษฎากร มาตรา 30 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 มาตรา 78 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 มาตรา 17

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เจ้าพนักงานประเมินของโจทก์กำหนดให้จำเลยที่ ๑ แสดงยอดรายรับเพื่อเสียภาษีการค้าตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ๒๕๒๗ เป็นต้นไปเดือนละไม่ต่ำกว่า ๑๗๓,๐๐๐ บาทจำเลยที่ ๑ มิได้โต้แย้งหรือคัดค้าน ต่อมาเจ้าพนักงานประเมินของโจทก์ตรวจสอบการชำระภาษีการค้าของจำเลยที่ ๑ ตั้งแต่เดือนนพฤศจิกายน ๒๕๒๗ ถึงเดือนธันวาคม ๒๕๓๐ ปรากฏว่าจำเลยที่ ๑แสดงยอดรายรับเพื่อเสียภาษีการค้าต่ำกว่ายอดรายรับที่เจ้าพนักงานประเมินกำหนดไว้๓,๒๖๕,๙๙๕ บาท ต้องชำระภาษีการค้า ภาษีบำรุงเทศบาลเพิ่มเป็นเงิน ๒๔๔,๙๔๙.๖๓ บาท และ๒๔,๔๙๔.๙๖ บาท ตามลำดับ ซึ่งเจ้าพนักงานประเมินได้แจ้งการประเมินให้จำเลยที่ ๑ ทราบแล้วแต่จำเลยที่ ๑ ไม่นำเงินภาษีอากรดังกล่าวไปชำระให้โจทก์ภายในกำหนดเวลาที่กำหนดไว้

ทั้งมิได้อุทธรณ์การประเมินต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ จำเลยที่ ๑ แสดงรายการการค้าไว้ไม่ถูกต้องจึงต้องเสียเบี้ยปรับอีก ๑ เท่าของภาษีการค้าที่ต้องเสียเพิ่มกับต้องเสียเงินเพิ่ม ตลอดจนเบี้ยปรับและเงินเพิ่มภาษีบำรุงเทศบาล คำนวณถึงวันที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๓๒ แล้วเป็นเงิน ๔๓๑,๗๙๗.๗๒ บาทรวมเป็นภาษีอากรที่จำเลยที่ ๑ ต้องชำระให้โจทก์เป็นเงินทั้งสิ้น ๗๐๑,๒๔๒.๓๒ บาท จำเลยที่ ๒ที่ ๓ ในฐานะหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ ๑ ในหนี้ค่าภาษีอากรดังกล่าวด้วยจำเลยที่ ๑ จดทะเบียนเลิกห้างแล้ว ขณะนี้ยังอยู่ในระหว่างการชำระบัญชี ขอให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินที่กล่าวแล้วกับเงินเพิ่มภาษีการค้า และเงินเพิ่มภาษีบำรุงเทศบาลในอัตราร้อยละ ๑๐ของเงินภาษีการค้าที่ต้องชำระเพิ่มแก่โจทก์

จำเลยทั้งสามให้การว่า จำเลยที่ ๑ ประกอบกิจการขาดทุนตลอดมา ทั้งยื่นรายการเพื่อชำระภาษีการค้าและชำระภาษีการค้าไว้ถูกต้องแล้ว การกำหนดรายรับของโจทก์สูงกว่าความเป็นจริง จำเลยทั้งสามจึงไม่ต้องรับผิด ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลภาษีอากรกลางวินิจฉัยว่า การประเมินของโจทก์ไม่ถูกต้องและไม่ชอบด้วยกฎหมาย พิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด มีจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ เป็นหุ้นส่วนประเภทไม่จำกัดความรับผิด ประกอบกิจการค้าประเภทขายอาหารและเครื่องดื่ม มีหน้าที่เสียภาษีการค้าตามกฎหมาย เจ้าพนักงานประเมินของโจทก์มีเหตุอันควรสงสัยว่า จำเลยที่ ๑ ยื่นแบบแสดงรายการการค้ารายรับต่ำกว่าความเป็นจริงโจทก์จึงส่งเจ้าพนักงานของโจทก์ไปยังสถานการค้าของจำเลยที่ ๑ ระหว่างวันที่ ๒๕ กรกฎาคม๒๕๒๗ ถึงวันที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๒๗ เพื่อสังเกตการณ์การขายและควบคุมยอดรายรับของจำเลยที่ ๑ได้ความว่าในแต่ละเดือน จำเลยที่ ๑ มีรายรับเดือนละประมาณ ๑๗๓,๐๐๐ บาท เจ้าพนักงานประเมินจึงมีหนังสือแจ้งให้จำเลยที่ ๑ ยื่นแบบแสดงรายการการค้าเพื่อชำระภาษีการค้าโดยมียอดรายรับไม่ต่ำกว่าเดือนละ ๑๗๓,๐๐๐ บาท

ทั้งนี้ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ๒๕๒๗ เป็นต้นไป ซึ่งจำเลยที่ ๑ มิได้โต้แย้งคัดค้านหรือไม่เห็นด้วย ต่อมาเมื่อโจทก์ตรวจสอบการชำระภาษีการค้าของจำเลยที่ ๑ระหว่างเดือนพฤศจิกายน ๒๕๒๗ ถึงเดือนมกราคม ๒๕๓๐ ปรากฏว่าจำเลยที่ ๑ ยื่นแบบขอชำระภาษีการค้าแสดงยอดรายรับต่ำกว่ายอดรายรับที่เจ้าพนักงานของโจทก์กำหนดรวม ๓,๒๖๕,๙๙๕ บาทเจ้าพนักงานประเมินของโจทก์จึงทำการประเมินให้จำเลยที่ ๑ ชำระภาษีการค้าเพิ่มตามที่กล่าวมาแล้วข้างต้น จำเลยที่ ๑ ไม่อุทธรณ์การประเมินต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์และไม่ชำระภาษีอากรตามที่แจ้งการประเมินให้โจทก์ มีปัญหาตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า จำเลยจะต้องชำระภาษีอากรตามที่โจทก์ฟ้องหรือไม่ ศาลฎีกาพิจารณาแล้วเห็นว่า

เมื่อจำเลยที่ ๑ รับแจ้งการประเมินแล้วหากการประเมินไม่ชอบอย่างไร จำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นผู้ต้องเสียภาษีอากรมีสิทธิที่จะอุทธรณ์การประเมินต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ตามที่ประมวลรัษฎากรบัญญัติไว้ได้ เมื่อจำเลยที่ ๑ ไม่อุทธรณ์การประเมินต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ดังที่ได้ความมาแล้ว การประเมินของเจ้าพนักงานประเมินที่เรียกเก็บภาษีการค้าเพิ่มจากจำเลยที่ ๑ ย่อมถึงที่สุด จำเลยที่ ๑จึงมีหน้าที่ต้องชำระหนี้ค่าภาษีอากรตามที่โจทก์ฟ้อง ที่ศาลภาษีอากรกลางวินิจฉัยว่าการประเมินไม่ชอบเพราะยอดรายรับที่นำมาประเมินไม่ถูกต้องนั้น

ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อการประเมินเป็นอันถึงที่สุดดังกล่าวแล้ว จึงไม่มีปัญหาว่ายอดรายรับที่เจ้าพนักงานประเมินใช้ในการประเมินภาษีชอบหรือไม่ ทั้งปัญหาดังกล่าวไม่ใช่ปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลภาษีอากรกลางจึงไม่มีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัย

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระภาษีอากรจำนวน ๗๐๑,๒๔๒.๗๒ บาท(รวมเงินเพิ่มภาษีการค้าคิดถึงวันที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๓๒ จำนวน ๑๔๗,๕๙๓.๗๕ บาทแล้ว) และเงินเพิ่มภาษีการค้าในอัตราร้อยละ ๑ ต่อเดือนหรือเศษของเดือนของเงินภาษีการค้าที่ต้องชำระเพิ่มจำนวน ๒๔๔,๙๔๙.๖๓ บาท นับแต่วันที่ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๓๒ เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแต่มิให้เกิน ๙๗,๓๕๕.๘๘ บาท (เงินเพิ่มภาษีการค้าพิพากษาให้ชำระแล้ว ๑๔๗,๕๙๓.๗๕ บาท)และให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินภาษีบำรุงเทศบาลในอัตราร้อยละ ๑๐ ของเงินเพิ่มภาษีการค้าที่กล่าวแล้วด้วย.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เดชา สุวรรณโณ · อุดม เฟื่องฟุ้ง · ตัน เวทไว
ศาลล่าง
ศาลภาษีอากรกลาง - นางคำนวณ เทียมสอาดศาลอุทธรณ์ -
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9569/2544

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. 2528 มาตรา 8 ได้วางข้อห้ามมิให้ฟ้องคดีตามมาตรา 7 (1) ต่อศาลภาษีอากรไว้ซึ่งเป็นการห้ามบุคคลทุกคน หามีข้อยกเว้นให้กรมสรรพากรโจทก์มีอำนาจฟ้องคดีโดยไ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3840/2538

ตามคำฟ้องเป็นกรณีที่โจทก์ยืนยันว่า การส่งหมายเรียกและหนังสือแจ้งการประเมินไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะไม่ได้ส่งยังสำนักงานแห่งใหม่ของโจทก์ ผลตามกฎหมายก็คือโจทก์ยังไม่ได้รับแจ้งการประเมิน กำหนดเวลาให้อุทธรณ์ก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2662/2534

โจทก์ฟ้องเฉพาะที่เกี่ยวกับพิกัดอัตราภาษีศุลกากร และการประเมินราคาสินค้าที่โจทก์นำเข้าว่ามิได้เป็นไปตามที่เจ้าพนักงานของจำเลยอ้าง มิได้ฟ้องเกี่ยวกับภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลและศาลภาษีอากรกลางก็มิได้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10773/2557

หนังสือแจ้งการประเมินภาษีธุรกิจเฉพาะ (ภ.ธ.73.1) ในเดือนภาษีสิงหาคม 2540 กันยายน 2540 ตุลาคม 2540 พฤศจิกายน 2540 มกราคม 2541 และมีนาคม 2541 ตามลำดับ มีทุนทรัพย์ที่พิพาทกันไม่เกินเดือนภาษีละ 50,000 บาท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8704/2553

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินค่าภาษีอากร เงินเพิ่มอากรขาเข้า ภาษีมูลค่าเพิ่มและเงินเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่ม ในสินค้ารายการที่ 5 ที่จำเลยนำเข้า ตามที่โจทก์ประเมินและแจ้งการประเมินให้จำเลยทราบแล้ว จำเลย…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้