Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5115/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ผู้ที่จะได้รับประโยชน์ตามพระราชบัญญัติล้างมลทินฯ พ.ศ. 2530มาตรา 4 หมายถึงผู้ที่ได้กระทำผิดก่อนหรือในวันที่ 5 ธันวาคมพ.ศ. 2530 ซึ่งได้รับโทษและพ้นโทษไปแล้ว ดังนั้น การที่จำเลยได้กระทำผิดก่อนหรือในวันที่ 5 ธันวาคม 2530 แต่ศาลก็ได้รอการลงโทษไว้ จึงยังถือไม่ได้ว่า จำเลยได้รับโทษและพ้นโทษแล้ว ไม่เข้าหลักเกณฑ์อันเป็นองค์ประกอบที่จะได้รับประโยชน์ตามพระราชบัญญัติดังกล่าว เมื่อจำเลยได้มากระทำผิดในคดีนี้ภายในกำหนดเวลาที่ศาลให้รอการลงโทษไว้ จึงต้องนำโทษในคดีก่อนมาบวกกับโทษในคดีนี้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 58.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.อ. มาตรา 58 พ.ร.บ.ล้างมลทินในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงมีพระชนมพรรษา 60 พรรษา พ.ศ.2530 มาตรา 4

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔, ๗, ๘, ๑๕, ๖๖, ๖๗, ๙๗, ๑๐๗ ประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๙๒, ๕๘ คืนธนบัตรของกลางแก่เจ้าของ เพิ่มโทษจำเลยตามกฎหมายและบวกโทษของจำเลยที่รอการลงโทษไว้เข้ากับโทษของจำเลยในคดีนี้ด้วย

จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเคยต้องโทษ พ้นโทษและมีโทษที่รอการลงโทษตามฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาแล้วพิพากษายกฟ้อง คืนธนบัตรของกลางแก่เจ้าของ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเฮโรอีนตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ ประกอบด้วยมาตรา ๖๖วรรคหนึ่ง แต่การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท แต่ละบทมีอัตราโทษเท่ากัน ให้ลงโทษฐานจำหน่ายเฮโรอีนตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ ประกอบด้วยมาตรา ๖๖ วรรคหนึ่ง เพียงบทเดียว จำคุก ๕ ปี จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมชั้นสอบสวนและนำสืบเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุก ๓ ปี ๔ เดือนคืนธนบัตรของกลางแก่เจ้าของ คำขอให้เพิ่มโทษและบวกโทษให้ยก

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาขอให้บวกโทษจำคุกที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนเข้ากับโทษของจำเลย โดยอธิบดีกรมอัยการลงลายมือชื่อรับรองในฎีกาว่า มีเหตุอันควรที่ศาลฎีกาจะได้วินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า สำหรับความผิดของจำเลยข้อหามีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเฮโรอีน ซึ่งศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย ๓ ปี ๔ เดือนนั้น โจทก์และจำเลยมิได้ฎีกาในปัญหาดังกล่าว คดีจึงฟังเป็นยุติว่า จำเลยได้กระทำความผิดตามข้อหาดังกล่าวนั้นจริงและก่อนคดีนี้จำเลยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดฐานเสพกัญชา ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๔๗๕๒/๒๕๒๙ และ ๑๖๑๕๔/๒๕๒๙ของศาลแขวงพระนครใต้ เมื่อวันที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๒๙ และวันที่ ๒๐พฤศจิกายน ๒๕๒๙ และคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๑๓๓๔/๒๕๓๐ และ ๑๖๖๔/๒๕๓๐ของศาลแขวงพระนครเหนือ เมื่อวันที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๓๐ และวันที่ ๘เมษายน ๒๕๓๐ ตามลำดับ ให้ลงโทษจำคุกมีกำหนดคดีละ ๑๕ วัน ปรับคดีละ ๕๐๐ บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนดคดีละ ๑ ปี คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ที่ศาลอุทธรณ์ไม่นำคดีที่ศาลรอการลงโทษจำเลยไว้ในคดีก่อนมาบวกเข้ากับโทษในคดีนี้ ชอบหรือไม่

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ตามพระราชบัญญัติล้างมลทินในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงมีพระชนมพรรษา๖๐ พรรษา พ.ศ. ๒๕๓๐ ที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๔ ว่า "ให้ล้างมลทินให้แก่บรรดาผู้ต้องโทษในกรณีความผิดต่าง ๆ ซึ่งได้กระทำก่อนหรือในวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๐ และได้พ้นโทษไปแล้วก่อนหรือในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับหรือซึ่งได้พ้นโทษไปโดยผลแห่งพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ. ๒๕๓๐ โดยให้ถือว่าผู้นั้นมิได้เคยถูกลงโทษในกรณีความผิดนั้น ๆ" นั้นผู้ที่จะได้รับประโยชน์ตามพระราชบัญญัติดังกล่าวนี้ จึงหมายถึงผู้ที่ได้กระทำความผิดก่อนหรือในวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๐ ซึ่งได้รับโทษและพ้นโทษไปแล้ว แต่สำหรับคดีก่อนของจำเลยนั้นแม้จะได้กระทำผิดก่อนวันที่ ๕ธันวาคม

พ.ศ. ๒๕๓๐ ก็ตาม แต่ศาลก็ให้รอการลงโทษไว้ จึงยังถือไม่ได้ว่าจำเลยได้รับโทษและพ้นโทษไปแล้ว กรณีของจำเลยไม่เข้าหลักเกณฑ์อันเป็นองค์ประกอบที่จะได้รับประโยชน์ตามพระราชบัญญัติดังกล่าวนี้ ดังนั้น เมื่อจำเลยได้มากระทำผิดในคดีนี้ภายในกำหนดเวลาที่ศาลให้รอการลงโทษไว้จึงต้องนำโทษในคดีก่อนมาบวกกับโทษในคดีนี้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๘ ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าจำเลยได้รับประโยชน์ตามพระราชบัญญัติล้างมลทินในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงมีพระชนมพรรษา ๖๐ พรรษาพ.ศ. ๒๕๓๐ ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้นำโทษจำคุกของจำเลยที่ศาลรอการลงโทษไว้ในคดีก่อนคดีละ ๑๕ วัน รวม ๔ คดี บวกเข้ากับโทษคดีหลัง คงเป็นโทษจำคุก ๓ ปี ๔ เดือน ๖๐ วัน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
โสภณ จันเทรมะ · นาม ยิ้มแย้ม · ไพฑูรย์ เนติโพธิ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6043/2540

ตามพระราชบัญญัติล้างมลทินในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี พ.ศ. 2539 มาตรา 4 บัญญัติไว้ว่า"ให้ล้างมลทินให้แก่บรรดาผู้ต้องโทษในกรณีความผิดต่าง ๆ ซึ่งได้กระ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5073/2566

จำเลยทั้งสามในคดีนี้ต้องคำพิพากษาให้รอการกำหนดโทษและคดีถึงที่สุดแล้ว ที่โจทก์ร่วมฎีกาขอให้ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยทั้งสามตามที่ศาลชั้นต้นรอการกำหนดโทษไว้นั้น ป.อ. มาตรา 58 บัญญัติหลักเกณฑ์เรื่องการบวกโทษว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3546/2566

ป.อ. มาตรา 58 วรรคแรก บัญญัติว่า "เมื่อความปรากฏแก่ศาลเอง หรือความปรากฏตามคำแถลงของโจทก์หรือเจ้าพนักงานว่า ภายในเวลาที่ศาลกำหนดตามมาตรา 56 ผู้ที่ถูกศาลพิพากษาได้กระทำความผิดอันมิใช่ความผิดที่ได้กระทำโ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3286/2566

คดีนี้โจทก์ฟ้องด้วยวาจาตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 20 โดยไม่ได้บรรยายฟ้องหรือกล่าวอ้างว่าจำเลยเคยต้องโทษจำคุกมาก่อนเพื่อประกอบดุลพินิจในการลงโทษของศาล แต่กา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8343/2561

คดีที่มีคำขอท้ายฟ้องให้นับโทษต่อจากโทษของจำเลยในคดีนี้ ซึ่งศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย และพิพากษาถึงส่วนที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อจากโทษในคดีดังกล่าวว่า คดีที่ขอให้นับโทษต่อนั้น ศาลมีคำพิพากษาภายหลัง…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้