Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5129/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ร่วมได้รับความเสียหายจากการกระทำความผิดฐานปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอมของจำเลยตามที่โจทก์ฟ้อง แม้ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ โจทก์ร่วมจะขอถอนฟ้อง ศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ถอนฟ้องเฉพาะความผิดต่อส่วนตัว แต่ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 264, 268 เป็นความผิดต่อแผ่นดิน โจทก์ร่วมไม่อาจขอถอนฟ้องหลังจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 35 ทั้งการที่โจทก์ร่วมขอถอนฟ้องก็ไม่ทำให้การกระทำผิดของจำเลยซึ่งสำเร็จไปแล้วกลับเป็นขาดองค์ประกอบความผิด เพราะโจทก์ร่วมไม่เสียหายได้อีก การกระทำของจำเลยจึงยังเป็นความผิดฐานปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264, 268.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา๒๖๔, ๒๖๘, ๓๔๑, ๙๑

จำเลยให้การปฏิเสธ

ระหว่างพิจารณานางบัว จันทร์ศิริพรชัย ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาต

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐, ๓๖๔, ๓๖๘ และ ๓๔๑ ให้ลงโทษตามมาตรา ๒๖๘ ซึ่งเป็นบทหนักประกอบด้วยมาตรา ๒๖๔, ๙๐ จำคุก ๑ ปี๖ เดือน

จำเลยอุทธรณ์ ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอถอนฟ้องศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๖๔ และ ๓๖๘ เป็นความผิดต่อแผ่นดิน โจทก์ร่วมไม่อาจขอถอนฟ้องหลังจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาแล้ว ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๓๕ ส่วนความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๑ เป็นความผิดต่อส่วนตัว เมื่อคดียังไม่ถึงที่สุด และจำเลยไม่คัดค้าน จึงเป็นกรณีที่โจทก์ร่วมและจำเลยได้ยอมความกันแล้ว สิทธินำคดีอาญามาฟ้องในความผิดฐานนี้ย่อมระงับไป ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๓๙(๒)ให้จำหน่ายคดีเฉพาะความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๑ และศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๖๔ วรรคสอง, ๓๖๘ วรรคสอง จำคุก ๑ ปี

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามที่จำเลยฎีกาเฉพาะปัญหาข้อกฏหมายว่า ระหว่างการพิจารณษของศาลอุทธรณ์ โจทก์ร่วมขอถอนฟ้อง ศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ถอนฟ้องได้ ความเสียหายของโจทก์ร่วมจึงเป็นอันยุติ การกระทำของจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๔และ ๒๖๘ จึงไม่เป็นการก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นคือโจทก์ร่วมคดีนี้การกระทำของจำเลยขาดองค์ประกอบความผิดมาตรา ๒๖๔และ ๒๖๘ จำเลยจึงไม่มีความผิด นั้น

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีนี้ข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์รับฟังมาเป็นยุติว่าโจทก์ร่วมมอบอำนาจให้จำเลยไปจดทะเบียนแบ่งแยกที่พิพาท ไม่ใช่ขายให้จำเลยโดยจดทะเบียนเป็นยกให้ การที่จำเลยหลอกลวงโจทก์ร่วมให้ลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจ แล้วจำเลยไปดำเนินการจดทะเบียนที่พิพาทเป็นของจำเลยผิดไปจากเจตนาที่แท้จริงของโจทก์ร่วม อันถือได้ว่าโจทก์ร่วมได้รับความเสียหายจากการกระทำของจำเลยดังกล่าวแล้วแม้ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์โจทก์ร่วมจะขอถอนฟ้องศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ถอนฟ้องเฉพาะความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาโจทก์ร่วมจะขอถอนฟ้อง ศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ถอนฟ้องเฉพาะความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๑ แต่ความผิดตามมาตรา ๒๖๔ และ ๒๖๘เป็นความผิดต่อแผ่นดิน

โจท์ร่วมไม่อาจขอถอนฟ้องหลังจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๓๕ดังนี้ ก็ไม่ทำให้การกระทำผิดของจำเลยซึ่งสำเร็จไปแล้ว กลับเป็นขาดองค์ประกอบไปอีก ทั้งการกระทำของจำเลยไม่เพียงก่อให้เกิดความเสียหายเฉพาะโจทก์ร่วมเท่านั้น แต่ทำให้เจ้าพนักงานที่ดินหลงเชื่อว่าหนังสือมอบอำนาจที่จำเลยทำปลอมขึ้นเป็นหนังสือมอบอำนาจที่แท้จริง จึงยอมทำนิติกรรมจดทะเบียนโอนที่พิพาทของโจทก์ร่วมให้จำเลย ฉะนั้น เจ้าพนักงานที่ดินย่อมได้รับความเสียหายด้วย การกระทำของจำเลยจึงครบองค์ประกอบความผิดฐานทำและใช้เอกสารปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๔ วรรคสอง, ๒๖๘ วรรคสอง

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พินิจ ฉิมพาลี · เคียง บุญเพิ่ม · มีพาศน์ โปตระนันทน์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4117/2536

ความผิดฐานใช้เอกสารปลอมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 เป็นความผิดที่ไม่อาจยอมความกันได้ โจทก์ไม่อาจขอถอนฟ้อง หลังจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา เมื่อโจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้อง ระหว่างฎีกา จึงไม่อนุญาติให้ถอนฟ้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7212/2567

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม ขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ตาม ป.อ. มาตรา 264, 268 ซึ่งแต่ละฐานความผิดมีระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ คดีจึง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6181/2567

"ใช้" ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 หมายความว่า เอามาทำให้เกิดผลหรือประโยชน์ การที่จำเลยนำรถยนต์ที่มีหมายเลขประจำตัวถังและหมายเลขประจำเครื่องยนต์รวมทั้งแผ่นป้ายทะเบียนปลอมมาจอดแสดงอยู่ที่เต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1496/2567

โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยหลอกลวงผู้เสียหายด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จและปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งว่า จำเลยประกอบอาชีพให้บริการรับยื่นขอวีซ่า ใบถิ่นที่อยู่ ใบต่างด้าว และสามารถยื่นคำขอเปลี่ยนสั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 89/2567

คดีนี้แม้โจทก์จะบรรยายฟ้องแยกการกระทำผิดของจำเลยกับพวกมาเป็นข้อ ๆ โดยมีคำขอท้ายฟ้องตาม ป.อ. มาตรา 91 และจำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้องก็ตาม แต่เมื่อพิเคราะห์ถึงพฤติการณ์แห่งคดีจากข้อเท็จจริงตามฟ้องแล้วปร…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้