คำฟ้องและคำให้การ
คดีนี้โจทก์ชนะคดีและขอให้ยึดเรือนรายพิพาท ผู้ร้องขัดทรัพย์ร้องว่า เรือนพิพาทเป็นของจำเลยจริง แต่จำเลยได้จดทะเบียนโอนขายให้แก่ผู้ร้อง ขอให้ถอนการยึดศาลชั้นต้นสั่งรับคำร้องขัดทรัพย์นี้ ส่งสำเนาให้โจทก์จำเลย และเจ้าพนักงานบังคับคดี นัดพร้อมครั้นถึงวันนัดพร้อม โจทก์ จำเลย ผู้ร้องมาศาล คดีไม่มีทางตกลง จึงนัดสืบพยานผู้ร้องในวันนัดพร้อมนั้นเอง หลังแต่ทำการนัดพร้อมแล้ว โจทก์ยื่นคำให้การแก้คำร้องขัดทรัพย์ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ยื่นคำให้การเมื่อศาลสั่งนัดสืบพยานแล้ว ไม่รับโจทก์อุทธรณ์
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้น ให้รับคำให้การของโจทก์และดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปตามรูปคดีผู้ร้องฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ว่าตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 288 การยื่นคำร้องขัดทรัพย์ให้ศาลพิจารณาและชี้ขาดตัดสินคดีนั้นเหมือนอย่างคดีธรรมดา ย่อมหมายความว่า เมื่อผู้ร้องขัดทรัพย์ได้ยื่นคำร้องขอแล้ว ศาลชั้นต้นชอบที่จะออกหมายเรียกให้โจทก์ยื่นคำให้การแก้คำร้องขัดทรัพย์ของผู้ร้อง แต่เรื่องนี้ศาลชั้นต้นมิได้ส่งหมายเรียกหรือกำหนดเวลาให้โจทก์ยื่นคำให้การแก้คำร้องขัดทรัพย์ของผู้ร้องแต่อย่างไร ดังนี้ ย่อมไม่มีเหตุจะห้ามมิให้โจทก์ยื่นคำให้การแก้คดีได้ ที่ศาลชั้นต้นปฏิเสธไม่รับคำให้การแก้คดีของโจทก์ ย่อมไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณา
ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน