คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่าได้ขายฝากที่ดินไว้แก่จำเลยเป็นเงิน ๑๐๕,๐๐๐ บาท กำหนดไถ่คืนใน ๔ ปี แต่จำเลยนำดอกเบี้ยอีก ๕๐,๐๐๐ บาทมารวมไว้ด้วย จึงระบุในสัญญาขายฝากเป็นเงิน ๑๕๕,๐๐๐ บาท โจทก์ขอไถ่ภายในกำหนด จำเลยบิดพลิ้ว จึงขอให้จำเลยรับไถ่ถอนการขายฝากเป็นเงิน ๑๐๕,๐๐๐ บาท
จำเลยให้การว่าโจทก์ขายฝากเป็นเงิน ๑๕๕,๐๐๐ บาท โจทก์มิได้ไถ่ถอนภายในกำหนด โจทก์จึงไม่มีสิทธิไถ่ถอนคืน
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้จำเลยรับไถ่การขายฝากในเงิน ๑๐๕,๐๐๐ บาท โดยให้นำเงินมาวางศาลเพื่อชำระแก่จำเลยภายใน ๓๐ วันนับตั้งแต่วันพิพากษา มิฉะนั้นให้ทรัพย์ที่ขายฝากหลุดเป็นสิทธิแก่จำเลย
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกา และต่อมาได้ยื่นคำแถลงว่าโจทก์ผิดนัดไม่นำเงิน ๑๐๕,๐๐๐ บาทมาวางศาลภายในกำหนดตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
ศาลฎีกาเห็นว่าพฤติการณ์ที่เกิดขึ้นยังให้คดีนี้ไม่มีประโยชน์ในอันที่จะต้องพิจารณาต่อไป กล่าวคือ เมื่อโจทก์ไม่นำเงินจำนวน ๑๐๕,๐๐๐ บาทมาวางศาลตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ทรัพย์ที่ขายฝากย่อมหลุดเป็นกรรมสิทธิ์แก่จำเลย โจทก์หมดสิทธิที่จะไถ่ถอนคืนโดยผลแห่งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์นั้น คดีก็ไม่มีประโยชน์ที่จะพิจารณาฎีกาของจำเลยต่อไป จึงให้จำหน่ายคดี คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาของจำเลย ๓ ใน ๔ พร้อมด้วยค่าตัดสินและค่าคำบังคับให้แก่จำเลย.