Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 514/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยเป็นผู้ครอบครองดูแลสายไฟฟ้าใต้ดิน และอุปกรณ์ไฟฟ้าบริเวณทางเท้า ตรงทางเท้าที่เกิดเหตุมีรอยแตกแยกชำรุดและเมื่อขุดลงไปปรากฏว่าสายไฟฟ้าที่เกิดเหตุฝังลึกเพียง20 เซนติเมตร ซึ่งตามปกติจะฝังลึกจากพื้นดินประมาณ 60 เซนติเมตรและมีรอยชำรุดโดยไม่มีฉนวนหุ้มเมื่อขุดและยกสายไฟฟ้าขึ้นสายไฟฟ้าใต้ดินได้หลุดออกจากกันหากสายไฟฟ้าไม่ชำรุดถึงแม้น้ำจะท่วมสูงขนาดไหนไฟฟ้าก็จะไม่ลัดวงจร ทั้งจำเลยมีเครื่องเมกเกอร์สำหรับตรวจสอบกระแสไฟฟ้ารั่วหลังเกิดเหตุแล้วได้ใช้เครื่องดังกล่าวเพียงครั้งเดียว ก่อนหน้านั้นไม่เคยใช้ตรวจเลย หากจำเลยใช้เครื่องดังกล่าวตรวจสอบกระแสไฟฟ้ารั่วที่สายเคเบิ้ลใต้ดินบ่อย ๆ จำเลยอาจป้องกันแก้ไขกระแสไฟฟ้ารั่วได้ และหลังเกิดเหตุแล้วการไฟฟ้านครหลวงได้มีหนังสือถึงจำเลยแนะนำให้เดินสายไฟฟ้าในบริเวณที่เกิดเหตุใหม่ โดยให้เดินในท่อเหล็กขนาดหนา ดังนี้การที่บุตรโจทก์เดินไปบริเวณทางเท้าที่มีน้ำท่วมขังและถูกกระแสไฟฟ้าดูดจนถึงแก่ความตายจึงเป็นเหตุที่อาจป้องกันได้ หากจำเลยจะได้จัดการระมัดระวังตามสมควร อันพึงคาดหมายได้ในฐานะที่จำเลยเป็นผู้ครอบครองดูแลสายไฟฟ้าที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นทรัพย์ที่เกิดอันตรายได้โดยสภาพแต่จำเลยก็หาได้กระทำไม่ ทั้งที่มีเครื่องมือสามารถตรวจสอบได้เหตุที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่เหตุสุดวิสัยที่จำเลยจะอ้างเพื่อบอกปัดความรับผิดได้ จำเลยจึงต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้โจทก์โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งสองเป็นสามีภรรยากัน และเป็นบิดามารดาผู้ใช้อำนาจปกครองเด็กชายอิทธิชัย ปาลเดชพงศ์ และเด็กชายมัยสิทธิ์ ปาลเดชพงศ์ จำเลยเป็นกรมในรัฐบาลเป็นเจ้าของผู้ครอบครองดูแลเสาไฟฟ้า สายไฟฟ้าใต้ดิน กระแสไฟฟ้าและอุปกรณ์ไฟฟ้าบริเวณทางเท้าถนนวิภาวดีรังสิตหน้าเขตไฟฟ้าย่อยหมอชิตแขวงดินแดง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร บุตรชายของโจทก์ทั้งสองดังกล่าวได้เดินไปตามทางเท้าถนนวิภาวดีรังสิตถึงบริเวณหน้าเขตไฟฟ้าย่อยหมอชิตระหว่างเสาไฟฟ้าแสงจันทร์ต้นที่ 87ถึง 88 ซึ่งมีน้ำท่วมขังได้ถูกกระแสไฟฟ้าดูดจนถึงแก่ความตายเนื่องจากสายไฟฟ้าใต้ดินชำรุด กระแสไฟฟ้ารั่วด้วยความประมาทของจำเลยที่ไม่ได้ตรวจตราควบคุมดูแลสายไฟฟ้าใต้ดินในบริเวณดังกล่าวให้อยู่ในสภาพเรียบร้อยและปลอดภัยต่อสาธารณชน โจทก์ต้องเสียค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการทำศพบุตรชายเป็นเงิน 100,000 บาท และต้องขาดไร้อุปการะคิดเป็นค่าเสียหาย 1,500,000 บาท ขอให้บังคับจำเลยชดใช้เงินรวม 1,600,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยจำเลยให้การว่า

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ทั้งสองไม่มีอำนาจฟ้องเพราะโจทก์ไม่ใช่บิดามารดาโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ตายทั้งสอง การตายของเด็กทั้งสองเพราะถูกกระแสไฟฟ้าดูด ไม่ได้เกิดจากความประมาทของจำเลย แต่เกิดขึ้นเพราะในระหว่างนั้นฝนตกหนักผิดปกติทำให้น้ำท่วมขังเป็นเวลานาน เป็นเหตุให้สายไฟที่เชื่อมระหว่างเสาไฟแสงจันทร์ต้นที่87 ถึง 88 ชำรุดกระแสไฟฟ้ารั่วดูดเด็กทั้งสองตายซึ่งเป็นเหตุสุดวิสัย การติดตั้งโคมไฟฟ้าแสงจันทร์และเดินสายไฟบนถนนวิภาวดีรังสิตได้ดำเนินการแบบแปลนตามแบบมาตรฐานและใช้สายไฟฟ้าที่ใช้เดินใต้ดินตามมาตรฐาน และจำเลยได้แต่งตั้งเจ้าหน้าที่ให้ดูแลตรวจตราดวงไฟและสายไฟฟ้าที่ติดตั้งบนถนนวิภาวดีรังสิตเป็นประจำทุกวัน เหตุที่เกิดขึ้นเนื่องจากน้ำท่วมมีระดับสูงมากและท่วมนานติดต่อกันหลายวัน

ไม่อาจคาดหมายได้ว่าจะเกิดชำรุดบกพร่อง ณ จุดใดอันเป็นเหตุสุดวิสัย การทำศพเด็กทั้งสองใช้เงินไม่เกิน 10,000 บาท ค่าขาดไร้อุปการะที่ขอมาสูงเกินความเป็นจริงอย่างมากควรเป็นคนละ 100,000 บาท ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 1,542,800บาท พร้อมดอกเบี้ยจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาข้อแรกว่า จำเลยได้ใช้ความระมัดระวังตรวจตราวัสดุอุปกรณ์ไฟฟ้าตามสมควรแล้ว และเหตุตายเกิดจากน้ำท่วมบริเวณที่เกิดเหตุอันเป็นเหตุสุดวิสัย

พิเคราะห์แล้วข้อเท็จจริงรับฟังได้จากคำเบิกความ นายประสงค์ ตันมณีวัฒนาผู้ช่วยแขวงการทาง กรุงเทพมหานคร พยานจำเลยซึ่งเบิกความตอบคำถามค้านของทนายโจทก์ว่าตามปกติสายไฟฟ้าใต้ดินจะฝังลึกจากพื้นดินประมาณ 60 เซนติเมตร แต่สายไฟฟ้าที่เกิดเหตุฝังลึกเพียง 20เซนติเมตร พยานได้เบิกความประกอบภาพถ่ายต่อไปว่าก่อนขุดฟุตบาธตรวจสอบ ฟุตบาธ มีรอยแตกชำรุดอยู่ก่อนแล้ว เมื่อขุดลงไปปรากฏว่าสายไฟฟ้าใต้ดินมีรอยชำรุดโดยไม่มีฉนวนหุ้มตามภาพถ่าย จ.1 ถึงจ.13 เมื่อขุดและยกสายไฟฟ้าขึ้นสายไฟฟ้าได้หลุดออกจากกัน หากสายไฟฟ้าใต้ดินไม่ชำรุดถึงแม้น้ำจะท่วมสูงขนาดไหนไฟฟ้าก็จะไม่ลัดวงจร หลังเกิดเหตุแล้วการไฟฟ้านครหลวงได้มีหนังสือถึงจำเลยแนะนำให้เดินสายไฟฟ้าในบริเวณที่เกิดเหตุใหม่ โดยเสนอให้เดินในท่อเหล็กขนาดหนา

ปรากฏตามเอกสารหมาย จ.14 นอกจากนี้ยังได้ความจากคำของนายวิรัช เย็นทรวง หัวหน้าหน่วยการไฟฟ้า แขวงการทางกรุงเทพมหานคร พยานจำเลยซึ่งมีหน้าที่ตรวจสอบไฟฟ้าและแสงสว่างบนถนนวิภาวดีรังสิต ซึ่งเบิกความตอบคำถามค้านของทนายโจทก์ว่า จำเลยมีเครื่องเมกเกอร์ สำหรับตรวจสอบกระแสไฟฟ้ารั่ว หลังเกิดเหตุคดีนี้แล้วได้ใช้เครื่องดังกล่าวเพียงครั้งเดียวก่อนหน้านั้นไม่เคยใช้ตรวจเลย หากจำเลยใช้เครื่องดังกล่าวตรวจสอบกระแสไฟฟ้ารั่วที่สายเคเบิ้ลใต้ดินบ่อย ๆ จำเลยอาจป้องกันแก้ไขกระแสไฟฟ้ารั่วได้จากพยานจำเลยดังกล่าวเห็นได้ว่าการเกิดเหตุคดีนี้อาจป้องกันได้ หากจำเลยจะได้จัดการระมัดระวังตามสมควรอันพึงคาดหมายได้ในฐานะที่จำเลยเป็นผู้ครอบครองดูแลสายไฟฟ้าที่เกิดเหตุซึ่งเป็นทรัพย์ที่เกิดอันตรายได้โดยสภาพ แต่จำเลยก็หาได้กระทำไม่

ทั้งที่มีเครื่องมือสามารถตรวจสอบได้ เหตุที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่เหตุสุดวิสัยที่จำเลยจะอ้างเพื่อบอกปัดความรับผิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 437 ได้ ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้นฎีกาข้อต่อไปของจำเลยในเรื่องค่าสินไหมทดแทนสรุปว่า ค่าใช้สถานที่วัด 20,000 บาท สูงเกินไป ควรเป็นเงินเพียง 2,000 บาทค่าเหมารถตู้เป็นค่าใช้จ่ายเกินความจำเป็น และค่าขาดไร้อุปการะที่เกินกำหนดเดือนละ 3,000 บาทเป็นเวลา 20 ปีมากเกินไป ควรคำนวณให้เพียง 10 ปี ตามที่ศาลฎีกาเคยวางเป็นแนวไว้

พิเคราะห์แล้วฎีกาของจำเลยดังกล่าวล้วนเป็นข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยให้"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จิระ บุญพจนสุนทร · ปรีชา ธนานันท์ · สมาน เวทวินิจ
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้