Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5141/2543

พ.ศ. 2543 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ผู้จัดการมรดกต้องจัดการโดยตนเองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1723 เมื่อโจทก์ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกจึงไม่อาจจัดการมรดกได้โดยตนเอง ทั้งเหตุที่ต้องโทษจำคุกก็เนื่องมาจากการเบียดบังทรัพย์ของผู้อื่นเป็นของตนในฐานะผู้มีอำนาจจัดการทรัพย์ ดังนี้ ถือได้ว่ามีพฤติการณ์ที่ไม่เหมาะสมที่จะเป็นผู้จัดการมรดก

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากเดิมศาลฎีกามีคำพิพากษาที่ 2621/2534ให้ถอนนางสุรี จารุศร จำเลย ออกจากการเป็นผู้จัดการมรดก และมีคำสั่งตั้งนายสิงหวิชัย จารุศร โจทก์ที่ 2 และนางสุวลัย จันทวานิช ผู้ร้องสอดที่ 2เป็นผู้จัดการมรดกของนายสว่าง จารุศร ผู้ตายต่อมาผู้ร้องสอดที่ 2 ยื่นคำร้องว่า หลังจากที่ศาลฎีกามีคำพิพากษาตั้งโจทก์ที่ 2 และผู้ร้องสอดที่ 2 เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายแล้ว โจทก์ที่ 2 และผู้ร้องสอดที่ 2 ได้ร่วมกันจัดการทรัพย์มรดกของผู้ตายตลอดมาแต่ยังไม่เสร็จสิ้น ต่อมาโจทก์ที่ 2 ถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงถึงแก่กรรม ผู้ร้องสอดที่ 2จึงไม่อาจจัดการมรดกของผู้ตายต่อไปแต่โดยลำพังได้ จึงมีเหตุขัดข้องในการจัดการมรดกของผู้ตาย

ขอให้ศาลมีคำสั่งตั้งผู้ร้องสอดที่ 2 ให้เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายต่อไปแต่ผู้เดียวโจทก์ที่ 1 ยื่นคำคัดค้านว่า โจทก์ที่ 1 เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้ตายและนางกริสนาหรือกฤษณา เจริญมาศ และเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันกับโจทก์ที่ 2 ต่อมาผู้ตายได้หย่าขาดกับนางกฤษณาแล้วจดทะเบียนสมรสกับจำเลย และมีบุตรกับจำเลยอีก 2 คน คือผู้ร้องสอดที่ 1 และผู้ร้องสอดที่ 2 ในระหว่างที่ผู้ร้องสอดที่ 2 กับโจทก์ที่ 2เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายทั้งสองคนได้ร่วมกันจัดการทรัพย์มรดกโดยมีพฤติการณ์ส่อไปทางทุจริตมิได้ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้จัดการมรดกให้ถูกต้องตามกฎหมาย ผู้ร้องสอดที่ 2 จึงไม่เหมาะสมที่จะเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายอีกต่อไป

ขอให้ยกคำร้องของผู้ร้องสอดที่ 2 และมีคำสั่งตั้งโจทก์ที่ 1เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายต่อไปจำเลยยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้องของผู้ร้องสอดที่ 2 และมีคำสั่งตั้งผู้ร้องสอดที่ 1 เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายต่อไปผู้ร้องสอดที่ 1 ยื่นคำคัดค้านว่า ผู้ร้องสอดที่ 1 เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้ตายกับจำเลย เป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันกับผู้ร้องสอดที่ 2 ผู้ร้องสอดที่ 2 ไม่เหมาะที่จะเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายอีกต่อไป ขอให้ยกคำร้องของผู้ร้องสอดที่ 2 และมีคำสั่งตั้งผู้ร้องสอดที่ 1เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายต่อไปในระหว่างไต่สวนคำร้อง จำเลยถึงแก่กรรม

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งจำหน่ายคดีในส่วนการคัดค้านของจำเลยออกจากสารบบความส่วนผู้ร้องสอดที่ 2 แถลงไม่ติดใจที่จะเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายและไม่ติดใจสืบพยานศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งนางวรรณา จารุศร (บริสุทธิ์) โจทก์ที่ 1 เป็นผู้จัดการมรดกของนายสว่าง จารุศร ผู้ตาย โดยให้มีอำนาจและหน้าที่ตามกฎหมาย ให้ยกคำร้องของผู้ร้องสอดที่ 1 และผู้ร้องสอดที่ 2ผู้ร้องสอดที่ 1 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้โจทก์ที่ 1 เป็นผู้จัดการมรดกของนายสว่าง จารุศร ผู้ตาย โดยให้มีสิทธิและหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดและอยู่ในเงื่อนไขที่ว่าถ้าจะจำหน่ายจ่ายโอนหรือก่อภาระติดพันกับทรัพย์มรดกที่มีหลักฐานทางทะเบียนให้แก่บุคคลที่มิใช่ทายาทที่มีสิทธิรับมรดกโดยมิได้รับความยินยอมจากทายาททุกคนแล้ว

จะต้องขออนุญาตศาลก่อนเป็นกรณีไปนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นผู้ร้องสอดที่ 1 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การเป็นผู้จัดการมรดกโดยหลักแล้วผู้จัดการมรดกต้องจัดการโดยตนเองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1723เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏต่อศาลโดยชัดแจ้งว่าโจทก์ที่ 1 ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก 5 ปี ตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1875/2543 เช่นนี้จึงไม่อาจจัดการมรดกได้โดยตนเอง ทั้งเหตุที่ต้องโทษจำคุกก็เนื่องมาจากการเบียดบังทรัพย์ของผู้อื่นเป็นของตนในฐานะผู้มีอำนาจจัดการทรัพย์ ดังนี้ ถือได้ว่ามีพฤติการณ์ที่โจทก์ที่ 1 ไม่เหมาะสมที่จะเป็นผู้จัดการมรดกพิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำร้องขอของโจทก์ที่ 1 ด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประพันธ์ ทรัพย์แสง · สมศักดิ์ วงศ์ยืน · ดลจรัส รัตนโศภิต
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้