เนื้อความคำพิพากษา
คดีนี้ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยกระทำการฉุดคร่าและข่มขืนชำเรา พ.ตัดสินลงโทษจำเลยตามกฎหมายอาญา ม.๒๗๙ และ ๒๔๓ ให้จำคุกไว้มีกำหนด ๓ ปี ศาลอุทธรณ์ไม่เชื่อว่าจำเลยได้ใช้กำลังฉุดคร่า พ. ประการใด จำเลยเป็นแต่เพียงจับข้อมือ พ.พาเข้าไปในป่าและกระทำชำเราเท่านั้น จึงแ้คำพิพากษาศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยตามมาตรา ๒๔๓ แต่บทเดียวให้จำคุกไว้ ๑ ปี ๖ เดือน ศาลฎีกาตัดสินว่าศาลอุทธรณ์แก้ไขทั้งตัวบทกฎหมายและอัตราโทษต้องนับว่าเป็นแก้มาก คดีไม่ต้องห้ามตามม.๒๑๘ แห่งประมวลวิธีพิจารณาความอาญา และฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยได้ใช้กำลังฉุดคร่า พ.ด้วย
ผลคำพิพากษา
พิพากษาว่าจำเลยมีผิดตาม ม.๒๔๓-๒๗๖ แต่คงจำคุก ๑ ปี กับ ๖ เดือน