Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 515/2525

พ.ศ. 2525 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยขายฝากเรือนเลขที่ 126 แก่โจทก์ ต่อมาระหว่างอายุสัญญาจำเลยรื้อเรือน แล้วสร้างเป็นเรือนหลังใหม่ในที่เดิม โดยใช้ไม้ของเรือนหลังเดิมบางส่วนและใช้บ้านเลขที่ 126 ตามเดิม ดังนี้ ถือได้ว่าเรือนหลังเดิมซึ่งตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ตามสัญญาขายฝากและเป็นวัตถุแห่งหนี้นั้นได้สิ้นสภาพไปแล้ว เรือนหลังใหม่คือเรือนพิพาทย่อมไม่ตกอยู่ในบังคับของสัญญาขายฝาก โจทก์ไม่มีกรรมสิทธิ์ในเรือนพิพาท ไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยออกจากเรือนพิพาท คงมีอำนาจที่จะว่ากล่าวแก่จำเลยในกรณีที่จำเลยรื้อเรือนหลังเดิม อันเป็นวัตถุแห่งหนี้ตามสัญญาขายฝากเท่านั้น

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ขายฝากเรือนเลขที่ ๑๒๖ แก่โจทก์มีกำหนด ๑ ปี ๖ เดือน เป็นเงิน ๑๘,๐๐๐ บาท หากจำเลยไม่ไถ่ถอนภายในกำหนด จำเลยจะทำการขนย้ายทรัพย์สินพร้อมบริวารออกไป เมื่อครบกำหนดไถ่ถอน จำเลยไม่ไถ่ถอนและไม่ยอมขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไป ขอให้ศาลพิพากษาขับไล่จำเลย

จำเลยให้การว่า ได้ขายฝากเรือนเลขที่ ๑๒๖ ให้แก่โจทก์จริงแต่เรือนพิพาทเป็นคนละหลังกับเรือนที่ขายฝาก ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาขับไล่จำเลยและบริวารออกจากเรือนพิพาท

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้ว เห็นว่าวัตถุแห่งหนี้ของสัญญาขายฝากคือเรือนหลังเดิมที่ถูกรื้อไปแล้ว แม้เรือนที่ปลูกใหม่จะใช้ไม้ของเรือนเดิมก็ตาม ก็หาทำให้เรือนใหม่กลายเป็นวัตถุแห่งหนี้แห่งสัญญาขายฝากไม่ โจทก์ชอบที่จะว่ากล่าวแก่จำเลยในการที่จำเลยรื้อเรือนหลังเดิมไป ไม่ชอบที่จะฟ้องขับไล่จำเลยออกจากเรือนหลังใหม่ พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยขายฝากเรือนเลขที่ ๑๒๖ แก่โจทก์เป็นเงิน ๑๘,๐๐๐ บาท กำหนดเวลา ๑ ปี ๖ เดือน ระหว่างอายุสัญญาจำเลยรื้อเรือนหลังที่ทำสัญญาขายฝากแก่โจทก์ แล้วสร้างเป็นเรือนหลังใหม่ในที่เดิมโดยใช้ไม้บางส่วนของเรือนหลังเดิม จำเลยไม่ได้ไถ่ถอนการขายฝาก ดังนี้ วัตถุแห่งหนี้ตามสัญญาขายฝากระหว่างโจทก์จำเลยคือเรือนเลขที่ ๑๒๖ ซึ่งปรากฏว่าจำเลยรื้อไปแล้วและจำเลยได้สร้างเรือนหลังใหม่ คือ เรือนพิพาท แม้จะใช้ไม้ของเรือนหลังเดิมบางส่วนมาปลูกสร้างและคงใช้บ้านเลขที่ ๑๒๖ ก็ตาม ก็ถือได้ว่าเรือนหลังเดิมซึ่งตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ตามสัญญาขายฝากและเป็นวัตถุแห่งหนี้นั้นได้สิ้นสภาพไปแล้ว เรือนหลังใหม่ คือ เรือนพิพาทย่อมไม่ตกอยู่ในบังคับของสัญญาขายฝาก โจทก์ไม่มีกรรมสิทธิ์ในเรือนพิพาท จึงไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยคงมีแต่อำนาจที่จะว่ากล่าวแก่จำเลยในกรณีที่จำเลยรื้อเรือนหลังเดิม อันเป็นวัตถุแห่งหนี้ ตามสัญญาขายฝากเท่านั้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน แต่ไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะฟ้องร้องว่ากล่าวแก่จำเลยในกรณีที่จำเลยรื้อเรือนหลังเดิมอันเป็นวัตถุแห่งหนี้ตามสัญญาขายฝากต่อไป

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อำนวย อินทุภูติ · สุทิน เลิศวิรุฬห์ · เริ่ม ธรรมดุษฎี
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายส่อง สุขะปุณณพันธ์
ศาลอุทธรณ์ - นายประมาณ ชันซื่อ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้