คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกอีก ๓ คนมีสาตราวุธสมคบกันปล้นทรัพย์ของนายเหรียญไปรวมราคา ๕๖๓๖ บาท ๓๕ สตางค์ และในการปล้นนี้ จำเลยใช้ไม้ตะบองตี มีดแทงขวานฟันนายเหรียญเจ้าทรัพย์มีบาดเจ็บหลายแห่ง นายเหรียญทนพิษบาดแผลไม่ได้ถึงแก่ความตายในทันใดนั้นเอง ทั้งนี้เพื่อความสดวกในการที่จะหลีกเลี่ยงอาญา และเพื่อจะเอาประโยชน์จากการกระทำผิด ขอให้โทษตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๓๐๑,๒๕๐
จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นฟังว่า จำเลยกระทำผิดตามฟ้อง ตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๓๐๑,๒๕๐ พิพากษาให้ประหารชีวิตจำเลยทั้ง ๒ ให้ตายตกไปตามกัน
คำพิพากษาศาลล่าง
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกา ศาลฎีกาคงฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยได้กระทำผิดตามฟ้องจริง แต่ตามคำบรรยายฟ้องของโจทก์เรื่องนี้ ศาลฎีกาได้ปรึกษาโดยที่ประชุมใหญ่แล้วพร้อมกันเห็นว่า ยังถือไม่ได้ว่าเป็นฟ้องที่ขอให้ลงโทษตามมาตรา ๒๕๐ ด้วย แม้โจทก์ได้อ้างมาตรา ๒๕๐ มาในคำขอท้ายฟ้องด้วยก็ดี ก็ลงโทษจำเลยตามมาตรา ๒๕๐ หาได้ไม่ ที่ศาลล่างทั้ง ๒ วางบทมาตรา ๒๕๐ ลงโทษจำเลยมาด้วย จึงคลาดเคลื่อนอยู่
ผลคำพิพากษา
จึงพิพากษาแก้ศาลล่าง ให้ลงโทษจำเลยทั้ง ๒ ตามมาตรา ๓๐๑ ตอนท้ายแต่มาตราเดียว มีกำหนดจำคุกตลอดชีวิต