Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 518/2480

พ.ศ. 2480 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

บุตร์มีจดหมายถึงบิดาแสดงความน้อยอกน้อยใจที่บิดาเกลียดชังดุด่ากล่าวว่าประจานต่าง ๆ ในที่สุดหาว่าบิดาโกงเครื่องเรือนแลขอให้บิดาออกไปอยู่กับบุตร์คนอื่นที่อื่น ดังนี้ บิดาจะฟ้องเรียกถอนคืนการให้ไม่ได้ กรณีไม่เข้าเข้าใน ม.531(2) และ (3) บิดาขายที่ให้บุตร์ด้วยราคาต่ำกว่าปกติยังไม่พอถือว่าเป็นการขายให้โดยสมยอม

คำฟ้องและคำให้การ

คดีได้ความว่า ส.จำเลยเป็นบุตร์นายจ้อย ๆ ได้โอนโฉนดที่ดินที่ ๑๖๐๖ พร้อมทั้งบ้านเรือนให้ ส.จำเลยโดยเสน่หาและโอนขายที่ดินอีกแปลง ๑ ให้ ส.เป็นเงิน ๒๐๐ บาท ต่อมา ส.จำเลยได้โอนขายที่ ๒ แปลงนั้นซึ่งมีราคาประมาณ ๖๐๐๐ บาท ให้แก่ จ.จำเลยเป็นเงินโฉนดละ ๔๐๐ บาท ต่อมา ส.จำเลยมีจดหมายถึงนายจ้อยบิดา ใจความว่าบิดานินทาตนว่าเป็นคนลักขะโมย ว่าบิดารับปากว่าจะแบ่งเงินให้แล้วไม่ทำตามคำพูดหาว่าบิดาแช่งด่า และหาว่าบิดาโกงเครื่องเรือนของจำเลย ในที่สุดบอกให้บิดาออกจากที่ดินบ้านเรือนรายที่บิดายกให้และโอนให้ นายจ้อยจึงฟ้องจำเลยทั้ง ๒ หาว่าโอนที่ดินกันโดยสมยอมแล จ.จำเลยประพฤติเนรคุณต่อโจทก์ จึงขอให้เพิกถอนนิติกรรมการโอนที่ดินรายพิพาทนี้

ศาลอุทธร์ฟังว่า ส.จำเลยมีหนังสือมาขับไล่โจทก์ แลหาว่าโจทก์คดโกงเครื่องเรือนดังนี้ คดีเข้ามาตรา ๕๓๑ ข้อ ๒ แล ๓ แลเห็นว่าการที่ จ.โอนขายที่ดินให้เพียง ๒๐๐ บาทน่าเชื่อว่าเป็นนิติกรรมอำพรางและการโอนระวางจำเลยทั้ง ๒ ก็เป็นการสมยอมกัน เพราะซื้อขายกันเพียง ๘๐๐ บาทเท่านั้น จึงพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ทำลายการโอนที่ดินทั้ง ๒ แปลง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าเป็นการซื้อขายระหว่างบิดาและบุตร์ ทั้งบิดาก็ยังหวังเก็บดอกผลในที่ดินได้อยู่ แสดงให้เห็นว่าย่อมเป็นธรรมดาที่จะขายให้แก่กันด้วยราคาต่ำกว่าปกติ โจทก์ไม่มีสิทธิขอเพิกถอนการโอนที่ดินแปลงนี้ได้ ส่วนข้อที่ ส.จำเลยประพฤติเนรคุณหรือไม่นั้น เห็นว่าตาม ม.๕๓๑(๒) จำเลยมิได้ทำให้โจทก์เสียชื่อเสียงหรือหมิ่นประมาทโจทก์ อย่างร้ายแรงอย่างไร คำกล่าวของจำเลยเป็นถ้อยคำอันไม่สมควรที่บุตร์จะกล่าวแก่บิดาแลเห็นว่าได้กล่าวด้วยความน้อยอกน้อยใจส่วนมาตรา ๕๓๑(๓) เห็นว่า โจทก์เป็นคนมีทรัพย์ไม่ใช่คนขัดสนยากไร้ โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องเรียกทรัพย์สินคืน

ผลคำพิพากษา

จึงพิพากษากลับศาลล่างทั้ง ๒ ให้ยกฟ้องโจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อรรถกฤต ช.เพ็ญชาติ · นล · อิศร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้