คำฟ้องและคำให้การ
คดีนี้โจทก์ชนะความจำเลย โจทก์จึงนำยึดที่ส่วนรายพิพาท ผู้ร้อง ๆ ว่าเป็นทรัพย์ของผู้ร้อง หาใช่ของจำเลยไม่ ทางพิจารณาได้ความว่า ที่สวนรายนี้เดิมเป็นของบิดาผู้ร้อง แล้วยกให้ผู้รอ้งแต่มิได้ไปจดทะเบียนต่อเจ้าพนักงาน ผู้ร้องได้ครอบครองมา ๗-๘ ปีแล้ว
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นเห็นว่าผู้ร้องครองครองมายังไม่ครบ ๑๐ ปี จึงหาได้กรรมสิทธิไม่ให้ยกคำร้อง
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาเห็นว่า แม้การยกให้จะมิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อเจ้าพนักงานผู้ร้องก็ยังมีสิทธิครอบครองดีกว่าผู้อื่นซึ่งมิได้ครอบครองตาม ม.๑๓๖๗ เมื่อที่ส่วนรายนี้มิใช่ของจำเลย แลจำเลยไม่มีสิทธิดีกว่าผู้ร้องแล้ว โจทก์ก็ไม่มีอำนาจยึด เพราะโจทก์จะมีอำนาจยึดได้ก็แต่ทรัพย์ของจำเลย ส่วนข้อที่โจทก์อ้างประมวลแพ่ง ฯ ม.๑๒๙๙ ว่าผู้ร้องจะยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้บุคคลภายนอกไม่ได้นั้น เห็นว่าตามมาตรานี้ห้ามมิให้ต่อสู้บุคคลภายนอก แต่ฉะเพาะกรณีที่บุคคลภายนอกได้สิทธิมาโดยเสียค่าตอบแทนและโดยสุจริตและได้จดทะเบียนสิทธินั้นแล้วแต่คดีนี้โจทก์หาได้ตกอยู่ในฐานะเช่นที่กล่าวนั้นไม่
ผลคำพิพากษา
จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้ถอนการยึด