Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5206/2552

พ.ศ. 2552 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตามคำฟ้องโจทก์เป็นการบรรยายให้จำเลยรับผิดอันเนื่องมาจากการกระทำละเมิดของลูกจ้างตาม ป.พ.พ. มาตรา 425 เท่านั้น มิใช่ให้รับผิดจากการกระทำละเมิดของจำเลยเองตาม ป.พ.พ. มาตรา ป.พ.พ. มาตรา 420 หากคำฟ้องโจทก์ต้องการให้จำเลยรับผิดจากการละเมิดของจำเลยเอง ก็ต้องแสดงให้แจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาและคำขอบังคับ ทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 172 วรรคสอง ด้วย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 500,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปแก่โจทก์

จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง

ระหว่างพิจารณา

จำเลยยื่นคำร้องขอให้หมายเรียกบริษัทอาร์.ที.วาย บิลดิ้ง เซอร์วิส คอนแทรคเตอร์ จำกัด กับบริษัทนวกิจประกันภัย จำกัด (มหาชน) เข้าเป็นจำเลยร่วมที่ 1 และที่ 2

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาต จำเลยร่วมที่ 1 และที่ 2 ให้การ ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและจำเลยร่วมที่ 1 ร่วมกันชำระเงิน 177,591 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ โดยให้จำเลยร่วมที่ 2 ร่วมรับผิดในจำนวนเงิน 100,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้น กับให้จำเลยและจำเลยร่วมทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 4,000 บาท สำหรับค่าขึ้นศาลให้ใช้แทนเท่าทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี เฉพาะจำเลยร่วมที่ 2 ให้ใช้แทนเท่าทุนทรัพย์ที่จำเลยร่วมที่ 2 ต้องรับผิด จำเลยและจำเลยร่วมทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยกับจำเลยร่วมทั้งสองร่วมกันใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ 4,500 บาท แทนโจทก์ จำเลยและจำเลยร่วมที่ 2 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยในปัญหาข้อกฎหมายตามฎีกาของจำเลยและจำเลยร่วมที่ 2 ว่า ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าจำเลยไม่ใช่นายจ้างของนางคำ ผู้ทำละเมิด แต่เป็นผู้ให้บริการโรงแรม ถือว่ามีความประมาทเลินเล่อร่วมกับนางคำด้วย จำเลยจึงต้องร่วมกับนางคำรับผิดต่อโจทก์และจำเลยร่วมที่ 2 ต้องร่วมกับจำเลยรับผิดต่อโจทก์ด้วยนั้นเป็นการพิพากษานอกฟ้องนอกประเด็นหรือไม่ คดีนี้มีทุนทรัพย์ในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาท ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริง ในการวินิจฉัยข้อกฎหมาย ศาลฎีกาจึงต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ศาลล่างทั้งสองฟังมาว่าจำเลยประกอบกิจการโรงแรมใช้ชื่อว่าโรงแรมปทุมวัน ปริ้นเซส โดยจำเลยทำสัญญาจ้างจำเลยร่วมที่ 1 เป็นผู้ทำความสะอาดอาคารโรงแรมของจำเลยและจำเลยได้ทำสัญญาประกันภัยไว้ต่อจำเลยร่วมที่ 2 คุ้มครองความรับผิดชอบต่อบุคคลภายนอกที่ใช้บริการโรงแรมของจำเลย

เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2541 บริษัทโพสต์พับลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) ได้จัดสัมมนาที่โรงแรมของจำเลย โจทก์เข้าร่วมการสัมมนาครั้นเวลาประมาณ 13 นาฬิกา โจทก์เดินเข้าห้องสัมมนาภายในโรงแรมของจำเลย ระหว่างนั้นนางคำ ลูกจ้างของจำเลยร่วมที่ 1 กำลังทำความสะอาดพื้นห้องน้ำที่เกิดเหตุด้วยเครื่องขัดพื้นไฟฟ้าปั่นแห้งโดยประมาทเลินเล่อมิได้ดำเนินการใดๆ เพื่อแจ้งเตือนให้ผู้เข้าใช้บริการทราบและระมัดระวังถึงการทำความสะอาดพื้นห้องน้ำที่เกิดเหตุ เป็นเหตุให้โจทก์ลื่นไถลหกล้มภายในห้องน้ำของจำเลยจนได้รับบาดเจ็บบริเวณไหล่กับต้นแขนขวา ซึ่งคดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องว่าลูกจ้างของจำเลยประมาทเลินเล่อทำความสะอาดพื้นแบบขัดแห้ง โดยมิได้จัดทำป้ายบอกเตือนให้ผู้ใช้บริการทราบว่ากำลังทำความสะอาดห้องน้ำอยู่ เป็นเหตุให้โจทก์ซึ่งเดินเข้าใช้บริการห้องน้ำลื่นล้มได้รับบาดเจ็บ

จำเลยในฐานะนายจ้างต้องร่วมรับผิดกับลูกจ้างผู้ทำละเมิด เห็นว่า ตามคำฟ้องโจทก์เป็นการบรรยายให้จำเลยรับผิดอันเนื่องมาจากกระทำละเมิดของลูกจ้างตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 425 เท่านั้น มิใช่ให้รับผิดจากการกระทำละเมิดของจำเลยเองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 หากคำฟ้องโจทก์ต้องการให้จำเลยรับผิดจากการละเมิดของจำเลยเองก็ต้องแสดงให้แจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาและคำขอบังคับ ทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 172 วรรคสอง ด้วย เมื่อทางพิจารณาข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยมิใช่นายจ้างของนางคำผู้ทำละเมิด จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดตามฟ้อง การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า

แม้จำเลยไม่ใช่นายจ้างของนางคำผู้ทำละเมิด แต่เป็นผู้ให้บริการโรงแรม ถือว่ามีความประมาทเลินเล่อร่วมกับนางคำ จำเลยจึงต้องรับผิดในฐานะเป็นผู้ทำละเมิดร่วมกับนางคำ และจำเลยร่วมที่ 2 ผู้รับประกันค้ำจุนต้องร่วมรับผิดกับจำเลยต่อโจทก์ด้วย จึงเป็นการพิพากษานอกฟ้องนอกประเด็น ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 ฎีกาของจำเลยและจำเลยร่วมที่ 2 ฟังขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยและจำเลยร่วมที่ 2 ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลสำหรับจำเลยและจำเลยร่วมที่ 2 ให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิรัช ชินวินิจกุล · สุทัศน์ ศิริมหาพฤกษ์ · ชูเกียรติ ตันทวีวงศ์
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5323/2562

แม้จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ทำนองว่า การที่โจทก์ที่ 3 ไม่บรรยายฟ้องว่าจำเลยที่ 6 กระทำละเมิดในทางการที่จ้างจึงขาดสาระสำคัญและศาลชั้นต้นไม่ได้กำหนดประเด็นข้อพิพาทไว้ ทำให้การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14217/2558

โจทก์ได้บรรยายให้เห็นว่า โจทก์เป็นผู้รับประกันภัย เรือ พ. จากบริษัท อ. จำเลยที่ 1 เป็นผู้ครอบครองอู่ต่อเรือ จำเลยที่ 2 เป็นผู้จัดการเรือ พ. มีหน้าที่ดูแลรักษาและซ่อมแซมเรือและเข้าร่วมซ่อมแซมเรือกับจำเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4997/2548

คำฟ้องโจทก์บรรยายแล้วว่า จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นลูกจ้างและขับรถไปในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 1 ได้ขับรถโดยประมาทเฉี่ยวชนรถยนต์บรรทุกที่ลูกจ้างโจทก์ขับได้รับความเสียหาย ขอให้จำเลยทั้งสองชดใช้ค่าเสียหายให้แก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10418/2546

โจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์ไว้จากเจ้าของรถ มีระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2541 ถึงวันที่ 1 กันยายน 2542 เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2540จำเลยที่ 1 ขับรถยนต์ของจำเลยที่ 2 ในทางการที่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 63/2538

โจทก์ทั้งสองแต่งงานอยู่กินเป็นสามีภรรยากันตั้งแต่ปี2476ก่อนประกาศใช้บทบัญญัติบรรพ5แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์พ.ศ.2477แม้ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันก็เป็นสามีภรรยาโดยชอบด้วยกฎหมายโจทก์ทั้งสองจึงเป็นบิดาม…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้