Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5215/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยซื้อที่ดินพิพาทจาก ว. เมื่อปี 2516 แล้วจำเลยครอบครองที่ดินพิพาทโดยสงบเปิดเผยโดยเจตนาเป็นเจ้าของตั้งแต่ซื้อมาจนถึงวันที่โจทก์ฟ้องเป็นเวลา 10 ปีเศษแล้ว โจทก์ซื้อที่ดินพิพาทจากส. เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2523 และฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 15พฤษภาคม 2527 เมื่อโจทก์ซื้อที่ดินมานั้นโจทก์เห็นจำเลยครอบครองที่ดินพิพาทอยู่แล้ว โจทก์ควรต้องสอบถามให้แน่นอนว่าจำเลยครอบครองที่ดินพิพาทในฐานะอะไร ตอนไปจดทะเบียนโจทก์ก็ตอบคำถามของเจ้าพนักงานโดยปิดบังว่าบนที่ดินพิพาทไม่มีสิ่งปลูกสร้าง เพื่อหลีกเลี่ยงคำถามต่อไปว่าสิ่งปลูกสร้างเป็นของใคร ทำให้โจทก์จดทะเบียนไปได้ พฤติการณ์เช่นนี้ถือว่าโจทก์ทราบแล้วว่าจำเลยครอบครองที่ดินพิพาทอย่างเจ้าของมานานแล้ว การที่โจทก์ตัดสินใจซื้อก็เพราะเชื่อว่าสามารถใช้สิทธิทางทะเบียนห้ามจำเลยต่อสู้ได้การกระทำของโจทก์จึงเป็นการไม่สุจริต ดังนี้ แม้โจทก์จะเสียค่าตอบแทนและจดทะเบียนสิทธิแล้ว โจทก์ก็ไม่ได้รับความคุ้มครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1299 วรรคสอง จำเลยผู้ได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์โดยทางอื่นนอกจากนิติกรรมสามารถอ้างบทกฎหมายดังกล่าวยันโจทก์ได้.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ ๓๑๖๖, ๓๑๖๗ตำบลไม้งาม อำเภอเมืองตาก จังหวัดตาก โดยซื้อจากนายสนิท ดวงใจ โดยเสียค่าตอบแทนและโดยสุจริตกับได้จดทะเบียนสิทธิโดยสุจริตแล้วตั้งแต่วันที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๒๓ และโจทก์ได้ครอบครองที่ดินดังกล่าวโดยความสงบ เปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของตั้งแต่วันซื้อตลอดมา เดิมจำเลยอาศัยสิทธิของนายสนิท ดวงใจ ปลูกอาคารอยู่ในที่ดิน โจทก์ไม่ประสงค์ให้จำเลยอยู่ต่อไป ได้บอกกล่าวให้จำเลยออกไปและรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างแล้ว แต่จำเลยเพิกเฉย ที่ดินของโจทก์สามารถนำไปหาผลประโยชน์ได้คิดเป็นเงินอย่างน้อยเดือนละ๓,๐๐๐ บาท ขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารกับให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากที่ดินของโจทก์ ถ้าจำเลยไม่รื้อถอนให้โจทก์รื้อถอนเองได้โดยจำเลยเป็นผู้เสียค่าใช้จ่าย และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงินเดือนละ ๓,๐๐๐ บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยและบริวารจะออกไปและรื้อถอนเสร็จสิ้น

จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า เดิมที่ดินโฉนดเลขที่ ๓๑๖๖,๓๑๖๗ ตามฟ้องเป็นของนายสนิท ดวงใจ เมื่อวันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๑๓นายสนิทได้ให้นายวสันต์ หาญปรีชาสวัสดิ์ เช่าซื้อในราคา ๘๗,๐๐๐ บาทตกลงกันว่า เมื่อชำระค่าเช่าซื้อครบถ้วนแล้วนายสนิทจะโอนกรรมสิทธิ์ให้ ต่อมาปี พ.ศ. ๒๕๑๖ นายวสันต์ได้ขายที่ดินดังกล่าวข้างต้นแก่จำเลยในราคา ๑๐๐,๐๐๐ บาท จำเลยได้ชำระราคาครบถ้วนแล้ว จำเลยได้เข้าครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินตั้งแต่วันซื้อขายโดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของเป็นเวลาเกิน ๑๐ ปีแล้วที่ดินจึงตกเป็นของจำเลยโดยการครอบครองปรปักษ์ ขณะที่โจทก์และนายสนิททำสัญญาซื้อขายกัน โจทก์และนายสนิททราบดีอยู่แล้วว่าจำเลยครอบครองและทำประโยชน์อยู่ในที่ดิน

โจทก์และนายสนิทจดทะเบียนซื้อขายโดยไม่สุจริต จำเลยอยู่ในฐานะที่จะได้รับจดทะเบียนก่อนขอให้ยกฟ้อง และมีคำสั่งว่าที่ดินตามฟ้องเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยให้เพิกถอนนิติกรรมซื้อขายที่ดินระหว่างนายสนิท ดวงใจ และโจทก์เมื่อวันที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๒๓ กับสั่งแก้ทะเบียนผู้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินเป็นชื่อจำเลย

โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า การซื้อขายที่ดินระหว่างนายสนิทดวงใจ กับนายวสันต์ หาญปรีชาสัวสดิ์ และจำเลยไม่ได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ จึงตกเป็นโมฆะ ไม่อาจให้ยันโจทก์ได้ จำเลยครอบครองที่ดินพิพาทโดยอาศัยสิทธิตามสัญญาจะซื้อจะขาย หาได้กรรมสิทธิ์ไม่ และจำเลยครอบครองไม่ถึงสิบปี โจทก์ซื้อที่ดินพิพาทโดยสุจริต เสียค่าตอบแทนและจดทะเบียนสิทธิโดยสุจริตขอให้ยกฟ้องแย้ง และบังคับคดีตามคำขอของโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่ดินโฉนดเลขที่ ๓๑๖๖ และ ๓๑๖๗ ตำบลไม้งาม อำเภอเมืองตากจังหวัดตาก ให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง ออกจากที่ดินโฉนดดังกล่าวหากจำเลยไม่รื้อถอน ให้โจทก์เข้ารื้อถอนเองได้ โดยจำเลยเสียค่าใช้จ่ายและให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงินเดือนละ ๒,๐๐๐บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะรื้อถอนเสร็จ ให้ยกฟ้องแย้งของจำเลย

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ที่ดินตามโฉนดเลขที่ ๓๑๖๖ และ๓๑๖๗ ตำบลไม้งาม อำเภอเมืองตาก จังหวัดตาก เป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลย ให้ยกฟ้องโจทก์และคำขออื่นตามฟ้องแย้งของจำเลย

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาตามฎีกาของโจทก์ว่า ที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์หรือจำเลย ข้อเท็จจริงตามที่คู่ความนำสืบตรงกันได้ความว่าเดิมที่พิพาทเป็นของนายสนิท ดวงใจ นายวสันต์ หาญปรีชาสวัสดิ์ได้เช่าซื้อที่พิพาทจากนายสนิท เมื่อวันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๑๓ ในราคา๘๗,๐๐๐ บาท เมื่อชำระคาเช่าซื้อเสร็จแล้ว นายวสันต์ได้ขายจำเลยเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๖ ในราคา ๑๐๐,๐๐๐ บาท จำเลยได้เข้าครอบครองทำประโยชน์โดยสงบเปิดเผยและเจตนาเป็นเจ้าของตั้งแต่ซื้อมาจนถึงวันโจทก์ฟ้องคดีเป็นเวลา ๑๐ ปีเศษแล้ว โจทก์ซื้อที่ดินนี้จากนายชัยสิทธิ์ หรือชัยวัฒน์ ศิริพรไพบูลย์ พนักงานของธนาคารกรุงเทพจำกัด สาขาตาก ซึ่งได้รับมอบอำนาจจากนายสนิท เจ้าของที่พิพาทเดิมเมื่อวันที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๒๓ เป็นเงิน ๑๓๐,๐๐๐ บาท และฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๒๗ มีปัญหาที่จะต้องพิจารณาต่อไปว่าจำเลยจะใช้สิทธิการครอบครองปรปักษ์จนได้กรรมสิทธิ์ของจำเลยต่อสู้สิทธิของโจทก์ที่ได้ทรัพย์สิทธิมาโดยทางนิติกรรมทางทะเบียนได้เพียงใด

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๒๙๙ วรรคสองตอนท้ายบัญญัติว่า สิทธิอันยังมิได้จดทะเบียนนั้นมิให้ยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้บุคคลภายนอก ผู้ได้สิทธิมาโดยเสียค่าตอบแทน และโดยสุจริตและได้จดทะเบียนสิทธิโดยสุจริตแล้ว ข้อที่ต้องพิจารณามีว่า โจทก์ได้สิทธิมาโดยสุจริตและได้จดทะเบียนสิทธิโดยสุจริตแล้วหรือไม่ข้อเท็จจริงได้ความว่า ที่ดินพิพาททางทิศเหนือจดกับที่ดินของโจทก์ที่ดินของโจทก์มีบ้านเลขที่ ๘๑/๕ ซึ่งห่างจากหอพักนิศาและบ้านของจำเลยประมาณ ๒๐ เมตร โจทก์ก็เห็นจำเลยครอบครองที่พิพาทอยู่แล้ว หอพักของจำเลยเป็นอาคารครึ่งตกครึ่งไม้ซึ่งเป็นอาคารถาวร การที่โจทก์จะซื้อที่ดินข้างบ้านซึ่งเห็นจำเลยครอบครอบอยู่แล้ว โจทก์ต้องสอบถามให้แน่นอนกว่าว่า

จำเลยอยู่ในที่ดินพิพาทในฐานะอะไร เพราะอย่างน้อยไม่ว่าจำเลยจะอยู่ในที่ดินโดยการเช่าหรืออาศัย โจทก์จะต้องคิดถึงว่าเมื่อซื้อที่ดินแล้วจะให้จำเลยหรือผู้อยู่ในที่ดินออกไปจากที่ดินได้อย่างไร การที่โจทก์เห็นอยู่แล้วว่า จำเลยอยู่ในที่พิพาทแล้ว เมื่อโจทก์ไปซื้อขายที่สำนักงานที่ดิน โจทก์ยังปิดบัง เมื่อเจ้าพนักงานที่ดินสอบสวนเพื่อทำนิติกรรมว่าไม่มีสิ่งปลูกสร้าง เพื่อหลีกเลี่ยงคำถามต่อไปของเจ้าพนักงานว่าสิ่งปลูกสร้างเป็นของใคร ซึ่งจะต้องเรียกตัวจำเลยมาสอบถามทำให้โจทก์ไม่สามารถจดทะเบียนได้ พฤติการณ์เช่นนี้ของโจทก์ เชื่อได้ว่าโจทก์รู้อยู่แล้วว่า ที่ดินพิพาทจำเลยได้ครอบครองอย่างเป็นเจ้าของมานานแล้ว การที่โจทก์ตัดสินใจซื้อเพราะเชื่อว่า

สามารถใช้สิทธิทางทะเบียนห้ามจำเลยต่อสู้ได้ การกระทำของโจทก์จึงเป็นการไม่สุจริต ดังนี้ แม้ว่าโจทก์จะได้เสียค่าตอบแทนและได้จดทะเบียนสิทธิแล้วก็ตามโจทก์ย่อมไม่ได้รับความคุ้มครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๒๙๙ วรรคสอง จำเลยผู้ได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์โดยทางอื่นนอกจากนิติกรรมสามารถอ้างประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๒๙๙ วรรคสอง ยันโจทก์ได้ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์มา ศาลฎีกาเห็นด้วยในผลของคำพิพากษา

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · สุวิทย์ ธีรพงษ์ · อุไร คังคะเกตุ
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดตาก - นายอรรถพงษ์ กุลโชครังสรรค์
ศาลอุทธรณ์ - นายตัน เวทไว
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 900/2568

แม้จะถือว่าสิทธิครอบครองที่ดินมือเปล่าซึ่งไม่มีเอกสารสิทธิเป็นทรัพยสิทธิอันเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ซึ่งอาจมีราคาและอาจถือเอาได้ และสามารถโอนไปซึ่งการครอบครองนั้นได้โดยการส่งมอบการครอบครอง แต่การโอนไปซ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 369/2568

โจทก์แถลงนำยึดทรัพย์ของจำเลยรวมทั้งที่ดินพิพาท ณ ที่ทำการต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2565 ผู้อำนวยการสำนักงานบังคับคดีจังหวัดเชียงรายมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ปิดประกาศยึดทรัพย์ ณ ที่ตั้งท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2564/2567

กระบวนวิธีการบังคับคดีในขั้นตอนต่าง ๆ นั้น หากเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ลูกหนี้ตามคำพิพากษา หรือบุคคลภายนอกผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดีซึ่งต้องเสียหายเพราะเหตุดังกล่าวเห็นว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5163/2566

ผ. และ ม. เป็นเจ้าของที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 1625 ได้ยกทางพิพาทให้ทายาทซึ่งเป็นบุตรทั้งแปดคนใช้เข้าออกสู่ทางสาธารณะตั้งแต่ก่อนปี 2534 กับทั้งแบ่งที่ดินให้ทายาทครอบครองและสร้างบ้านพัก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1480/2563

เมื่อผู้ตายไม่ได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์มรดกให้แก่ผู้ใดแล้วต่อมาศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งจำเลยที่ 1 เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย หลังจากนั้นจำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการมรดกของผู้ตายจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทเป็นของ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้