Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2555 (เลขอ้างอิง 521567)

พ.ศ. 2555 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คนร้ายได้เคลื่อนย้ายกล่องกระดาษจากบริเวณที่ผู้เสียหายเก็บไว้ในโกดังขึ้นรถบรรทุกหกล้อ แต่รถบรรทุกหกล้อยังอยู่ภายในโรงงานของผู้เสียหายซึ่งมีพนักงานรักษาความปลอดภัยดูแลอยู่ด้วย ทั้งพนักงานรักษาความปลอดภัยไม่ยินยอมให้ บ. นำกล่องกระดาษออกไป จึงถือว่าการแย่งกรรมสิทธิ์ในกล่องกระดาษของ บ. ยังไม่สมบูรณ์ ขั้นตอนการลักทรัพย์ของ บ. ยังกระทำไม่แล้วเสร็จ การนำรถบรรทุกดังกล่าวออกไปจากโรงงานผู้เสียหายเป็นเหตุการณ์ต่อเนื่องเกี่ยวพันกับการลักทรัพย์ พฤติการณ์ที่จำเลยทั้งสองเข้าไปพูดกับพนักงานรักษาความปลอดภัยของบริษัทผู้เสียหายบริเวณประตูทางออกเพื่อให้ บ. นำรถบรรทุกกล่องกระดาษของผู้เสียหาย ถือเป็นการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกในขณะที่ บ. ลงมือกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ แต่เมื่อ บ. ไม่สามารถนำกล่องกระดาษออกไปได้ การกระทำของ บ. จึงเป็นความผิดฐานพยายามลักทรัพย์ การกระทำของจำเลยทั้งสองจึงเป็นความผิดฐานสนับสนุนการกระทำความผิดฐานพยายามลักทรัพย์

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งสองสำนวนนี้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษารวมกัน โดยให้เรียกโจทก์ทั้งสองสำนวนว่า โจทก์ เรียกจำเลยในสำนวนแรกว่า จำเลยที่ 1 และเรียกจำเลยในสำนวนหลังว่า จำเลยที่ 2 โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองสำนวนขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 93,. 335, 336 ทวิ เพิ่มโทษจำเลยที่ 1 กึ่งหนึ่งและนับโทษต่อจากคดีอาญาหมายเลขดำที่ 428/2548 ของศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ แต่จำเลยที่ 1 รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (1) (7) วรรคสอง ประกอบมาตรา 336 ทวิ, 86 จำคุกคนละ 2 ปี ไม่เพิ่มโทษจำเลยที่ 1 ส่วนที่โจทก์ขอให้นับโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 428/2548 ของศาลชั้นต้นนั้น เนื่องจากคดีดังกล่าวไม่ปรากฏว่าศาลมีคำพิพากษาแล้วหรือไม่ จึงให้ยกคำขอส่วนนี้ ให้คืนรถบรรทุกของกลางแก่เจ้าของ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันกระทำความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนนายบีในการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ของผู้เสียหายตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 หรือไม่ โจทก์มีนายชาติ และนายภูไทย์ พนักงานรักษาความปลอดภัยซึ่งทำงานดูแลรักษาความปลอดภัยภายในโรงงานของผู้เสียหายในขณะเกิดเหตุเบิกความสอดคล้องทำนองเดียวกันว่า ขณะที่นายบีขับรถบรรทุกหกล้อบรรทุกกล่องกระดาษทั้งเก่าและใหม่ของผู้เสียหายผ่านมาทางประตูป้อมยามเพื่อจะออกจากโรงงานของผู้เสียหาย พยานโจทก์ทั้งสองตรวจพบและนายบีไม่มีใบอนุญาตให้นำสิ่งของหรือสินค้าออกจากโรงงานของผู้เสียหายจึงกักรถไว้ จำเลยทั้งสองมาที่ป้อมยามแล้วบอกพยานโจทก์ทั้งสองว่ากระดาษเป็นของที่ไม่ใช้แล้วให้นายบีนำออกไปได้

ส่วนเอกสารใบอนุญาตให้นำสิ่งของผ่านออกจากบริษัทจะนำมาให้ภายหลัง และโจทก์ยังมีนางจริยา ขณะเกิดเหตุทำงานในตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายบุคคลมีหน้าที่ดูแลฝ่ายบุคคล ธุรการและความปลอดภัยของผู้เสียหายเบิกความว่า ครั้งแรกนายภูไทย์โทรศัพท์แจ้งบริษัทอินเตอร์การ์ด กรุ๊ฟ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ผู้เสียหายจ้างมาดูแลรักษาความปลอดภัย จากนั้นนายกฤตซึ่งเป็นพนักงานบริษัทอินเตอร์การ์ด กรุ๊ฟ จำกัด โทรศัพท์มาแจ้งพยาน พยานจึงแจ้งให้พนักงานรักษาความปลอดภัยนำสินค้าไปวางไว้ที่เดิมและให้ปล่อยรถยนต์ของบริษัทยูนิคแพ็คเกจจิ้ง (1993) จำกัด ออกไปก่อน รวมทั้งคนขับรถด้วย นายกฤตได้โทรศัพท์คุยกับพยาน และจำเลยที่ 2 ขอพูดคุยกับพยานว่ากล่องดังกล่าวเป็นของเสียของใช้ไม่ได้

บริษัทไม่เอาแล้วให้รถขนออกไปได้ พยานแจ้งว่าหากจะขนของออกจากบริษัทต้องมีใบผ่านแม้ว่าสินค้าที่ไม่ใช้แล้วเนื่องจากขายได้ ขณะนั้นพยานทราบจากรายงานของพนักงานรักษาความปลอดภัยแล้วว่ามีกล่องกระดาษใหม่อยู่ภายในรถ พยานโจทก์ทั้งสามปาก ทั้งนายชาติ นายภูไทย์ นางจริยาเบิกความถึงพฤติการณ์ของจำเลยทั้งสองสอดคล้องตรงกันเป็นไปตามลำดับขั้นตอน จำเลยทั้งสองทำงานเป็นลูกจ้างของผู้เสียหาย ซึ่งพยานโจทก์แต่ละปากเบิกความว่ารู้จักและเคยเห็นจำเลยทั้งสองทำงานอยู่ที่บริษัทผู้เสียหาย อีกทั้งไม่ได้มีสาเหตุโกรธเคืองกัน ได้ความจากคำเบิกความพยานโจทก์ทั้งสามปากตรงกันว่า หลังจากเกิดเหตุจำเลยทั้งสองไม่ได้มาทำงานที่โรงงานของผู้เสียหายอีก ซึ่งข้อเท็จจริงดังกล่าวจำเลยที่ 2 ก็นำสืบว่า วันรุ่งขึ้นภายหลังจากเกิดเหตุนางจริยาโทรศัพท์มาสอบถามเรื่องการที่จำเลยที่ 2 ไม่ได้ไปทำงาน และบอกจำเลยที่ 2 ว่า

จำเลยที่ 2 ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐานลักทรัพย์ของผู้เสียหายทำให้จำเลยที่ 2 เกิดความกลัว เห็นว่า จำเลยทั้งสองขาดงานหรือไม่ไปทำงานในวันรุ่งขึ้นภายหลังจากเกิดเหตุ ทั้งที่ผู้เสียหายได้มอบอำนาจให้นางจริยาไปร้องทุกข์ดำเนินคดี เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2547 หลังเกิดเหตุแล้ว 2 วัน พฤติการณ์ของจำเลยทั้งสองดังกล่าวจึงส่อพิรุธแสดงให้เห็นว่า จำเลยทั้งสองมีส่วนร่วมรู้เห็นในการกระทำความผิดดังกล่าว พยานหลักฐานของจำเลยทั้งสองที่จำเลยที่ 1 นำสืบปฏิเสธอ้างฐานที่อยู่ ส่วนจำเลยที่ 2 นำสืบทำนองว่าไม่ได้มีส่วนร่วมรู้เห็นกับการกระทำความผิดของนายบีจึงไม่มีน้ำหนักรับฟังหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์ได้ พฤติการณ์ที่จำเลยทั้งสองเข้าไปพูดกับนายชาติและนายภูไทย์ซึ่งทำหน้าที่เป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยของบริษัทผู้เสียหายบริเวณประตูทางออกเพื่อให้นายบีนำรถซึ่งบรรทุกกล่องกระดาษของผู้เสียหายออกไปจากบริษัทผู้เสียหาย

แม้ข้อเท็จจริงจะได้ความว่าคนร้ายได้เคลื่อนย้ายกล่องกระดาษจากบริเวณที่ผู้เสียหายเก็บไว้ในโกดังขึ้นรถบรรทุกหกล้อ แต่รถบรรทุกหกล้อยังคงอยู่ภายในโรงงานของผู้เสียหายซึ่งมีพนักงานรักษาความปลอดภัยดูแลอยู่ด้วย ทั้งพนักงานรักษาความปลอดภัยไม่ยินยอมให้นายบีนำกล่องกระดาษออกไป จึงถือว่าการแย่งกรรมสิทธิ์ในกล่องกระดาษของนายบียังไม่สมบูรณ์ ขั้นตอนการลักทรัพย์ของนายบียังกระทำการไม่แล้วเสร็จ การนำรถบรรทุกหกล้อบรรทุกกล่องกระดาษออกจากบริษัทของผู้เสียหายเป็นเหตุการณ์ต่อเนื่องเกี่ยวพันกับการลักทรัพย์ ที่จำเลยทั้งสองพูดกับนายภูไทย์และนายชาติเพื่อให้นำรถบรรทุกหกล้อออกไปจากโรงงานผู้เสียหายจึงถือเป็นการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกในขณะที่นายบีลงมือกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ แต่เมื่อได้ความว่านายบีไม่สามารถนำกล่องกระดาษออกไปได้

การกระทำของนายบีจึงเป็นความผิดฐานพยายามลักทรัพย์ การกระทำของจำเลยทั้งสองจึงเป็นความผิดฐานสนับสนุนการกระทำความผิดฐานพยายามลักทรัพย์ ที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า คำฟ้องโจทก์ระบุว่าจำเลยทั้งสองเป็นตัวการร่วมกันกระทำความผิดฐานลักทรัพย์กับนายบี ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสองฐานเป็นผู้สนับสนุนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 เป็นการพิพากษาที่มิได้กล่าวไว้ในคำฟ้องนั้น เห็นว่า แม้โจทก์จะฟ้องว่าจำเลยทั้งสองเป็นตัวการร่วมกับนายบีในลักทรัพย์ แต่ข้อเท็จจริงตามทางพิจารณาฟังได้ว่า จำเลยทั้งสองเป็นผู้สนับสนุนนายบีในการกระทำความผิดฐานพยายามลักทรัพย์ก็ไม่ถือว่าข้อที่พิจารณาได้ความนั้นเป็นเรื่องเกินคำขอหรือเป็นเรื่องที่โจทก์ไม่ประสงค์ให้ลงโทษ และมิใช่ข้อแตกต่างดังกล่าวที่เป็นข้อสาระสำคัญ

ทั้งจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธโดยไม่ปรากฏพฤติการณ์ว่าได้หลงต่อสู้ ศาลลงโทษจำเลยทั้งสองตามที่พิจารณาได้ความได้ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคสอง ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น แต่เมื่อศาลฎีกาเห็นว่าการกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนความผิดฐานพยายามลักทรัพย์ ศาลฎีกาเห็นสมควรกำหนดโทษเสียใหม่ให้เหมาะสมแก่รูปคดี

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (1) (7) วรรคแรก ประกอบมาตรา 336 ทวิ, 80, 86 ให้จำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 1 ปี 6 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประยูร ณ ระนอง · สมควร วิเชียรวรรณ · สุริยง ลิ้มสถิรานันท์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดระยอง - นายธีระ กิ่งแก้ว
ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายน้ำเพชร ปานะถึก
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
อ7889/2552
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
อ588/2548
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
อ3849/2549
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8192/2561

แม้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 กับพวกวางแผนที่จะเข้าไปลักทรัพย์ภายในโรงงานของผู้เสียหายที่ 1 แต่ไม่ปรากฏว่ามีการวางแผนแบ่งหน้าที่รับมากระทำเป็นส่วน ๆ ให้จำเลยที่ 1 และที่ 3 กับพวกจะใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2558 (เลขอ้างอิง 581414)

จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 เป็นผู้สนับสนุนการลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปและโดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม การที่ศา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12873/2553

จำเลยทั้งสองและ ฉ. เป็นทหารเกณฑ์อยู่ในกองร้อย กองบังคับการ กรมทหารช่างที่ 21 ค่ายภาณุรังษี โดยจำเลยทั้งสามพักอยู่ชั้นที่ 2 ของอาคารกองร้อย ส่วนที่เป็นเรือนนอนของทหารใหม่ ซึ่งอยู่ติดกับห้องคลังอาวุธ ฉ.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7453/2550

พฤติการณ์ที่จำเลยที่ 1 ขับรถจักรยานยนต์นำจำเลยที่ 2 และ ด. มาที่เกิดเหตุแล้วรออยู่ จากนั้นบุคคลทั้งสองได้ปีนกำแพงเข้าไปแล้วลักลวดทองแดงของกลางภายในบริษัทผู้เสียหายนั้น เห็นได้ว่าบริเวณที่จำเลยที่ 1 รอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1865/2549

จำเลยกับ ส. เป็นเพื่อนสนิทกัน ก่อนเกิดเหตุ ส. เคยบอกจำเลยว่า ส. ไม่มีรถใช้ อยากได้รถจักรยานยนต์ไว้ใช้สักคัน ซึ่งแสดงว่าจำเลยทราบว่า ส. ประสงค์จะลักรถจักรยานยนต์มาใช้ตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุแล้ว ขณะที่จำเลย…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้