Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5218/2545

พ.ศ. 2545 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้ ด. ซื้อที่ดินพิพาทได้จากการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาลโดยสุจริตและได้โอนขายให้แก่ผู้ร้องโดยสุจริต แต่สิทธิของ ด. และผู้ร้องได้มาภายหลังจากที่จำเลยที่ 1 นำที่ดินพิพาทไปจดทะเบียนจำนองต่อโจทก์ไว้โดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว การจำนองจึงยังคงมีอยู่ไม่ระงับสิ้นไป โจทก์มีสิทธิจะบังคับจำนองเอาแก่ที่ดินพิพาทของผู้ร้องได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 744 และมาตรา 702 วรรคสอง การที่ผู้ร้องได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทมาภายหลังจากที่โจทก์ได้รับจำนองไว้แล้ว แม้จะได้มาโดยสุจริตและได้รับความคุ้มครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1330แต่ก็ไม่ทำให้สิทธิของโจทก์ที่มีอยู่เดิมเสียไป ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิร้องขอให้ปล่อยที่ดินพิพาท

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินแก่โจทก์280,672.77 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 16.5 ต่อปี ของต้นเงิน 200,000 บาทนับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ หากจำเลยทั้งสองไม่ชำระให้ยึดทรัพย์จำนองที่ดินตราจองพร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาดนำเงินชำระหนี้แก่โจทก์ หากได้เงินไม่พอชำระหนี้ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยที่ 1 ออกขายทอดตลาดนำเงินชำระหนี้แก่โจทก์จนครบ จำเลยทั้งสองไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์จึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์จำนองที่มีชื่อจำเลยที่ 1 เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ผู้ร้องยื่นคำร้องขอและแก้ไขคำร้องขอว่า ผู้ร้องเป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 292 ซึ่งมีที่ตั้งและจำนวนเนื้อที่ทับกันกับที่ดินตราจองที่โจทก์นำยึด

ผู้ร้องยื่นฟ้องจำเลยที่ 1 ต่อศาลชั้นต้นในคดีแพ่ง ซึ่งต่อมาศาลอุทธรณ์ (ที่ถูกศาลอุทธรณ์ภาค 2) มีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าผู้ร้องมีสิทธิครอบครองที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 292 และผู้ร้องขอออกโฉนดที่ดินแทนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ดังกล่าว เป็นที่ดินโฉนดเลขที่ 20552 ตำบลดงตะขบ อำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร ขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยทรัพย์ที่ยึดโจทก์ให้การว่า ผู้ร้องไม่มีสิทธิร้องขัดทรัพย์เนื่องจากคำพิพากษาคดีแพ่งที่ผู้ร้องกล่าวอ้างผูกพันเฉพาะคู่ความเท่านั้น โจทก์เป็นบุคคลภายนอกซึ่งรับจำนองที่ดินโดยสุจริตและได้จดทะเบียนสิทธิโดยสุจริตก่อนที่ผู้ร้องจะได้สิทธิครอบครองและก่อนที่ศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าที่ดินเป็นของผู้ร้อง

ขอให้ยกคำร้องขอศาลชั้นต้นพิพากษายกคำร้องขอของผู้ร้องผู้ร้องอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษากลับ ให้ถอนการยึดที่ดินตามคำร้องขอโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติได้ว่าที่ดินพิพาทมีเอกสารสิทธิ 2 ฉบับคือ โฉนดตราจองเลขที่ 104 และหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 292จำเลยที่ 1 เป็นผู้มีชื่อในโฉนดตราจองโดยได้รับโอนทางมรดกจากนายนุ่น เรืองขำ ซึ่งเป็นบิดาเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2532 จำเลยที่ 1 ได้นำไปจดทะเบียนจำนองไว้ต่อโจทก์โดยชอบด้วยกฎหมายในวันเดียวกัน ส่วนผู้ร้องเป็นผู้มีชื่อในหนังสือรับรองการทำประโยชน์โดยซื้อจากนายดิเรก สุทธิ เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2533 โดยนายดิเรกซื้อที่ดินพิพาทจากการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาลในคดีล้มละลายเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2533 ต่อมาเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2534 ผู้ร้องได้ฟ้องจำเลยที่ 1 เพื่อให้ศาลมีคำสั่งว่าที่ดินพิพาทเป็นของผู้ร้อง ซึ่งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาว่าผู้ร้องมีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาท

คดีถึงที่สุดผู้ร้องจึงไปขอออกโฉนดที่ดินแทนหนังสือรับรองการทำประโยชน์เป็นที่ดินโฉนดเลขที่ 20552 ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์มีว่า ผู้ร้องมีสิทธิร้องขอให้ปล่อยที่ดินพิพาทหรือไม่ เห็นว่า แม้ข้อเท็จจริงฟังได้ว่านายดิเรกซื้อที่ดินพิพาทได้จากการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาลโดยสุจริตและได้โอนขายให้แก่ผู้ร้องโดยสุจริต แต่สิทธิของนายดิเรกและผู้ร้องก็ได้มาภายหลังจากที่จำเลยที่ 1 นำที่ดินพิพาทไปจดทะเบียนจำนองต่อโจทก์ไว้โดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว ดังนี้ การจำนองจึงยังคงมีอยู่ ไม่ระงับสิ้นไปโจทก์ยังคงมีสิทธิจะบังคับจำนองเอาแก่ที่ดินพิพาทของผู้ร้องได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 744 และมาตรา 702 วรรคสอง การที่ผู้ร้องได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทมาภายหลังจากที่โจทก์ได้รับจำนองไว้แล้ว

แม้จะได้มาโดยสุจริตและได้รับความคุ้มครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1330 แต่ก็หาทำให้สิทธิของโจทก์ที่มีอยู่เดิมเสียไปไม่ ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิร้องขอให้ปล่อยที่ดินพิพาท ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6พิพากษาให้ถอนการยึดที่ดินพิพาทมานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
กุลพัชร์ อิทธิธรรมวินิจ · พูนศักดิ์ จงกลนี · ปัญญา สุทธิบดี
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 132/2535

ผู้ร้องซื้อที่ดินพิพาทได้จากการขายทอดตลาดของศาลในคดีอื่นโดยสุจริต แต่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1330 บัญญัติเพียงว่า สิทธิของผู้ซื้อไม่เสียไป แม้ภายหลังจะพิสูจน์ได้ว่าทรัพย์สินนั้นมิใช่ของจำเลย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6351/2534

จำเลยเป็นผู้มีชื่อในหนังสือรับรองการทำประโยชน์และครอบครองทำกินในที่ดินพิพาท ได้นำที่ดินไปจำนองแก่โจทก์ แม้ต่อมาผู้ร้องได้เข้าแย่งการครอบครองในที่ดินพิพาทจนได้สิทธิดีกว่าจำเลยก็ตามแต่ก็เป็นเวลาหลังจากท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10669/2558

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลพิพากษาว่า ที่ดินพิพาททั้งสองแปลงตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้องโดยการครอบครองปรปักษ์ ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่า ที่ดินพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัท ป. ที่จดทะเบียนจำนองไว้ต่อผู้คัด…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1587/2555

ป.พ.พ. มาตรา 718 จำนองย่อมครอบไปถึงทรัพย์ทั้งปวงอันติดพันอยู่กับทรัพย์สินซึ่งจำนอง และเมื่อบ้านพิพาทเป็นโรงเรือนซึ่งมีอยู่ในขณะที่จดทะเบียนจำนอง การจำนองย่อมครอบคลุมไปถึงบ้านพิพาทด้วย แม้จำเลยจะซื้อบ้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 591/2553

แม้จำเลยครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทตลอดมาก่อน ป. ซื้อที่ดินพิพาทและศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาว่า จำเลยเป็นเจ้าของที่ดินพิพาทในคดีที่ ป. เป็นโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกไปจากที่ดินพิพาทตามคดีแพ่งของศาลชั้นต้…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้