Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 522/2505

พ.ศ. 2505 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

บุคคลที่เป็นหนี้เงินกู้ต่อกันนั้น อาจตกลงทำหนังสือกู้กันใหม่หรือนำเงินกู้รายก่อน ๆ มารวมในหนังสือกู้ครั้งหลังได้ และการนำสืบถึงที่มาแห่งหนี้ตามสัญญากู้ฉบับหลังย่อมมิใช่เป็นการสืบแก้ไขเปลี่ยนแปลงเอกสาร เพราะแม้นำสืบได้ ก็ไม่เปลี่ยนแปลงแก้ไขความรับผิดตามเอกสาร หนี้เงินกู้ซึ่งทำหนังสือกู้กันใหม่ โดยรวมจำนวนเงินกู้ครั้งหลังเข้าไว้ด้วยกันนั้น มิใช่เป็นเรื่องแปลงหนี้ใหม่ เพราะไม่มีการเปลี่ยนสิ่งซึ่งเป็นสาระสำคัญแห่งหนี้แต่อย่างไร ผู้กู้จะขอนำสืบว่า ผู้ให้กู้เอาจำนวนดอกเบี้ยเกินอัตรามารวมเป็นต้นเงินในสัญญากู้ได้ เพราะเป็นการนำสืบว่าหนี้อันเกิดจากดอกเบี้ยเกินอัตรานั้นไม่สมบูรณ์อย่างหนึ่ง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกู้เงินโจทก์ไป ๖ ครั้ง ถึงกำหนดชำระโจทก์ทวงถามหลายครั้งจำเลยเพิกเฉย ผิดสัญญา ขอให้บังคับจำเลยชำระต้นเงินและดอกเบี้ย

จำเลยให้การภาคเสธ ศาลชั้นต้นฟังว่าจำเลยกู้เงินและค้างชำระดอกเบี้ยแก่โจทก์จริงดังฟ้อง พิพากษาให้จำเลยชำระเงิน ๑๔,๕๘๐ บาทกับดอกเบี้ย ร้อยละ ๑๕ ต่อปี

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการสืบพยานจำเลยและพยานโจทก์เกี่ยวกับสัญญากู้ตามข้อต่อสู้ของจำเลยต่อไป แล้วรวมพิพากาาใหม่ทั้งหมด

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า บุคคลที่เป็นหนี้เงินกู้ต่อกันนั้น อาจตกลงทำหนังสือกู้กันใหม่หรือนำเงินกู้รายก่อน ๆ มารวมในหนังสือกู้ครั้งหลังได้ ไม่เป็นการผิดขัดกฎหมายหรือขัดต่อความสงบเรียกร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน สัญญากู้ครั้งหลังย่อมมีผลบังคับต่อกันได้ตามกฎหมาย การนำสืบของจำเลยในกรณีนี้ จึงมิใช่เป็นการสืบแสดงว่า เอกสารไม่ถูกต้องหรือไม่สมบูรณ์ แต่เป็นเรื่องนำสืบถึงที่มาแห่งหนี้ตามสัญญากู้ฉบับหลัง และการนำสืบมาถึงที่มาแห่งหนี้ มิใช่เป็นการสืบแก้ไขเปลี่ยนแปลงเอกสาร เพราะแม้นำสืบได้ ก็ไม่เปลี่ยนแปลงแก้ไขความรับผิดตามเอกสาร หนี้เงินกู้ซึ่งทำหนังสือกู้กันใหม่ โดยรวมจำนวนเงินกู้ครั้งหลังเข้าไว้ด้วยกันนั้น มิใช่เป็นเรื่องแปลงหนี้ใหม่

ศาลฎีกาเห็นว่า การที่จำเลยเป็นหนี้เงินกู้โจทก์แล้วจำเลยทำเอกสารสัญญากู้ซ้ำกันให้โจทก์ไว้ หาทำให้ำจเลยบังเกิดความรับผิดขึ้นใหม่ไม่ จำเลยคงมีความรับผิดเพียงเท่าที่จำเลยได้กู้ไปจากโจทก์ ฉะนั้น จำเลยนำพยานบุคคลมาสืบได้ว่าเป็นหนี้รายเดียวกัน เพื่อไม่ต้องรับผิดตามสัญญาทุกฉบับ ไม้ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๙๔ เพราะไม่ใช่เป็นการสืบแก้ไขเปลี่ยนแปลงเอกสาร หากแต่เป็นการสืบว่าสัญญาฉบับก่อนใช้ไม่ได้ เพราะซ้ำกับสัญญาฉบับหลัง และไม่ต้องห้ามตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๕๓ วรรค ๒ เพราะมิใช่เป็นการนำสืบการใช้เงิน สำหรับข้อที่จำเลยต่อสู้จะขอนำสืบว่า การกู้ครั้งที่ ๖ ได้นำดอกเบี้ยเกินอัตราในกฎหมายมารวมด้วนั้

ศาลฎีกาเห็นว่า ถ้าหากสมจริงดังจำเลยอ้าง ก็แสดงว่า สัญญาเกี่ยวกับเงินดังกล่าวนี้เป็นโมฆะ จึงเป็นการนำสืบแสดงว่าหนี้ไม่สมบูรณ์ ซึ่งตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๙๔ วรรคท้ายอนุญาตให้นำพยานบุคคลมาสืบได้

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สอาด นาวีเจริญ · สัญญา ธรรมศักดิ์ · บริรักษ์จรรยาวัตร
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดยะโสธร - นายปัญญา วัฒนะโชติ
ศาลอุทธรณ์ - นายเจน เวชศิลป์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6656/2567

การกู้ยืมเงินตามสำเนาสัญญากู้ยืมเงินทั่วไป 2 ฉบับ ทำขึ้นในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 จำนวน 700,000 บาท และ 300,000 บาท ตามลำดับ โดยจำเลยได้รับเงินแล้วในวันทำสัญญาแล้ว 1,000,000 บาท ต่อมาวันที่ 10 พฤศจิกา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1003/2566

หนี้ตามสัญญากู้เงินพิพาทเกิดจากการนำหนี้เงินกู้ 100,000 บาท หนี้ยืมทองคำ และหนี้ค่าแชร์มารวมกัน แม้หนี้เงินกู้เดิมไม่มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมแต่จำเลยยังมีหน้าที่ต้องรับผิดใช้เงินแก่โจทก์เพียงแต่โจทก์ไม่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13825/2553

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกู้ยืมเงินจากโจทก์เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2542 และจำเลยได้รับเงินกู้ยืมไปครบถ้วนแล้ว จำเลยให้การว่าจำเลยไม่เคยกู้ยืมเงินจากโจทก์และไม่เคยได้รับเงินไปจากโจทก์ จำเลยทำสัญญาจำนองที่ดินเพื่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 145/2553

คำฟ้องของโจทก์ระบุว่าจำเลยทำสัญญากู้ยืมเงินไปจากโจทก์ 480,000 บาท จึงต้องด้วยบทบัญญัติแห่ง ป.พ.พ. มาตรา 653 ว่าจะต้องมีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ยืมเป็นสำคัญ ซึ่งโ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1602/2551

เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยร่วมแล้ว ก็ถือไม่ได้ว่าจำเลยร่วมถูกโต้แย้งสิทธิในชั้นอุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 55 จำเลยร่วมจึงไม่มีสิทธิอุทธรณ์ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลย…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้