Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 522/2559

พ.ศ. 2559 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ในฎีกา โจทก์จะต้องโต้แย้งคัดค้านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 1 ว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยไม่ชอบด้วยเหตุผลหรือไม่ถูกต้องอย่างไร หากโจทก์อุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาของศาลชั้นต้นข้อใดแล้ว แต่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มิได้หยิบยกขึ้นวินิจฉัยให้ โจทก์จะต้องกล่าวไว้โดยชัดแจ้งในฎีกาว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ข้อใดและเป็นการไม่ชอบอย่างไร เมื่อโจทก์มิได้ฎีกาดังกล่าว จึงถือว่าเป็นฎีกาที่ไม่ชัดแจ้ง ไม่ชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชดใช้เงิน 982,189.10 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของเงิน 682,500 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าชำระเสร็จสิ้นแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้การขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 3 ขาดนัดยื่นคำให้การ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกฟ้อง ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลยที่ 1 และที่ 2 โดยกำหนดค่าทนายความ 10,000 บาท

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 เห็นว่า คดีนี้โจทก์กล่าวอ้างว่านายปรีชากระทำละเมิดด้วยความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง โจทก์จึงมีภาระการพิสูจน์ให้ฟังได้ตามที่โจทก์กล่าวอ้างตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 84/1 แต่พยานหลักฐานที่โจทก์นำมาสืบไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่ให้ฟังได้ตามที่โจทก์กล่าวอ้าง ข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่านายปรีชา กระทำละเมิดต่อพันเอก (พิเศษ) ภาณุพงศ์ ด้วยความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงไม่จำต้องวินิจฉัยในรายละเอียดอื่นตามอุทธรณ์ของโจทก์อีกต่อไป เพราะไม่มีผลเปลี่ยนแปลงคำพิพากษา พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์และในศาลชั้นต้นระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 3 ให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า สำหรับฎีกาของโจทก์ในข้อ 2.1 ถึง 2.3 ซึ่งมีข้อความทำนองเดียวกับอุทธรณ์ของโจทก์ข้อ 2.1 ถึง 2.3 นั้น เห็นว่า ในฎีกา โจทก์จะต้องโต้แย้งคัดค้านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 1 ว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยไม่ชอบด้วยเหตุผลหรือไม่ถูกต้องอย่างไร หากโจทก์อุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาของศาลชั้นต้นข้อใดแล้ว แต่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มิได้หยิบยกขึ้นวินิจฉัยให้ โจทก์จะต้องกล่าวไว้โดยชัดแจ้งในฎีกาว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ข้อใดและเป็นการไม่ชอบอย่างไร เมื่อโจทก์มิได้ฎีกาดังกล่าว จึงถือว่าเป็นฎีกาที่ไม่ชัดแจ้ง ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

ส่วนฎีกาของโจทก์ในข้อ 2.4 ที่ว่า นายฤทธี พยานโจทก์ซึ่งเป็นนิติกรชำนาญการเบิกความไปตามข้อเท็จจริงตามพยานหลักฐานในสำนวนการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้องกับคดี คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ที่โจทก์แต่งตั้งขึ้น และตามความเห็นของกระทรวงการคลังซึ่งมีคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและมีความเชี่ยวชาญในการพิจารณาความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่เป็นผู้พิจารณาเรื่องดังกล่าวเพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายและรักษาผลประโยชน์ของรัฐและคดีนี้ไม่มีประจักษ์พยานเห็นเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุ แต่มีคำพิพากษาถึงที่สุดของศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงรับฟังยุติได้ว่า เหตุเกิดจากความประมาทของนายปรีชาที่ขับรถล้ำเข้าไปในช่องทางเดินรถของสิบเอกเชนแล้วไม่สามารถบังคับรถกลับมายังช่องทางเดินรถของตนได้จึงเกิดเหตุชนกันแต่เพียงฝ่ายเดียว

นายปรีชา สิบเอกเชน และพันเอก (พิเศษ)ภาณุพงศ์ต่างถึงแก่ความตายทั้งหมด กรณีมีเหตุจำเป็นเนื่องจากไม่สามารถนำพยานบุคคลซึ่งเป็นผู้เห็นเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุมาเป็นพยานได้ และมีเหตุผลสมควรเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมอันควรรับฟังพยานบอกเล่าของโจทก์ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 95/1 (2) พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมาทั้งหมดย่อมมีน้ำหนักรับฟังได้นั้นเห็นว่า เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งศาลอุทธรณ์ภาค 1 ได้วินิจฉัยข้อเท็จจริงดังกล่าวไว้ชอบด้วยเหตุผลแล้ว ศาลฎีกาจึงไม่รับคดีไว้พิจารณาพิพากษา ตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรมมาตรา 23 วรรคหนึ่ง จึงมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความฎีกา คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาทั้งหมดให้แก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกานอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปกิต สุวรรณพรหมา · วุฒิชัย หรูจิตตวิวัฒน์ · ประมวล สุขสมพร
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดปทุมธานี - นายสมพร อิสรพงศ์ไพ
ศาลศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายบัณฑิต รชตะนันทน์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
พ.2861/2558
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ516/2556
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ252/2557
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 44/2568

การที่จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการมรดกของผู้ตายจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยที่ 1 ในฐานะที่ตนเป็นทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกด้วย เป็นการกระทำไปตามอำนาจหน้าที่ทั่วไปของผู้จัดการมรดกไม่จำต้องได้รับความยิ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2565 (เลขอ้างอิง 684736)

ปัญหาตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ที่ว่า คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 เลื่อนคดีและยกคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ชอบหรือไม่ นั้น ไม่เป็นปัญหาสำคัญที่ศาลฎีกาควรวินิจฉัยดั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5053/2565

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 298 วรรคหนึ่งและวรรคสาม บทบัญญัติดังกล่าวเป็นข้อพิพาทระหว่างโจทก์ซึ่งเป็นผู้นำยึด กับบุคคลผู้มีชื่อเป็นเจ้าของทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องตามที่ปรากฏในทะเบียนหรือหลักฐานอย่างอื่นอันศา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2026/2563

โจทก์ทั้งสองฟ้องตั้งประเด็นว่า จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายร่วมรู้กับจำเลยที่ 2 และที่ 3 หาประโยชน์จากกองมรดกของผู้ตายด้วยการนำคลังสินค้าพิพาทซึ่งเป็นทรัพย์มรดกของผู้ตายออกให้จำเลยที่ 2 เ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1930/2563

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ร่วมกันชำระค่าเช่าที่ค้างชำระ เบี้ยปรับ มูลค่าลดลงที่กำหนด กับให้คืนรถที่เช่าในสภาพเรียบร้อยใช้การได้ หากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคาแทน ในชั้นอุทธรณ์ จำเลยที่ 1 ถึงที่…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้