Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5248/2559

พ.ศ. 2559 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ถนนที่จำเลยขับรถมาเป็นทางเดินรถทางโท มีสัญญาณจราจรไฟกระพริบสีแดงและป้ายเตือนให้หยุด ติดไว้ก่อนเข้าทางร่วมทางแยก จำเลยต้องหยุดรถก่อนถึงทางร่วมทางแยก หลังเส้นให้หยุดรถและให้ผู้ขับรถในทางเอกขับผ่านไปก่อน เมื่อเห็นว่าปลอดภัยและไม่เป็นการกีดขวางการจราจรแล้วจึงจะขับรถต่อไปได้ด้วยความระมัดระวัง ส่วนโจทก์ขับรถมาในทางเอกแม้จะมีสิทธิขับรถผ่านทางร่วมทางแยกไปก่อน แต่ก็ต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 70 โดยต้องลดความเร็วของรถ เมื่อขับรถเข้าใกล้ทางร่วมทางแยก สภาพความเสียหายของรถโจทก์ได้รับความเสียหายอย่างมากอันเกิดจากการชนโดยแรง และตามแผนที่แสดงสถานที่เกิดเหตุ รถยนต์โจทก์อยู่ห่างจากจุดชนประมาณ 35 เมตร แสดงว่าโจทก์ขับรถมาด้วยความเร็วและไม่ได้ชะลอความเร็วของรถ เมื่อเข้าใกล้ทางร่วมทางแยก เพื่อหลีกเลี่ยงมิให้เกิดเหตุรถชนกันโจทก์จึงมีส่วนประมาทอยู่ด้วย

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 1,046,132.71 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และชำระค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถวันละ 300 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่ารถจะใช้งานได้ตามปกติ และชำระค่าจ้างรถรับส่งภริยาโจทก์ไปกลับที่ทำงานเดือนละ 3,000 บาท นับแต่เดือนธันวาคม 2556 ไปจนกว่ารถจะใช้งานได้ตามปกติ

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 419,276 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่14 พฤศจิกายน 2556) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้ชำระเงินวันละ 300 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์แต่ไม่เกิน 90 วัน ให้ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 10,000 บาท คำขออื่นให้ยก

จำเลยอุทธรณ์ ระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 5 โจทก์ถึงแก่ความตาย นางพิมพ์อุมา ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลอุทธรณ์ภาค 5 มีคำสั่งอนุญาต ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงิน 419,276 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 14 พฤศจิกายน 2556) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ยกคำขอค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถยนต์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์ เฉพาะส่วนที่เป็นค่าขึ้นศาลให้ใช้เท่าทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดีในชั้นอุทธรณ์ โดยกำหนดค่าทนายความทั้งสองศาลรวม 15,000 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงในชั้นฎีการับฟังยุติว่า เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2555 เวลาประมาณ 15 นาฬิกา จำเลยขับรถยนต์หมายเลขทะเบียน บพ 3456 ลำปาง ไปตามถนนด้านสระน้ำสาธารณะหลังปั้มน้ำมัน ปตท. แม่เมาะ ซึ่งเป็นทางเดินรถทางโท มุ่งหน้าไปยังสถานีตำรวจภูธรแม่เมาะผ่านทางร่วมทางแยกที่เกิดเหตุ โดยทางแยกด้านที่จำเลยขับรถมีป้ายเตือนให้หยุดและสัญญาณจราจรไฟกระพริบสีแดงติดตั้งไว้ก่อนถึงทางร่วมทางแยก ส่วนโจทก์ขับรถยนต์หมายเลขทะเบียน ฆค 7706 กรุงเทพมหานคร ไปตามถนนข้างที่ว่าการอำเภอแม่เมาะซึ่งเป็นทางเดินรถทางเอก มุ่งหน้าไปศาลหลักเมืองอำเภอแม่เมาะ เมื่อถึงทางร่วมทางแยกที่เกิดเหตุซึ่งถนนทั้งสองสายตัดผ่านกัน จำเลยขับรถด้วยความประมาทโดยไม่ชะลอความเร็วหรือหยุดรถให้รถที่โจทก์ขับแล่นผ่านทางร่วมทางแยกไปก่อน เป็นเหตุให้รถทั้งสองคันเฉี่ยวชนกันได้รับความเสียหาย และโจทก์ได้รับบาดเจ็บเป็นอันตรายสาหัส

ต่อมาพนักงานอัยการฟ้องจำเลยต่อศาลแขวงลำปางในความผิดฐานขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลแขวงลำปางพิพากษาลงโทษจำเลยตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1218/2556 โดยจำเลยวางเงินชดใช้ ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ในคดีดังกล่าวเป็นเงิน 120,000 บาท

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า โจทก์มีส่วนขับรถโดยประมาทเลินเล่อด้วยหรือไม่ เห็นว่า ถนนทางแยกด้านที่จำเลยขับรถมาเป็นทางเดินรถทางโท มีสัญญาณจราจรไฟกระพริบสีแดงและป้ายเตือนให้หยุดติดตั้งไว้ก่อนเข้าทางร่วมทางแยก จำเลยต้องหยุดรถก่อนถึงทางร่วมทางแยกหลังเส้นให้หยุดรถและให้ผู้ขับรถในทางเอกขับผ่านไปก่อน เมื่อเห็นว่าปลอดภัยและไม่เป็นการกีดขวางการจราจรแล้วจึงจะขับรถต่อไปได้ด้วยความระมัดระวัง แต่จำเลยขับรถฝ่าฝืนสัญญาณจราจรดังกล่าวโดยไม่หยุดรถและให้รถในทางเอกขับผ่านไปก่อน ทั้งยังได้ความจากคำเบิกความของนางลำไพ พยานโจทก์ว่า จำเลยขับรถมาด้วยความเร็ว เป็นเหตุให้รถชนกัน ส่วนโจทก์ขับรถมาในทางเอกแม้จะมีสิทธิขับรถผ่านทางร่วมทางแยกไปก่อน แต่ก็ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก

พ.ศ.2522 มาตรา 70 โดยต้องลดความเร็วของรถเมื่อขับรถเข้าใกล้ทางร่วมทางแยก เมื่อพิจารณาถึงสภาพความเสียหายของรถยนต์ที่โจทก์ขับ ซึ่งได้รับความเสียหายอย่างมากอันเกิดจากการชนกันโดยแรง และตามแผนที่สังเขปแสดงสถานที่เกิดเหตุ แสดงจุดชนและรถยนต์ที่โจทก์ขับไถลไปหยุด อยู่ห่างจุดชนประมาณ 35 เมตร ซึ่งแสดงให้เห็นว่าโจทก์ขับรถมาด้วยความเร็วและไม่ได้ชะลอความเร็วของรถเมื่อเข้าใกล้ทางร่วมทางแยกเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดเหตุรถชนกัน โจทก์จึงมีส่วนขับรถโดยประมาทเลินเล่ออยู่ด้วย แต่ตามพฤติการณ์เกิดเหตุถือได้ว่าจำเลยมีส่วนประมาทมากกว่า ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยว่า จำเลยขับรถโดยประมาทเลินเล่อเพียงฝ่ายเดียวนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังขึ้นบางส่วน

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงิน 247,420.80 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 14 พฤศจิกายน 2556) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชัยเจริญ ดุษฎีพร · ธีระพงศ์ จิระภาค · ชูชีพ ปิณฑะสิริ
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดลำปาง - นางสาวจุฑาภรณ์ อาขารักษ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 5 - นายมีชัย เตชาชาญ
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
พ.860/2559
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ1036/2556
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ1082/2557
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้