Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5251/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การปรับบทลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 296ไม่จำต้องปรับบทลงโทษตาม มาตรา 295 อีก ส่วนการปรับบทลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 140 วรรคแรก นั้น ต้องปรับบทลงโทษตามมาตรา 138 วรรคสองด้วย เพราะมาตรา 140 วรรคแรก มิได้บัญญัติความผิดไว้ชัดแจ้งในตัว

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 138,140, 289, 258, 33, 80, 91จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289(2) ประกอบมาตรา 80, 140 วรรคแรก,91, 33 ฐานพยายามฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่และฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติการตามหน้าที่โดยใช้อาวุธเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานพยายามฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่อันเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ให้จำคุกตลอดชีวิต ฐานทำให้เสียทรัพย์จำคุก 1 ปี เมื่อศาลได้ลงโทษจำคุกตลอดชีวิตแล้ว ก็ไม่เรียงกระทงลงโทษความผิดฐานอื่นอีก ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91(3)สำหรับอาวุธมีดปลายแหลมไม่ได้ยึดไว้เป็นของกลาง

ดังนั้นคำขอให้ริบจึงให้ยกเสียจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 140 วรรคแรก 295, 296 เป็นการกระทำกรรมเดียว ให้ลงโทษตามมาตรา 140 วรรคแรก ซึ่งเป็นบทหนักที่สุดจำคุก 1 ปี ฐานทำให้เสียทรัพย์ วางโทษจำคุก 3 เดือน รวมสองกระทงจำคุก 1 ปี 3 เดือน ข้อหาอื่นให้ยก นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยมีเจตนาทำร้ายผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่เท่านั้นหาได้มีเจตนาจะฆ่า ผู้เสียหายแต่อย่างใดไม่ แต่เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 2

ผลคำพิพากษา

พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 296แล้ว ก็ไม่จำต้องปรับบทลงโทษตามมาตรา 295 อีก ส่วนการปรับบทลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 140 วรรคแรกนั้น ต้องปรับบทลงโทษตามมาตรา 138 วรรคสองด้วยเพราะความผิดตามมาตรา 140 วรรคแรกมิได้บัญญัติความผิดไว้ชัดแจ้งในตัว การปรับบทลงโทษของศาลอุทธรณ์ภาค 2 จึงไม่ถูกต้อง สมควรแก้ไขเสียให้ถูกต้องพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 296 และมาตรา 140 วรรคแรก ประกอบด้วยมาตรา 138 วรรคสองนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สังเวียน รัตนมุง · สมชาย รังสิกรรพุม · ชลอ บุณยเนตร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2554 (เลขอ้างอิง 510259)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองในความผิดฐานร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้เสียหายซึ่งกระทำการตามหน้าที่ตาม ป.อ. มาตรา 296 แต่ความผิดดังกล่าวย่อมรวมถึงการใช้กำลังทำร้ายผู้อื่นโดยไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตราย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 774/2548

จำเลยรู้ว่ากำลังถูกผู้เสียหายที่ 2 กับพวกซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตำรวจติดตามจับกุม การที่จำเลยกอดปล้ำต่อสู้และใช้มีดฟันแทงผู้เสียหายที่ 2 จึงเป็นความผิดฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติงานตามหน้าที่ต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 825/2534

เจ้าพนักงานสรรพสามิตมีอำนาจเข้าไปตรวจค้นในสถานที่ของผู้ได้รับอนุญาตให้ขายสุราในเวลาทำการได้ตามพระราชบัญญัติสุราพ.ศ. 2493 มาตรา 28 โดยไม่ต้องมีหมายค้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 92 จำเลยใช…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3891/2530

จำเลยนั่งดื่มสุราอยู่ในกลุ่มวัยรุ่น 5-6 คน เมาสุราส่งเสียงเอะอะ เจ้าพนักงานตำรวจเข้าไปตักเตือนห้ามปราบและจะขอจับกุมวัยรุ่นกลุ่มนั้นกลุ้มรุมทำร้ายเจ้าพนักงานตำรวจจำเลยไม่ได้ลงมือทำร้ายร่างกายด้วย แต่กา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 147/2504

การที่จำเลยยกปืนที่พร้อมจะยิงได้จ้องไปทางเจ้าพนักงานตำรวจซึ่งกำลังกอดปล้ำจับกุมพวกของจำเลยโดยเจตนาที่จะยิง แม้ยังมิทันขึ้นนกปืนก็ตามก็เป็นพยายามกระทำความผิดฐานฆ่าเจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่แล้วเพ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้