Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5255/2539

พ.ศ. 2539 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ได้นำเงินค่าปลูกป่าและบำรุงป่าไปฝากธนาคารในนามโจทก์ตามคำสั่งของกรมป่าไม้ จำเลยที่ 2 และโจทก์นำสมุดคู่ฝากเงินไปเก็บรักษาไว้ที่ป่าไม้จังหวัดน่าน จำเลยที่ 4 ซึ่งตามบันทึกต่อท้ายสัมปทานนั้น ในการขอรับสมุดคู่ฝากเงินโจทก์ต้องเสนอแผนการปฏิบัติงานโดยย่อให้ป่าไม้เขตแพร่ จำเลยที่ 3ทราบ เมื่อได้รับความเห็นชอบจากจำเลยที่ 3 แล้ว จึงขอรับสมุดคู่ฝากเงินไปเบิกเงินจากธนาคารเพื่อนำไปใช้จ่ายในการปลูกป่าทดแทนตามเงื่อนไขสัมปทาน เมื่อสิ้นสุดสัมปทานแล้วโจทก์ไม่เข้าไปปลูกป่า จำเลยที่ 2 เข้าไปตรวจสอบเนื้อที่ที่โจทก์ค้างปลูกและค้างบำรุงรักษาป่าเป็นเงิน 7,919,438.76บาท ซึ่งปรากฏว่าสัมปทานทั้ง 5 ฉบับ ข้อ 17 และข้อ 19 กำหนดให้โจทก์ปลูกป่าและบำรุงป่า ป้องกันไฟป่าและบำรุงรักษาต้นไม้ที่ขึ้นอยู่แล้วภายในระยะเวลาสัมปทานที่จำเลยที่ 2 กำหนดด้วยค่าใช้จ่ายของโจทก์เอง หลังจากโจทก์ได้รับสัมปทานทั้ง 5 ฉบับ ได้มีการทำบันทึกต่อท้ายสัมปทาน โจทก์ชำระค่าปลูกป่าแล้วเพราะหากไม่ชำระโจทก์จะไม่ได้รับอนุญาตให้ชำระค่าภาคหลวง โจทก์ได้รับสัมปทานตั้งแต่ปี 2516 โจทก์ลงมือตัดไม้ตั้งแต่ปี 2517 การปลูกป่าเมื่อปลูกแล้วจะต้องบำรุงรักษาต่อไปอีก 5 ปี เป็นเช่นนี้เรื่อยไปทุกครั้งที่มีการปลูกป่า ประกอบกับบันทึกต่อท้ายสัมปทาน ข้อ 3 ผูกพันโจทก์ กล่าวคือ โจทก์จะต้องปฏิบัติตามบันทึกต่อท้ายสัมปทานดังกล่าว โดยเสนอแผนการปฏิบัติงานโดยย่อให้จำเลยที่ 3 ทราบ เมื่อได้รับความยินยอมจากจำเลยที่ 3 แล้ว จึงขอรับสมุดคู่ฝากเงินไปเบิกเงินจากธนาคารเพื่อนำไปใช้จ่ายในการปลูกป่าทดแทนตามเงื่อนไขสัมปทานได้ อีกประการหนึ่งตามบันทึกต่อท้ายสัมปทานดังกล่าวข้อ 4 ระบุด้วยว่า ถ้าผู้รับสัมปทานฝ่าฝืนหรือปฏิบัติผิดไปจากบันทึกที่ให้ไว้นี้ ให้ถือว่าผู้รับสัมปทานไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขสัมปทาน ข้อ 17และยินยอมให้ผู้ให้สัมปทานสั่งพักการทำไม้ไว้ หรือสั่งเพิกถอนสัมปทานทำไม้เสียก็ได้ และผู้รับสัมปทานยินยอมนำเงินค่าใช้จ่ายในการปลูกและบำรุงรักษาป่าที่คำนวณได้จากไม้ที่ทำออก และตรวจวัดตีตราเก็บเงินค่าภาคหลวงแล้วส่งมอบให้จำเลยที่ 2หรือผู้รับมอบอำนาจจากจำเลยที่ 2 จนครบถ้วนด้วย ดังนั้น แม้สัมปทานถูกเพิกถอนแล้ว หากโจทก์ไม่ดำเนินการปลูกป่า จำเลยที่ 2 มีสิทธิที่จะบังคับให้โจทก์ดำเนินการดังกล่าวต่อไปได้ เมื่อโจทก์ค้างปลูกป่าและค้างค่าบำรุงป่าเป็นเงิน 7,919,438.76บาท โจทก์ไม่ได้ดำเนินการตามบันทึกต่อท้ายสัมปทานข้อ 3 จำเลยทั้งสี่จึงมีสิทธิที่จะยึดสมุดคู่ฝากเงินของโจทก์ไว้เพื่อปฏิบัติตามบันทึกต่อท้ายสัมปทานดังกล่าวข้อ 4 ได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

เนื้อความคำพิพากษา

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5255/2539บริษัทน่านทำไม้ จำกัดโจทก์กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 369โจทก์ได้นำเงินค่าปลูกป่าและบำรุงป่าไปฝากธนาคารในนามโจทก์ตามคำสั่งของกรมป่าไม้ จำเลยที่ 2 และโจทก์นำสมุดคู่ฝากเงินไปเก็บรักษาไว้ที่ป่าไม้จังหวัดน่าน จำเลยที่ 4 ซึ่งตามบันทึกต่อท้ายสัมปทานนั้น ในการขอรับสมุดคู่ฝากเงินโจทก์ต้องเสนอแผนการปฏิบัติงานโดยย่อให้ป่าไม้เขตแพร่ จำเลยที่ 3ทราบ เมื่อได้รับความเห็นชอบจากจำเลยที่ 3 แล้ว จึงขอรับสมุดคู่ฝากเงินไปเบิกเงินจากธนาคารเพื่อนำไปใช้จ่ายในการปลูกป่าทดแทนตามเงื่อนไขสัมปทาน เมื่อสิ้นสุดสัมปทานแล้วโจทก์ไม่เข้าไปปลูกป่า

จำเลยที่ 2 เข้าไปตรวจสอบเนื้อที่ที่โจทก์ค้างปลูกและค้างบำรุงรักษาป่าเป็นเงิน 7,919,438.76บาท ซึ่งปรากฏว่าสัมปทานทั้ง 5 ฉบับ ข้อ 17 และข้อ 19 กำหนดให้โจทก์ปลูกป่าและบำรุงป่า ป้องกันไฟป่าและบำรุงรักษาต้นไม้ที่ขึ้นอยู่แล้วภายในระยะเวลาสัมปทานที่จำเลยที่ 2 กำหนดด้วยค่าใช้จ่ายของโจทก์เอง หลังจากโจทก์ได้รับสัมปทานทั้ง 5 ฉบับ ได้มีการทำบันทึกต่อท้ายสัมปทาน โจทก์ชำระค่าปลูกป่าแล้วเพราะหากไม่ชำระโจทก์จะไม่ได้รับอนุญาตให้ชำระค่าภาคหลวง โจทก์ได้รับสัมปทานตั้งแต่ปี 2516 โจทก์ลงมือตัดไม้ตั้งแต่ปี 2517 การปลูกป่าเมื่อปลูกแล้วจะต้องบำรุงรักษาต่อไปอีก 5 ปี เป็นเช่นนี้เรื่อยไปทุกครั้งที่มีการปลูกป่า ประกอบกับบันทึกต่อท้ายสัมปทาน ข้อ 3 ผูกพันโจทก์

กล่าวคือ โจทก์จะต้องปฏิบัติตามบันทึกต่อท้ายสัมปทานดังกล่าว โดยเสนอแผนการปฏิบัติงานโดยย่อให้จำเลยที่ 3 ทราบ เมื่อได้รับความยินยอมจากจำเลยที่ 3 แล้ว จึงขอรับสมุดคู่ฝากเงินไปเบิกเงินจากธนาคารเพื่อนำไปใช้จ่ายในการปลูกป่าทดแทนตามเงื่อนไขสัมปทานได้ อีกประการหนึ่งตามบันทึกต่อท้ายสัมปทานดังกล่าวข้อ 4 ระบุด้วยว่า ถ้าผู้รับสัมปทานฝ่าฝืนหรือปฏิบัติผิดไปจากบันทึกที่ให้ไว้นี้ ให้ถือว่าผู้รับสัมปทานไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขสัมปทาน ข้อ 17และยินยอมให้ผู้ให้สัมปทานสั่งพักการทำไม้ไว้ หรือสั่งเพิกถอนสัมปทานทำไม้เสียก็ได้ และผู้รับสัมปทานยินยอมนำเงินค่าใช้จ่ายในการปลูกและบำรุงรักษาป่าที่คำนวณได้จากไม้ที่ทำออก และตรวจวัดตีตราเก็บเงินค่าภาคหลวงแล้วส่งมอบให้จำเลยที่ 2หรือผู้รับมอบอำนาจจากจำเลยที่ 2 จนครบถ้วนด้วย

ดังนั้น แม้สัมปทานถูกเพิกถอนแล้ว หากโจทก์ไม่ดำเนินการปลูกป่า จำเลยที่ 2 มีสิทธิที่จะบังคับให้โจทก์ดำเนินการดังกล่าวต่อไปได้ เมื่อโจทก์ค้างปลูกป่าและค้างค่าบำรุงป่าเป็นเงิน 7,919,438.76บาท โจทก์ไม่ได้ดำเนินการตามบันทึกต่อท้ายสัมปทานข้อ 3 จำเลยทั้งสี่จึงมีสิทธิที่จะยึดสมุดคู่ฝากเงินของโจทก์ไว้เพื่อปฏิบัติตามบันทึกต่อท้ายสัมปทานดังกล่าวข้อ 4 ได้

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชูชาติ ศรีแสง · จิระ บุญพจนสุนทร · วินัย วิมลเศรษฐ
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายสิทธิชัย รุ่งตระกูล
ศาลอุทธรณ์ - นายนิวัตน์ แก้วเกิดเคน
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2568 (เลขอ้างอิง 716685)

ข้อตกลงระหว่างโจทก์ทั้งห้ากับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 มีลักษณะเป็นการจ้างโจทก์ทั้งห้าให้เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม มีหน้าที่ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการบริหารงานต่าง ๆ ของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 เพื่อให้ความช่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 786/2567

สัญญาเช่าซื้อเป็นสัญญาต่างตอบแทน เมื่อโจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาส่งมอบทรัพย์สินที่เช่าซื้อไม่เหมาะสมแก่การใช้งาน จำเลยมีสิทธิบ่ายเบี่ยงไม่ชำระค่าเช่าซื้อแก่โจทก์ได้โดยไม่ถือว่าผิดนัด โจทก์ไม่มีสิทธิบอกเลิก…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2560 (เลขอ้างอิง 618525)

การที่จะเป็นหุ้นส่วนตาม ป.พ.พ. มาตรา 1012 จะต้องได้ความว่าผู้เข้าเป็นหุ้นส่วนประสงค์ทำกิจการร่วมกัน หากผลประกอบการมีกำไรก็แบ่งกำไรกัน หากขาดทุนก็ขาดทุนร่วมกัน แต่ตามข้อตกลงระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ไม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15668/2558

การที่จำเลยมอบอำนาจให้โจทก์ที่ 1 ประมูลงานและทำสัญญารับจ้างก่อสร้างอาคารเรียนกับกรมสามัญศึกษาและให้โจทก์ทั้งสามก่อสร้างโดยโจทก์ทั้งสามเป็นผู้ลงทุนและรับค่าจ้างในนามจำเลย หากโจทก์ทั้งสามขาดเงินทุนและจำ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15016/2558

สัญญาการให้สิทธิและการบริการทั้งสองฉบับเป็นสัญญาที่โจทก์อนุญาตให้จำเลยใช้ซอฟต์แวร์ระบบบริหารจัดการโรงแรมโดยจำเลยยินยอมจ่ายค่าตอบแทน ดังนั้น นิติสัมพันธ์ระหว่างโจทก์และจำเลยจึงเป็นสัญญาต่างตอบแทนชนิดหน…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้