Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2555 (เลขอ้างอิง 525522)

พ.ศ. 2555 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยออกเช็ค 5 ฉบับ โจทก์นำคดีมาแยกฟ้องเป็น 2 สำนวน สำนวนแรก 2 ฉบับ สำนวนที่สองอีก 3 ฉบับ โดยแต่ละสำนวนโจทก์ไม่ได้ขอให้นับโทษจำเลยต่อ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยกระทงละ 1 เดือน โดยเรียงกระทงลงโทษ มีผลเสมือนเป็นการนับโทษต่อจึงไม่ชอบ

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งสองสำนวนนี้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษารวมกัน โจทก์ฟ้องทั้งสองสำนวนขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว คดีมีมูล ให้ประทับฟ้องทั้งสองสำนวน จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาในศาลชั้นต้นอนุญาตให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษากลับเป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำคุกกระทงละ 1 เดือน รวม 5 กระทง เป็นจำคุก 5 เดือน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังยุติว่า แพมณีฆเณศวร์หรือแพน้องปุ้น โดยนางสาวพัชรนันท์หรือติ๋ม น้องสาวจำเลย และนายประเสริฐ น้องเขยจำเลยได้สั่งซื้อสินค้าประเภทปลาและปลาหมึกหลายครั้งจากโจทก์ซึ่งใช้ชื่อทางการค้าว่า แพต้อหนะ เป็นเงิน 1,650,000 บาท โดยนายประเสริฐสั่งจ่ายเช็คชำระค่าสินค้าแก่โจทก์บางส่วน เป็นจำนวนเงิน 850,000 บาท เมื่อเช็คถูกธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน และนายประเสริฐหลบหนีไป โจทก์ ผู้รับมอบอำนาจโจทก์ นายนิวัฒน์ พี่ชายโจทก์ และนายหมัดไม่ทราบชื่อและชื่อสกุลจริง ผู้ใหญ่บ้าน จึงไปบ้านจำเลยทวงถามหนี้จากจำเลย จำเลยสั่งจ่ายเช็คพิพาท 5 ฉบับ และเช็คอื่นอีก 6 ฉบับ รวมเป็นเงิน 1,650,000 บาท แก่โจทก์

เมื่อเช็คพิพาทถึงกำหนดชำระมีการนำไปเรียกเก็บเงิน ปรากฏว่าธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คพิพาท 3 ฉบับ อ้างว่ามีคำสั่งให้ระงับการจ่ายเงิน และบัญชีปิดแล้ว มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้องหรือไม่ จำเลยนำสืบและฎีกาว่าจำเลยมิได้เป็นหนี้ค่าซื้อปลาและปลาหมึกดังโจทก์ฟ้อง เพราะนางสาวติ๋มน้องสาวจำเลยและนายประเสริฐ น้องเขยจำเลยเป็นผู้สั่งซื้อสินค้าจากโจทก์ แต่เช็คที่นายประเสริฐสั่งจ่ายชำระสินค้าบางส่วนเรียกเก็บเงินไม่ได้และนายประเสริฐหลบหนี โจทก์กับพวกจึงมาข่มขู่ให้จำเลยสั่งจ่ายเช็คชำระหนี้แทนนายประเสริฐ เห็นว่า พยานหลักฐานของโจทก์ที่นำสืบจึงมีน้ำหนักมั่นคงรับฟังได้ว่า จำเลยร่วมกับครอบครัวดำเนินกิจการแพมณีฆเณศวร์ โดยน้องสาวและนายประเสริฐน้องเขยเป็นผู้ดำเนินการติดต่อซื้อสินค้าจากโจทก์มาจำหน่ายต่อให้แก่ลูกค้ารายย่อย

ดังนี้ หนี้ค่าสินค้าจำนวน 1,650,000 บาท ที่น้องสาวและน้องเขยของจำเลยสั่งซื้อจากโจทก์จึงเป็นหนี้ที่จำเลยต้องร่วมรับผิดชำระให้แก่โจทก์ ที่จำเลยสั่งจ่ายเช็ค 11 ฉบับ รวมทั้งเช็คพิพาทมอบให้โจทก์จึงเป็นการออกเช็คชำระหนี้ที่มีอยู่จริง ที่จำเลยอ้างว่าออกเช็คเพราะถูกข่มขู่ โจทก์นำสืบยืนยันว่าในวันดังกล่าวไม่ได้พาชายฉกรรจ์อีกหลายคนมาข่มขู่จำเลยดังจำเลยอ้าง ส่วนจำเลยคงมีเพียงจำเลยเบิกความลอย ๆ เห็นว่า ขณะโจทก์กับพยานโจทก์ทั้งสองไปบ้านจำเลยเป็นเวลาเช้า ภายในบ้านจำเลยมีจำเลย บุตรจำเลย บิดาและน้องสาวของจำเลยอยู่ด้วยในขณะจำเลยสั่งจ่ายเช็คให้แก่โจทก์ แต่จำเลยกลับมิได้อ้างบุคคลดังกล่าวเป็นพยานสนับสนุนข้ออ้างของตน

ทั้งไม่นำนายหมัดซึ่งเป็นพยานคนกลางที่พาโจทก์กับพวกมาบ้านจำเลยมาเบิกความ ยิ่งกว่านั้น การที่จำเลยสั่งจ่ายเงินตามเช็คจำนวนมากทั้ง ๆ ที่อ้างว่าตนมิได้เป็นหนี้โจทก์ จำเลยน่าที่จะต้องรีบโทรศัพท์หรือแจ้งความต่อเจ้าพนักงานตำรวจทันทีเพราะมีลักษณะเป็นการกระทำความผิดทางอาญา แต่จำเลยกลับเพิกเฉยและไปทำธุระตามปกติ ทั้ง ๆ ที่จำเลยรู้จักเจ้าพนักงานตำรวจชั้นสัญญาบัตรหลายคนให้ช่วยเหลือหรือให้คำแนะนำได้ ที่จำเลยอ้างว่าแจ้งความเรื่องถูกข่มขู่เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2546 รุ่งขึ้นจากวันที่ออกเช็คยังไม่อาจรับฟังว่าเป็นจริงดังอ้าง เพราะตามรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีในสำนวนแรก มีข้อความระบุว่าโจทก์กับพวกมาข่มขู่จำเลยในวันที่ 4 พฤศจิกายน 2546 ข้อเท็จจริงจึงฟังไม่ได้ว่า

จำเลยออกเช็คพิพาททั้งห้าฉบับให้แก่โจทก์เพราะถูกข่มขู่ เมื่อเช็คพิพาทถูกปฏิเสธการจ่ายเงินเพราะจำเลยมีคำสั่งให้ระงับการจ่ายเงินและธนาคารปิดบัญชีของจำเลย การกระทำของจำเลยจึงเป็นการออกเช็คโดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค จึงมีความผิดตามฟ้อง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษาลงโทษจำเลยมา ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

อนึ่ง จำเลยออกเช็ค 5 ฉบับ โจทก์นำคดีมาแยกฟ้องเป็น 2 สำนวน สำนวนแรก 2 ฉบับ สำนวนที่สองอีก 3 ฉบับ โดยแต่ละสำนวนโจทก์ไม่ได้ขอให้นับโทษจำเลยต่อ ดังนั้น ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยกระทงละ 1 เดือน โดยเรียงกระทงลงโทษถือว่ามีผลเสมือนเป็นการนับโทษต่อซึ่งไม่ชอบ เห็นสมควรแก้ไขให้ถูกต้อง

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำคุกจำเลยสำนวนแรกรวม 2 เดือน สำนวนที่สองจำคุกรวม 3 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 9

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อัปษร หิรัญบูรณะ · อนันต์ ชุมวิสูตร · ชัยยุทธ ศรีจำนงค์
ศาลล่าง
ศาลแขวงสงขลา - นายอนันต์ ยอดเพชร
ศาลอุทธรณ์ภาค 9 - นายชัยพัฒน์ ชินวงศ์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
อ1781/2551
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
อ648/2547
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
อ844/2548
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้