Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2555 (เลขอ้างอิง 528592)

พ.ศ. 2555 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 มาตรา 3 บัญญัติว่า "ในพระราชกำหนดนี้ "ผู้กู้ยืมเงิน" หมายความว่า บุคคลผู้ทำการกู้ยืมเงิน และในกรณีที่ผู้กู้ยืมเงินเป็นนิติบุคคล ให้หมายความรวมถึงผู้ซึ่งลงนามในสัญญาหรือตราสารการกู้ยืมเงินในฐานะผู้แทนของนิติบุคคลนั้นด้วย" แม้จำเลยทั้งสองไม่ได้เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนบริษัท ป. และบริษัท ซ. แต่การที่จำเลยทั้งสองได้ร่วมดำเนินกิจการกับบริษัททั้งสอง และได้รับผลประโยชน์ตอบแทน ถือได้ว่าจำเลยทั้งสองร่วมกับบริษัททั้งสองดังกล่าวเป็นผู้กู้ยืมเงินด้วย ทั้งนี้เพราะบุคคลธรรมดาอาจร่วมกับนิติบุคคลประกอบกิจการก็ได้ และเป็นผู้กู้ยืมเงินในความหมายของการกู้ยืมเงินตาม พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 มาตรา 3 แล้ว การที่จำเลยทั้งสองกับพวกร่วมกันโฆษณาชักชวน แนะนำ แจกจ่ายเอกสารต่าง ๆ ให้แก่โจทก์ร่วมกับผู้เสียหายทั้งสี่และประชาชนทั่วไปให้นำเงินมาเปิดบัญชีลงทุนซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเพื่อเก็งกำไรอัตราแลกเปลี่ยนกับบริษัท ป. และบริษัท ซ. โดยจำเลยทั้งสองกับพวกรับรองว่าการลงทุนจะได้ผลประโยชน์ตอบแทนสูงในอัตราร้อยละ 1 ต่อวัน ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยสูงสุดที่สถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมของสถาบันการเงินจะพึงจ่ายได้ ทั้ง ๆ ที่จำเลยทั้งสองกับพวกรู้อยู่ว่าบริษัททั้งสองดังกล่าวไม่ได้รับอนุญาตให้ทำการซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ และไม่ได้ทำการซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศแต่อย่างใด อีกทั้งไม่สามารถประกอบกิจการใด ๆโดยชอบด้วยกฎหมายที่จะให้ผลประโยชน์ตอบแทนพอเพียงที่จะนำมาจ่ายให้แก่โจทก์ร่วมกับผู้เสียหายทั้งสี่และประชาชนทั่วไปในอัตราดังกล่าวได้ จนจำเลยทั้งสองกับพวกได้เงินไป จึงเข้ากรณีเป็นการกระทำความผิดตามมาตรา 4 (เดิม) แห่ง พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 ที่ใช้บังคับในขณะกระทำความผิด แม้ในระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้นได้มี พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545 มาตรา 3 ให้ยกเลิกความในมาตรา 4 แห่งพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 โดยให้ใช้ข้อความใหม่แทน แต่บทบัญญัติตามกฎหมายใหม่ไม่เป็นคุณแก่จำเลยทั้งสอง จึงไม่นำมาปรับใช้แก่คดี การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดตาม พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 มาตรา 4 (เดิม) แล้ว จึงไม่จำต้องปรับบทตามมาตรา 5 อีก

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งสองสำนวนนี้ ศาลชั้นต้นรวมพิจารณาพิพากษาเข้าด้วยกัน โดยเรียกจำเลยในสำนวนแรกว่า จำเลยที่ 1 และเรียกจำเลยในสำนวนหลังว่า จำเลยที่ 2

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องทั้งสองสำนวนมีข้อความทำนองเดียวกันขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91, 341, 343 พระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 มาตรา 3, 4, 5, 9, 12, 15 ให้จำเลยทั้งสองคืนต้นเงินที่กู้ยืมและฉ้อโกงไปให้แก่ผู้เสียหายที่ 1 จำนวน 280,000 บาท ผู้เสียหายที่ 2 จำนวน 108,000 บาท ผู้เสียหายที่ 3 จำนวน 230,000 บาท ผู้เสียหายที่ 4 จำนวน 5,110,000 บาท และผู้เสียหายที่ 5 จำนวน 663,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี และริบของกลาง

จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ

ระหว่างพิจารณา นางยุวาภรณ์ ผู้เสียหายที่ 4 ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาตเฉพาะข้อหาฉ้อโกงประชาชน

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 วรรคแรก, 83 พระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 มาตรา 4 (ที่ถูก มาตรา 4 (เดิม)), 5, 12 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 มาตรา 4 (ที่ถูก มาตรา 4 เดิม)), 5, 12 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 การกระทำความผิดของจำเลยทั้งสองซึ่งร่วมกับพวกกระทำต่อโจทก์ร่วมและผู้เสียหายรวม 5 ราย เป็นความผิดต่างกรรมต่างวาระกันรวม 5 กระทง ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ลงโทษจำคุกกระทงละ 5 ปี เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้ว คงจำคุกจำเลยทั้งสองมีกำหนดคนละ 20 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (2) ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนเงินหรือใช้เงินแก่นางนีรนุช 280,000 บาท นายสารฑูร 108,000 บาท นายศราวุธ 203,000 บาท นางยุวาภรณ์ 5,110,000 บาท และนายอนันตชัย 663,000 บาท คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนหรือใช้เงินแก่นายศราวุธ 230,000 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติในเบื้องต้นว่า ระหว่างต้นเดือนธันวาคม 2542 ถึงวันที่ 5 มีนาคม 2543 จำเลยทั้งสองกับพวกรวมมีจำนวนมากกว่า 5 คนขึ้นไป ร่วมกันโฆษณา ชักชวน แนะนำ แจกจ่ายเอกสารต่าง ๆ ให้แก่โจทก์ร่วมกับผู้เสียหายที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 และที่ 5 คือ นางนีรนุช นายสารฑูร นายศราวุธ นายอนันตชัย ตามลำดับ และประชาชนทั่วไป จำนวนมากกว่า 10 คน ให้นำเงินมาเปิดบัญชีลงทุนซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเพื่อเก็งกำไรอัตราแลกเปลี่ยนกับบริษัทแปซิฟิค สปีด จำกัด และบริษัทแปซิฟิค โจนส์ (2000) จำกัด ซึ่งจำเลยทั้งสองอ้างว่าเป็นบริษัทในเครือของบริษัทไพร์มฮิลล์ กรุ๊ป จำกัด ตั้งอยู่ที่เมืองฮ่องกง โดยรับรองว่าการลงทุนจะได้รับผลประโยชน์ตอบแทนสูงในอัตราร้อยละ 1 ต่อวัน

มากกว่าดอกเบี้ยจากธนาคารและบริษัทหลักทรัพย์ซึ่งเป็นสถาบันการเงินตามกฎหมาย จะมีแต่ผลกำไร ไม่มีการขาดทุน จนโจทก์ร่วมกับผู้เสียหายทั้งสี่และประชาชนทั่วไปหลงเชื่อคำโฆษณาหลอกลวง ได้นำเงินเปิดบัญชีเข้าร่วมลงทุนซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศกับบริษัททั้งสองดังกล่าว โดยจำเลยทั้งสองกับพวกเป็นผู้ดำเนินการซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศแทนทั้งหมด ต่อมาจำเลยทั้งสองกับพวกแจ้งว่าการซื้อขายดังกล่าวขาดทุน โจทก์ร่วมกับผู้เสียหายทั้งสี่จะต้องนำเงินมาลงทุนเพิ่มอีก มิฉะนั้นจะไม่สามารถเคลื่อนไหวบัญชีการเงินของโจทก์ร่วมกับผู้เสียหายทั้งสี่ได้ และจะไม่ได้รับเงินที่ลงทุนไปแล้วคืนมา โจทก์ร่วมกับผู้เสียหายทั้งสี่ต้องโอนเงินลงทุนเพิ่มให้แก่จำเลยทั้งสองกับพวกอีกหลายครั้ง แต่ก็ประสบภาวะขาดทุนทั้งหมด และไม่ได้รับเงินที่ลงทุนไปแล้วคืน ตามความเป็นจริงแล้วบริษัททั้งสองดังกล่าวไม่ได้รับอนุญาตให้ทำการซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ และไม่ได้ทำการซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศแต่อย่างใด

อีกทั้งไม่สามารถจ่ายผลประโยชน์ให้แก่โจทก์ร่วมกับผู้เสียหายทั้งสี่และประชาชนทั่วไปได้ ส่วนบริษัทไพร์มฮิลล์ กรุ๊ป จำกัด ก็ปิดกิจการไปแล้ว การกระทำดังกล่าวของจำเลยทั้งสองกับพวกได้ไปซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากโจทก์ร่วมกับผู้เสียหายทั้งสี่และประชาชนทั่วไปและทำให้โจทก์ร่วมเสียหายเป็นเงิน 5,110,000 บาท ผู้เสียหายที่ 1 เสียหายเป็นเงิน 280,000 บาท ผู้เสียหายที่ 2 เสียหายเป็นเงิน 108,000 บาท ผู้เสียหายที่ 3 เสียหายเป็นเงิน 230,000 บาท และผู้เสียหายที่ 5 เสียหายเป็นเงิน 663,000 บาท คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ประการแรกว่า การรับเงินในฐานะตัวแทน และการที่จำเลยทั้งสองมิได้เป็นตัวแทนบริษัทแปซิฟิค

สปีด จำกัด กับบริษัทแปซิฟิค โจนส์ (2000) จำกัด อยู่ในความหมายของการกู้ยืมเงินตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 มาตรา 3 หรือไม่ เห็นว่า การที่จำเลยทั้งสองกับพวกได้ประกาศชักชวนโจทก์ร่วมกับผู้เสียหายทั้งสี่และประชาชนทั่วไปให้นำเงินมาเปิดบัญชีลงทุนซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเพื่อเก็งกำไรอัตราแลกเปลี่ยนกับบริษัทแปซิฟิค สปีด จำกัด และบริษัทแปซิฟิค โจนส์ (2000) จำกัด โดยรับรองว่าการลงทุนจะได้ผลประโยชน์ตอบแทนสูงในอัตราร้อยละ 1 ต่อวัน มากกว่าดอกเบี้ยจากธนาคารและบริษัทหลักทรัพย์ซึ่งเป็นสถาบันการเงินตามกฎหมาย จะมีแต่ผลกำไร ไม่มีการขาดทุน จนโจทก์ร่วมกับผู้เสียหายทั้งสี่และประชาชนทั่วไปหลงเชื่อคำโฆษณาหลอกลวงได้นำเงินมาเปิดบัญชีเข้าร่วมลงทุนซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศกับบริษัททั้งสองดังกล่าว โดยจำเลยทั้งสองกับพวกเป็นผู้ดำเนินการซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศแทนผู้ร่วมลงทุนทั้งหมด

ต่อมาจำเลยทั้งสองกับพวกแจ้งโจทก์ร่วมกับผู้เสียหายทั้งสี่ว่าการซื้อขายดังกล่าวขาดทุน โจทก์ร่วมกับผู้เสียหายทั้งสี่จะต้องนำเงินมาลงทุนเพิ่มเติมอีก มิฉะนั้นจะไม่สามารถเคลื่อนไหวทางบัญชีการเงินของโจทก์ร่วมกับผู้เสียหายทั้งสี่ได้ ซึ่งจะเป็นผลให้ไม่ได้รับเงินที่ลงทุนไปแล้วคืน โจทก์ร่วมกับผู้เสียหายทั้งสี่จึงต้องโอนเงินลงทุนเพิ่มให้แก่จำเลยทั้งสองกับพวกอีกหลายครั้ง แต่ก็ประสบภาวะขาดทุนทั้งหมด และไม่ได้รับเงินที่ลงทุนไปแล้วคืน ตามความเป็นจริงแล้วบริษัททั้งสองดังกล่าวไม่ได้รับอนุญาตให้ทำการซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ และไม่ได้ทำการซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศแต่อย่างใด ส่วนบริษัทไพร์มฮิลล์

กรุ๊ป จำกัด ก็ปิดกิจการไปแล้ว โดยจำเลยทั้งสองกับพวกได้ไปซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากโจทก์ร่วมกับผู้เสียหายทั้งสี่และประชาชนทั่วไป การกระทำดังกล่าวของจำเลยทั้งสองกับพวกทำให้โจทก์ร่วมและผู้เสียหายทั้งสี่ได้รับความเสียหาย เป็นการกู้ยืมเงินตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 แล้ว แม้จำเลยทั้งสองไม่ได้เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนบริษัททั้งสองดังกล่าว แต่พระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 มาตรา 3 บัญญัติว่า " ในพระราชกำหนดนี้ "ผู้กู้ยืมเงิน" หมายความว่า บุคคลผู้ทำการกู้ยืมเงิน และในกรณีที่ผู้กู้ยืมเงินเป็นนิติบุคคล ให้หมายความรวมถึงผู้ซึ่งลงนามในสัญญาหรือตราสารการกู้ยืมเงินในฐานะผู้แทนของนิติบุคคลนั้นด้วย

" ถึงแม้ว่าพระราชกำหนดจะได้บัญญัติไว้ดังกล่าว แต่การที่จำเลยทั้งสองได้ร่วมดำเนินกิจการกับบริษัททั้งสอง และได้รับผลประโยชน์ตอบแทนถือได้ว่าจำเลยทั้งสองร่วมกับบริษัททั้งสองดังกล่าวเป็นผู้กู้ยืมเงินด้วย ทั้งนี้เพราะบุคคลธรรมดาอาจร่วมกับนิติบุคคลประกอบกิจการก็ได้ และเป็นผู้กู้ยืมเงินในความหมายของการกู้ยืมเงินตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 มาตรา 3 แล้ว ฎีกาของจำเลยที่ 2 ในข้อนี้ฟังไม่ขึ้น คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองประการต่อไปว่า การโฆษณา หรือประกาศ หรือการกระทำใด ๆ ให้ประชาชนนำเงินเข้ามาร่วมลงทุนลักษณะดังกล่าวตามฟ้องโจทก์ เป็นความผิดตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน

พ.ศ.2527 มาตรา 4 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545 ซึ่งมีผลย้อนหลังไปถึงการกระทำของจำเลยทั้งสองในคดีนี้หรือไม่ เห็นว่า การที่จำเลยทั้งสองกับพวกร่วมกันโฆษณาชักชวนโจทก์ร่วมกับผู้เสียหายทั้งสี่และประชาชนทั่วไปให้นำเงินมาเปิดบัญชีลงทุนซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเพื่อเก็งกำไรอัตราแลกเปลี่ยนกับบริษัทแปซิฟิค สปีด จำกัด และบริษัทแปซิฟิค โจนส์ (2000) จำกัด โดยจำเลยทั้งสองกับพวกอ้างว่าเป็นบริษัทในเครือของบริษัทไพร์มฮิลล์ กรุ๊ป จำกัด ตั้งอยู่ที่เมืองฮ่องกง จำเลยทั้งสองกับพวกรับรองว่าการลงทุนจะได้ผลประโยชน์ตอบแทนสูงในอัตราร้อยละ 1 ต่อวัน

มากกว่าดอกเบี้ยจากธนาคารและบริษัทหลักทรัพย์ซึ่งเป็นสถาบันการเงินตามกฎหมาย และจะมีแต่ผลกำไร ไม่มีการขาดทุน จนโจทก์ร่วมกับผู้เสียหายทั้งสี่และประชาชนทั่วไปหลงเชื่อคำโฆษณาหลอกลวง ได้นำเงินเปิดบัญชีเข้าร่วมลงทุนซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศกับบริษัททั้งสองดังกล่าว ทั้ง ๆ ที่จำเลยทั้งสองรู้อยู่ว่าบริษัททั้งสองดังกล่าวไม่ได้รับอนุญาตให้ทำการซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศและไม่ได้ทำการซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศแต่อย่างใด การกระทำของจำเลยทั้งสองกับพวกจึงเป็นการหลอกลวงโจทก์ร่วมกับผู้เสียหายทั้งสี่และประชาชนทั่วไป ไม่จำกัดว่าเป็นใครอันเป็นการหลอกลวงประชาชนด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งโดยเจตนาทุจริต

ทำให้โจทก์ร่วมกับผู้เสียหายทั้งสี่และประชาชนทั่วไปหลงเชื่อคำโฆษณาหลอกลวงของจำเลยทั้งสองกับพวก ได้นำเงินเปิดบัญชีเข้าร่วมลงทุนซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศกับบริษัททั้งสองดังกล่าว การกระทำดังกล่าวของจำเลยทั้งสองกับพวกได้ไปซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากโจทก์ร่วมกับผู้เสียหายทั้งสี่และประชาชนทั่วไป จำเลยทั้งสองจึงมีความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อประชาชน หรือด้วยการปกปิดความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งแก่ประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 วรรคแรก, 83 และการที่จำเลยทั้งสองกับพวกร่วมกันโฆษณาชักชวน แนะนำ แจกจ่ายเอกสารต่าง ๆ ให้แก่โจทก์ร่วมกับผู้เสียหายทั้งสี่และประชาชนทั่วไปให้นำเงินมาเปิดบัญชีลงทุนซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเพื่อเก็งกำไรอัตราแลกเปลี่ยนกับบริษัทแปซิฟิค

สปีด จำกัด และบริษัทแปซิฟิค โจนส์ (2000) จำกัด โดยจำเลยทั้งสองกับพวกรับรองว่าการลงทุนจะได้ผลประโยชน์ตอบแทนสูงในอัตราร้อยละ 1 ต่อวัน ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยสูงสุดที่สถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมของสถาบันการเงินจะพึงจ่ายได้ ทั้ง ๆ ที่จำเลยทั้งสองกับพวกรู้อยู่ว่าบริษัททั้งสองดังกล่าวไม่ได้รับอนุญาตให้ทำการซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ และไม่ได้ทำการซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศแต่อย่างใด อีกทั้งไม่สามารถประกอบกิจการใด ๆ โดยชอบด้วยกฎหมายที่จะให้ผลประโยชน์ตอบแทนพอเพียงที่จะนำมาจ่ายให้แก่โจทก์ร่วมกับผู้เสียหายทั้งสี่และประชาชนทั่วไปในอัตราดังกล่าวได้จนจำเลยทั้งสองกับพวกได้เงินไป จึงเข้ากรณีเป็นการกระทำความผิดตามมาตรา 4 (เดิม)

แห่งพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 ที่ใช้บังคับในขณะกระทำความผิดด้วย แม้ในระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้นได้มีพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545 มาตรา 3 ให้ยกเลิกความในมาตรา 4 แห่งพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 โดยให้ใช้ข้อความใหม่แทน แต่บทบัญญัติตามกฎหมายใหม่ไม่เป็นคุณแก่จำเลยทั้งสอง จึงไม่นำมาปรับใช้แก่คดี และไม่มีปัญหาให้ต้องวินิจฉัยว่ากฎหมายใหม่มีผลย้อนหลังไปถึงการกระทำของจำเลยทั้งสองตามที่จำเลยทั้งสองฎีกาหรือไม่ ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น

อนึ่ง เมื่อการกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 มาตรา 4 (เดิม) แล้ว จึงไม่ต้องปรับเป็นความผิดตามมาตรา 5 อีก เพราะการกระทำของจำเลยทั้งสองอันเป็นความผิดตามมาตรา 5 รวมอยู่ในความผิดตามมาตรา 4 (เดิม) ซึ่งเป็นบทหลักแล้ว กรณีเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยเองได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 โดยเห็นควรปรับบทให้ถูกต้อง

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่ปรับบทความผิดของจำเลยทั้งสองตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 มาตรา 5 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
กษิดิ์เดช จีนสลุต · ชัยรัตน์ เบ็ญจะมโน · ไสลเกษ วัฒนพันธุ์
ศาลล่าง
ศาลอาญากรุงเทพใต้ - นายกู้เกียรติ สุนทรบุระ
ศาลอุทธรณ์ - นายประทีป อ่าววิจิตร
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
อ1483/2551
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
อ9678/2543
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
อ6169/2546
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้