Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 529/2525

พ.ศ. 2525 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์บรรยายฟ้องพอสรุปได้ว่า จำเลยที่ 2 เข้าไปหลับนอนในบ้านของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของโจทก์ถือได้ว่าจำเลยที่ 1 ประพฤติชั่วเป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความอับอายขายหน้าอย่างร้ายแรงจำเลยทั้งสองมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวเป็นที่ทราบกันทั่วไปซึ่งโจทก์จะได้เสนอหลักฐานในชั้นพิจารณา ดังนี้ เป็นคำฟ้องที่บรรยายถึงเหตุหย่าตาม ป.พ.พ. ม. 1516(2) แล้ว การที่จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นภริยาให้จำเลยที่ 2 เข้าไปหลับนอนในร้านของจำเลยที่ 1 เมื่อโจทก์ไปพบก็มีการไปเจรจากันที่สถานีตำรวจโดยจำเลยที่ 1 ตกลงจะไปอยู่กินฉันสามีภรรยากับจำเลยที่ 2 แต่ตกลงกันเรื่องค่าเสียหายและการเลี้ยงดูบุตรไม่ได้ดังนี้ พฤติการณ์แสดงว่าจำเลยทั้งสองมีความสัมพันธ์กันในทางชู้สาว ถือได้ว่าจำเลยที่ 1 ประพฤติชั่วเป็นเหตุให้โจทก์อับอายขายหน้าอย่างร้ายแรง ศาลกำหนดค่าทดแทนให้โจทก์ตามควรแก่พฤติการณ์ได้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์และจำเลยที่ 1 หย่าขาดจากการสมรสโดยให้ไปจดทะเบียนหย่า ณ สำนักงานทะเบียนที่ว่าการอำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต หากจำเลยที่ 1 ไม่ยอมไป ให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลยที่ 1 ให้จำเลยที่ 2 จ่ายค่าทดแทนให้โจทก์ 30,000บาท พร้อมดอกเบี้ย ค่าทดแทนของโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 ให้ยกเสียศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "คดีคงมีปัญหาวินิจฉัยในข้อกฎหมายตามฎีกาของจำเลยทั้งสองว่า ฟ้องโจทก์บรรยายถึงเหตุหย่าตามกฎหมายหรือไม่

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า โจทก์บรรยายฟ้องพอสรุปได้ว่าจำเลยที่ 2เข้าไปหลับนอนในบ้านของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของโจทก์ ถือได้ว่าจำเลยที่ 1 ประพฤติชั่วเป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความอับอายขายหน้าอย่างร้ายแรง จำเลยทั้งสองมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวเป็นที่ทราบกันทั่วไป ซึ่งโจทก์จะได้เสนอหลักฐานในชั้นพิจารณาคำฟ้องของโจทก์จึงบรรยายถึงเหตุหย่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1516(2)แล้ว ฎีกาของจำเลยทั้งสองในข้อนี้ฟังไม่ขึ้นมีปัญหาวินิจฉัยต่อไปว่าจำเลยที่ 1 ประพฤติชั่วเป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความอับอายขายหน้าอย่างร้ายแรงหรือไม่ เห็นว่า โจทก์และร้อยตำรวจเอกไพวรรณพยานโจทก์เบิกความสอดคล้องต้องกันฟังได้ว่าวันเกิดเหตุโจทก์ได้ไปแจ้งความกับร้อยตำรวจเอกไพวรรณว่าจำเลยที่ 2ได้เข้าไปหลับนอนในร้านของจำเลยที่ 1 เมื่อร้อยตำรวจเอกไพวรรณกับพวกไปยังร้านจำเลยที่ 1 ก็พบจำเลยทั้งสองอยู่ในร้านนั้นจริง วันนั้นโจทก์กับจำเลยทั้งสองตกลงค่าเสียหายกันไม่ได้

ต่อมาร้อยตำรวจเอกไพวรรณได้เรียกโจทก์จำเลยทั้งสองไตกลงกันที่สถานีตำรวจ คู่กรณีตกลงกันในเรื่องค่าเสียหายไม่ได้ ปรากฏตามบันทึกเอกสารหมาย จ.3 ซึ่งตามเอกสารดังกล่าวระบุว่า โจทก์แจ้งว่าจำเลยที่ 2 ไปหลับนอนกับจำเลยที่ 1 ในบ้านของโจทก์เป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหาย โจทก์เรียกค่าเสียหาย25,000 บาท จำเลยที่ 2 ยอมชำระให้ 10,000 บาท แต่โจทก์ต้องรับบุตร4 คนไปเลี้ยงดู โจทก์ไม่ยอม จำเลยที่ 1 ตกลงไปอยู่กินฉันสามีภริยากับจำเลยที่ 2 จะเห็นได้ว่าจำเลยทั้งสองมิได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาของโจทก์แต่อย่างใด เพียงแต่เกี่ยวในเรื่องค่าเสียหายเท่านั้น ตามพฤติการณ์จึงแสดงว่าจำเลยทั้งสองมีความสัมพันธ์กันในทางชู้สาว ถือได้ว่าจำเลยที่ 1ประพฤติชั่วเป็นเหตุให้โจทก์อับอายขายหน้าอย่างร้ายแรง ที่จำเลยทั้งสองนำสืบว่าลงชื่อในเอกสารหมาย

จ.3 เพื่อให้เรื่องแล้วเสร็จกันไปนั้น เห็นว่าเป็นการผิดวิสัยของปกติชน เพราะเอกสารหมาย จ.3 ระบุข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นเหตุให้จำเลยทั้งสองจะต้องรับผิดต่อโจทก์ หากไม่เป็นความจริงจำเลยทั้งสองย่อมจะต้องทักท้วงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือหากจำเลยทั้งสองมีข้อต่อสู้ตามคำให้การและที่นำสืบมา จำเลยทั้งสองก็น่าจะต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบด้วย ข้อนำสืบของจำเลยทั้งสองจึงเป็นพิรุธ หลักฐานพยานโจทก์มีน้ำหนักมากกว่าหลักฐานพยานจำเลยฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้นอีก เช่นกันฎีกาข้อสุดท้ายของจำเลยทั้งสองที่ว่าค่าทดแทนที่ศาลล่างทั้งสองกำหนดให้โจทก์เป็นเงิน 30,000 บาทสูงเกินไปนั้น เห็นว่า ศาลล่างทั้งสองได้ใช้ดุลพินิจกำหนดค่าทดแทนให้โจทก์ตามควรแก่พฤติการณ์แล้ว ไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงดุลพินิจของศาลล่างทั้งสอง"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อำนวย อินทุภูติ · สุทิน เลิศวิรุฬห์ · เริ่ม ธรรมดุษฎี
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้