Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 529/2535

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยกล่าวอ้างว่าเอกสารสัญญากู้ยืมไม่มีผลผูกพัน เพราะโจทก์จำเลยทำขึ้นเพื่อเป็นหลักฐานคุ้มครองเงินของโจทก์ที่นำไปช่วยลงทุนค้าขายน้ำแข็งก้อนกับจำเลย ดังนั้น จำเลยชอบที่จะนำพยานบุคคลมาสืบประกอบข้ออ้างเช่นนั้นได้เพราะเป็นการนำสืบว่าเอกสารกู้ยืมไม่สมบูรณ์นั่นเอง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินกู้ และดอกเบี้ยรวม764,176 บาท ให้โจทก์พร้อมทั้งดอกเบี้ย นับตั้งแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยไม่เคยกู้ยืมเงินโจทก์แต่โจทก์กับจำเลยเข้าเป็นหุ้นส่วนทำน้ำแข็งก้อนขาย โดยโจทก์เป็นฝ่ายลงทุนในวงเงิน 1,000,000 บาท ส่วนจำเลยเป็นฝ่ายลงแรงงานกำไรแบ่งคนละครึ่ง โจทก์นำเงินมาลงทุน 490,000 บาท เพื่อให้จำเลยเช่าอาคารและจัดซื้อเครื่องทำน้ำแข็ง รถบรรทุกส่งน้ำแข็งและอุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ที่จำเป็น จำเลยได้ใช้เงินจัดซื้อไปแล้วสิ้นเงินไปจำนวน 757,393 บาท ในการจัดซื้อนี้จำเลยได้ใช้เงินส่วนตัวของจำเลยสำรองไปก่อนจำนวน 267,393 บาท ซึ่งโจทก์รับว่าจะคืนให้จำเลย แต่ยังไม่ได้คืน

โจทก์แจ้งว่า การเป็นหุ้นส่วนครั้งนี้ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ จึงขอให้จำเลยทำหลักฐานว่าได้รับเงินจำนวน 757,393 บาท ไปจากโจทก์โดยโจทก์นำแบบฟอร์มสัญญาเงินกู้ไปให้จำเลยลงชื่อและรับปากว่าจะจ่ายเงินจำนวน267,393 บาท ที่จำเลยจ่ายสำรองไปคืนให้จำเลย แต่โจทก์ไม่ยอมจ่ายเงิน 267,393 บาทให้จำเลย จำเลยไม่ได้เป็นฝ่ายผิดและโจทก์ไม่ได้บอกเลิกหุ้นส่วนเมื่อสิ้นรอบปีทางบัญชี โจทก์จึงไม่มีอำนาจบอกเลิกสัญญาและไม่มีอำนาจฟ้องและไม่มีสิทธิคิดดอกเบี้ย ขอให้ศาลยกฟ้องและบังคับให้โจทก์ชดใช้เงิน 267,393 บาท ให้จำเลยพร้อมทั้งดอกเบี้ยนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จโจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า จำเลยได้รับเงินยืมจากโจทก์จำนวน 357,393 บาท

จำเลยสัญญาว่าจะคืนเงินยืมเมื่อดำเนินกิจการค้าได้แล้ว ต่อมาปรากฏว่า การค้าน้ำแข็งของจำเลยดำเนินได้แล้วแต่จำเลยไม่คืนเงินแก่โจทก์ ส่วนที่จำเลยอ้างว่า ออกเงินสำรองไปนั้นไม่เป็นความจริงและไม่เกี่ยวข้องกับโจทก์ จำเลยลงชื่อในสัญญากู้ก็เพราะจำเลยยืมเงินโจทก์ไปไม่เกี่ยวกับเป็นหุ้นส่วนทั้งโจทก์ไม่เคยรับปากว่าจะชำระเงิน 267,393 บาท ให้จำเลยขอให้ยกฟ้องแย้งศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 757,393 บาทให้โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ย และให้ยกฟ้องแย้งของจำเลยจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์และจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่โจทก์ฎีกาว่า การที่จำเลยกล่าวอ้างว่าสัญญากู้ยืมเอกสารหมาย จ.1 ไม่มีผลผูกพัน เพราะโจทก์จำเลยทำขึ้นเพื่อเป็นหลักฐานคุ้มครองเงินของโจทก์ที่นำไปช่วยลงทุนค้าขายน้ำแข็งก้อนกับจำเลยและขอนำพยานบุคคลมาสืบประกอบข้ออ้างดังกล่าวนั้นไม่อาจทำได้ เพราะเป็นการขอสืบพยานบุคคลประกอบข้ออ้างเมื่อได้นำเอกสารสัญญากู้ยืมหมาย จ.1 มาแสดงแล้วว่ายังมีข้อความเพิ่มเติมตัดทอนหรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในสัญญากู้ยืมอยู่อีกดังกล่าวต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 นั้นเห็นว่าจำเลยชอบที่จะนำพยานบุคคลมาสืบประกอบข้ออ้างเช่นนั้นได้เพราะเป็นการนำสืบว่าสัญญากู้ยืมเอกสารหมาย จ.1 ไม่สมบูรณ์นั่นเองพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชาติศักดิ์ ธรรมศักดิ์ · ตัน เวทไว · ประคนธ์ พันธุ์วิชาติกุล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6601/2558

สัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพิพาทซึ่งโจทก์ทำกับ ส. ข้อ 1 ระบุว่า ส. จะขายที่ดินพิพาทเฉพาะส่วนของตนให้แก่โจทก์ ข้อนี้จำเลยทั้งสี่ให้การต่อสู้คดีมาตั้งแต่ยื่นคำให้การใน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11645/2554

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกู้เงินโจทก์กำหนดดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี โดยสัญญากู้ระบุว่า ดอกเบี้ยตามกฎหมาย แต่โจทก์นำสืบว่า ขั้นแรกตกลงคิดดอกเบี้ยกันอัตราร้อยละ 5 ต่อเดือน ต่อมาลดลงเหลือร้อยละ 3 ต่อเดือ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1602/2551

เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยร่วมแล้ว ก็ถือไม่ได้ว่าจำเลยร่วมถูกโต้แย้งสิทธิในชั้นอุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 55 จำเลยร่วมจึงไม่มีสิทธิอุทธรณ์ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1482/2549

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโดยฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยทำสัญญากู้เงินกับโจทก์เพื่อเป็นหลักฐานการรับเงินมัดจำตามสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินที่โจทก์ทำกับจำเลย และจำเลยมีสิทธิริบเงินมัดจำได้เนื่องจากโจทก์เป็นฝ่ายผิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5292/2548

โจทก์ฟ้องเรียกเงินกู้จากจำเลย จำเลยให้การว่าไม่ได้กู้เป็นเรื่องการเล่นแชร์กัน การที่จำเลยนำสืบว่าจำเลยเล่นแชร์กับโจทก์และจำเลยประมูลแชร์ได้ โจทก์ซึ่งเป็นนายวงแชร์ให้จำเลยทำสัญญากู้เงินเพื่อเป็นประกันว…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้