คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จำเลยตกลงแบ่งที่ดินกัน โจทก์ได้ทางตะวันตก จำเลยได้ทางตะวันออก โดยตกลงกันด้วยว่า จำเลย ยอมให้โจทก์ใช้ทางเดินผ่านที่ดินด้านตะวันออก ไปออกตรอกได้ บัดนี้จำเลยปิดทางนี้ จึงขอให้จำเลยเปิดประตูรั้ว ซึ่งโจทก์เคยใช้เป็นทางเดินผ่านและให้จำเลยไปจดทะเบียนภาระจำยอมให้โจทก์ตามข้อตกลง. จำเลยปฏิเสธว่า ไม่เคยตกลงจะไปจดทะเบียนภาระจำยอม.
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นเห็นว่า ข้อตกลงไม่ได้ทำเป็นหนังสือ จึงพิพากษายกฟ้องโจทก์
โจทก์อุทธรณ์,
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกา,
ศาลฎีกาเห็นว่า การตกลงแบ่งแยกที่ดินระหว่างโจทก์จำเลยรายนี้ ถือได้ว่าเป็นการแบ่งส่วนที่โจทก์และทายาทของนาย ชาญเป็นเจ้าของร่วมกัน การตกลงแบ่งแยกโฉนดซึ่งโจทก์จำเลยเป็นเจ้าของร่วมอันมีส่วนพัวกันซึ่งตกลงกำหนดลงไปว่า ใครได้ตรงไหนแน่ เช่นนี้ ย่อมเป็นการระงับข้อพิพาทอันจะมีขึ้นให้เสร็จไป จึงเข้าลักษณะเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความตามที่บัญญัติ ไว้ใน ป.ม.แพ่งฯมาตรา ๘๕๐ ซึ่งบังคับว่า ถ้าไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือจะฟ้องร้องบังคับคดีหาได้ไม่สำหรับข้อตกลงที่ยอม ให้โจทก์ทางเดินรายนี้ ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงแบ่งแยกโฉนดดังกล่าวนั่นเอง เมื่อมิได้ทำหนังสือตามที่กฎหมาย บัญญัติไว้ ก็จะฟ้องร้องขอให้บังคับหาได้ไม้ ฯลฯ
ผลคำพิพากษา
จึงพิพากษายืน./