Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2540 (เลขอ้างอิง 5310)

พ.ศ. 2540 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

บันทึกเอกสารหมายจ.ชมีข้อความเพียงว่าจำเลยที่1สัญญาว่าจะให้ทางเดินเข้าออกกว้าง3.50เมตรแก่ที่ดินโฉนดเลขที่182541ถึง182547บันทึกดังกล่าวไม่มีคู่สัญญาแต่มีอ.ลงชื่อในฐานะพยานไว้จึงเป็นเพียงบันทึกอนุญาตหรือให้ความยินยอมให้แก่เจ้าของที่ดินด้านในผ่านที่ดินของจำเลยที่1ได้เท่านั้นและไม่เป็นสัญญาเพื่อประโยชน์ของบุคคลภายนอก การที่จำเลยที่1ได้ทำบันทึกยินยอมให้โจทก์และเจ้าของที่ดินที่อยู่ด้านในทำทางเข้าออกผ่านที่ดินของจำเลยที่1ได้ทั้งโจทก์ก็ได้ร่วมกันออกเงินเป็นค่าใช้จ่ายทำทางพิพาทผ่านที่ดินของจำเลยที่1และได้ใช้ทางพิพาทตลอดมาเป็นเวลา8ปีแล้วการที่จำเลยที่1ปิดกั้นทางพิพาทมิให้โจทก์ทั้งห้าใช้ประโยชน์จากทางพิพาทจึงเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริตตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา5จำเลยที่2และที่3ซึ่งเป็นบุตรของจำเลยที่1ทราบเรื่องนี้และปิดกั้นทางพิพาทจึงเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริตเช่นเดียวกับจำเลยที่1จำเลยทั้งสามต้องเปิดทางพิพาทให้โจทก์ทั้งห้าใช้ประโยชน์ได้ตามปกติ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสองสำนวนนี้ ศาลชั้นต้นสั่งรวมพิจารณาและพิพากษาเข้าด้วยกัน โดยเรียกจำเลยสำนวนแรกเป็นจำเลยที่ 1 เรียกจำเลยที่ 1และที่ 2 สำนวนหลังเป็นจำเลยที่ 2 และที่ 3 ตามลำดับโจทก์ทั้งสองสำนวนฟ้องเป็นใจความว่า โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 5เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 182541, 182543, 182544, 182545และ 182546 ตำบลสวนหลวง (พระโขนงฝั่งใต้) อำเภอพระโขนงกรุงเทพมหานคร ตามลำดับ จำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่185989 จำเลยที่ 2 และที่ 3 เป็นบุตรของจำเลยที่ 1 และเป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 182547 ด้านหน้าที่ดินของโจทก์ทั้งห้าและจำเลยทั้งสามเป็นที่ตั้งอาคารตึกแถวติดกัน ทางพิพาทเป็นที่ดินด้านหลังอาคารใช้เป็นทางเข้าออกขนาดกว้าง 3.50 เมตร

โจทก์ทั้งห้าจำเลยที่ 1 และบุคคลอื่นที่ซื้อตึกแถวต่างยินยอมให้ผู้อื่นใช้ประโยชน์ร่วมกันในทางพิพาทเข้าออกสู่ทางสาธารณะได้ โดยเป็นทางจำเป็นและจำเลยที่ 1 ทำบันทึกแสดงเจตนายินยอมให้ใช้ทางพิพาทไว้ด้วย ต่อมาประมาณเดือนมีนาคม 2533 จำเลยที่ 1 ได้สร้างประตูเหล็กกั้นทางพิพาท จำเลยที่ 2 และที่ 3 ได้สร้างรั้วสังกะสีปิดทางเข้าออก อันเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต ทำให้โจทก์เสียหายไม่สามารถเข้าออกในทางพิพาทได้ ขอให้พิพากษาว่าทางพิพาทเป็นทางจำเป็น ให้จำเลยที่ 1 รื้อถอนประตูเหล็ก จำเลยที่ 2 และที่ 3 รื้อถอนรั้วสังกะสี และห้ามจำเลยทั้งสามขัดขวางการใช้ทางพิพาทต่อไปจำเลยทั้งสามให้การว่า จำเลยที่ 1 ไม่เคยทำบันทึกแสดงเจตนายินยอมให้ใช้ทางพิพาท ที่ดินของโจทก์ด้านหน้าติดถนนอ่อนนุชด้านข้างติดซอยวัดปากบ่อซึ่งเป็นทางสาธารณะ

โจทก์สามารถใช้เข้าออกได้โดยสะดวกทางพิพาทไม่ใช่ทางจำเป็นหรือทางภารจำยอมจำเลยทั้งสามสร้างรั้วกั้นเพื่อป้องกันทรัพย์สินของจำเลยทั้งสามและบุคคลอื่นในบริเวณนั้น เป็นการใช้สิทธิโดยสุจริต ไม่ทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้น พิพากษายก ฟ้องโจทก์ ทั้ง สอง สำนวน อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนโจทก์ ทั้ง สอง สำนวน ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังยุติได้ตามที่โจทก์ทั้งห้าและจำเลยทั้งสามนำสืบรับกันว่า โจทก์ที่ 1 เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 182541 พร้อมด้วยตึกแถวเลขที่ 21/208 ปลูกอยู่บนที่ดินดังกล่าว พี่ชายของโจทก์ที่ 1 เป็นเจ้าของที่ดินและตึกแถวเลขที่ 21/115 ซึ่งอยู่ด้านหน้าที่ดินโฉนดเลขที่ 182541โจทก์ที่ 2 เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 182543 และเป็นเจ้าของที่ดินและตึกแถวเลขที่ 21/117 ซึ่งตั้งอยู่ด้านหน้าที่ดินโฉนดเลขที่ 182543 โจทก์ที่ 3 เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 182544และเป็นเจ้าของที่ดินและตึกแถวเลขที่ 21/118 กับ 21/119 ซึ่งอยู่ด้านหน้าที่ดินโฉนดเลขที่ 182544 โจทก์ที่ 4 เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 182545 และเป็นเจ้าของตึกแถวเลขที่ 21/120 กับ21/112 ซึ่งอยู่ด้านหน้าที่ดินโฉนดเลขที่ 182545 โจทก์ที่ 5เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 182546 และเป็นเจ้าของที่ดินกับตึกแถวเลขที่ 21/122 ซึ่งอยู่ด้านหน้าที่ดินโฉนดเลขที่ 182546จำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 158989 จำเลยที่ 2และที่ 3 เป็นบุตรของจำเลยที่ 1 และเป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 182547 เดิมที่ดินทั้งหมดเป็นโฉนดเดียวกันคือโฉนดเลขที่158989 ของบริษัทศรีมหานครการลงทุน จำกัด ต่อมาได้แบ่งแยกขายให้โจทก์ทั้งห้าและจำเลยทั้งสามก่อนโจทก์ทำการซื้อขายที่ดินดังกล่าว จำเลยที่ 1 ได้ทำบันทึกไว้ว่าอนุญาตให้เจ้าของที่ดินทุกแปลงที่อยู่ด้านในทำทางกว้าง 3.50 เมตร ผ่านที่ดินของจำเลยที่ 1 ได้ รายละเอียดปรากฏตามบันทึกเอกสารหมาย จ.9 เมื่อโจทก์ทั้งห้าซื้อที่ดินแล้วก็ได้ช่วยกันออกเงินทำทางพิพาทกว้าง3.50 เมตร ผ่านที่ดินของทุกเจ้าของรวมทั้งผ่านที่ของจำเลยทั้งสามด้วย ต่อมาจำเลยทั้งสามได้ปิดกั้นทางพิพาทซึ่งผ่านที่ดินของจำเลยทั้งสาม เป็นเหตุให้โจทก์ทั้งห้าไม่อาจใช้ประโยชน์จากทางพิพาทดังกล่าวได้ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ทั้งห้ามีว่า บันทึกตามเอกสารหมาย จ.9 เป็นสัญญาระหว่างบริษัทศรีมหานครการลงทุนจำกัด กับจำเลยที่ 1 ทำขึ้นเพื่อประโยชน์ของบุคคลภายนอกหรือไม่โจทก์ทั้งห้ามีโจทก์ที่ 3 เบิกความว่า เมื่อปี 2525 นายอุทัยจารุวัฒน์กุล ตัวแทนของบริษัทศรีมหานครการลงทุน จำกัดดำเนินการให้มีทางออกโดยทำสัญญากับจำเลยที่ 1 ตามบันทึกเอกสารหมาย จ.9 แต่นายอุทัย จารุวัฒน์กุล พยานโจทก์เบิกความว่าได้มีการตกลงกันระหว่างผู้ซื้อที่ดินด้านหลังตึกแถวทุกแปลงว่าจะเว้นช่องทางเข้าออกทางด้านหลังที่ดินของแต่ละแปลงกว้างประมาณ4 เมตร และได้ทำข้อตกลงระหว่างเจ้าของที่ดินดังกล่าวกับจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินริมสุดว่าจำเลยที่ 1 ยินยอมให้เจ้าของที่ดินทุกแปลงที่อยู่ข้างในเข้าออกผ่านที่ดินของจำเลยที่ 1 ได้เมื่อได้พิจารณาถึงบันทึกเอกสารหมาย จ.9 มีข้อความเพียงว่าจำเลยที่ 1 สัญญาว่าจะให้ทางเดินเข้าออกกว้าง 3.50 เมตร แก่ที่ดินโฉนดเลขที่ 182541 ถึง 182547 ตำบลสวนหลวง อำเภอพระโขนงกรุงเทพมหานคร บันทึกดังกล่าวไม่มีคู่สัญญา นายอุทัยลงชื่อในฐานะพยาน เอกสารดังกล่าวเป็นบันทึกอนุญาตหรือให้ความยินยอมแก่เจ้าของที่ดินด้านในผ่านที่ดินของจำเลยที่ 1 ได้เท่านั้นฟังไม่ได้ว่า บันทึกตามเอกสารหมาย จ.9 เป็นสัญญาเพื่อประโยชน์ของบุคคลภายนอก แต่การที่จำเลยที่ 1 ได้ทำบันทึกยินยอมให้โจทก์ทั้งห้าและเจ้าของที่ดินที่อยู่ด้านใน ทำทางเข้าออกผ่านที่ดินของจำเลยที่ 1 ได้ ทั้งโจทก์ทั้งห้าก็ได้ร่วมกันออกเงินเป็นค่าใช้จ่ายทำทางพิพาทผ่านที่ดินของจำเลยที่ 1 และได้ใช้ทางพิพาทตลอดมาเป็นเวลา 8 ปี แล้ว จำเลยที่ 1 จึงได้ปิดกั้นทางพิพาทมิให้โจทก์ทั้งห้าใช้ประโยชน์จากทางพิพาทเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 5 จากจำเลยที่ 2และที่ 3 ซึ่งเป็นบุตรของจำเลยที่ 1 ย่อมทราบเรื่องนี้ได้ดีกลับใช้สิทธิปิดกั้นทางพิพาทเช่นกัน เป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริตเช่นเดียวกับจำเลยที่ 1 จำเลยทั้งสามต้องเปิดทางพิพาทให้โจทก์ทั้งห้าใช้ประโยชน์ได้ตามปกติพิพากษากลับ ให้จำเลยที่ 1 รื้อถอนประตูเหล็ก จำเลยที่ 2และที่ 3 ร่วมกันรื้อถอนรั้วสังกะสีที่ปิดกั้นทางพิพาทออกและห้ามมิให้จำเลยทั้งสามขัดขวางในการที่โจทก์ทั้งห้าจะใช้ทางพิพาทผ่านที่ดินโฉนดเลขที่ 158989 ของจำเลยที่ 1 และผ่านที่ดินโฉนดเลขที่ 182547 ของจำเลยที่ 2 และที่ 3

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมปอง เสนเนียม · ผล อนุวัตรนิติการ · จารุณี ตันตยาคม
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1218/2540

บันทึกเอกสารหมาย จ.ช มีข้อความเพียงว่า จำเลยที่ 1 สัญญาว่าจะให้ทางเดินเข้าออกกว้าง 3.50 เมตร แก่ที่ดินโฉนดเลขที่182541 ถึง 182547 บันทึกดังกล่าวไม่มีคู่สัญญา แต่มี อ.ลงชื่อในฐานะพยานไว้ จึงเป็นเพียงบั…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2557 (เลขอ้างอิง 575211)

โจทก์ที่ 1 เป็นผู้ทรงสิทธิบัตรผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์ที่เรียกว่า คอนเทนเนอร์ไลเนอร์ ในต่างประเทศหลายประเทศ โจทก์ที่ 1 เคยว่าจ้าง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4819/2549

ตามสัญญาเช่าซื้อตกลงกันไว้ว่า กรณีรถยนต์ที่เช่าซื้อถูกลักไป จำเลยผู้ให้เช่าซื้อจะได้รับชดใช้ค่าสินไหมทดแทน 2 ทาง โดยได้จากโจทก์ผู้เช่าและจากบริษัทประกันภัย อันเป็นการเกินกว่าความเสียหายที่จำเลยได้รับ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1170/2543

จำเลยยอมให้โจทก์ใช้ที่ดินของจำเลยบางส่วนทำแปลงเพาะชำต้นกล้ากระท้อนโดยไม่มีค่าตอบแทน และไม่มีกำหนดระยะเวลา หากจำเลยต้องการที่ดินคืนวันใดจะแจ้งให้โจทก์ทราบล่วงหน้าเป็นเวลาพอสมควร ดังนี้ เป็นการยอมให้โจท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 752/2543

++ เรื่อง เครื่องหมายการค้า ละเมิด ++ ++ ทดสอบทำงานใด้วยระบบ CW เพื่อค้นหาจข้อมูลทาง online เท่านั้น ++ ++ ต้นฉบับต้องแปะภาพ ++ ++ ++ การที่จะวินิจฉัยว่าจำเลยทำละเมิดต่อโจทก์หรือไม่ย่อมต้องพิจารณาให้ไ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้